ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

จาก BOYY กระเป๋า สู่ลักชัวรี่ไลฟ์สไตล์ระดับพันล้าน

จาก BOYY กระเป๋า สู่ลักชัวรี่ไลฟ์สไตล์ระดับพันล้าน
ความสนใจ|วงการแฟชั่น

BOYY คืออะไร และทำไมถึงกลายเป็นแบรนด์หรูไทยที่ทุกคนจับตา

BOYY คือแบรนด์หรูไทยที่ถือกำเนิดจากกรุงเทพในฐานะผู้เล่นกระเป๋าแฟชั่น ก่อนจะขยายตัวสู่โลกแฟชั่นและลักชัวรี่ไลฟ์สไตล์ครบวงจร แบรนด์ถูกขับเคลื่อนด้วยดีไซน์ที่กล้าท้าทายกรอบเดิมและมุมมองต่อแฟชั่นแบบร่วมสมัย เน้นความเรียบคมแต่มีเอกลักษณ์ ทั้งในด้านรูปทรง วัสดุ และประสบการณ์ของผู้ใช้ จนสามารถเติบโตสู่เวทีสากลในช่วงเวลา 20 ปี พร้อมจับฐานลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับสไตล์และตัวตนมากกว่าชื่อโลโก้บนสินค้า

หัวใจของบทความนี้คือมุมมองว่า BOYY ไม่ได้กลายเป็นจักรวาลพันล้านเพราะกระเป๋าใบเดียว แต่เพราะการอ่านเกมตลาดลักชัวรี่ที่กำลังชะลอตัว แล้วกล้าขยับไปสู่เซ็กเมนต์ใหม่ก่อนคู่แข่ง การครบรอบ 20 ปี จึงไม่ใช่งานรำลึกอดีต แต่เป็นการรีเซ็ตวิธีคิดทั้งเรื่องหมวดสินค้า ราคา และวิธีเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของลูกค้า เมื่อผู้อ่านมอง BOYY วันนี้ จึงควรถามไม่ใช่แค่ว่า “กระเป๋าใบนี้สวยไหม” แต่ต้องถามต่อว่า “แบรนด์นี้กำลังบอกอนาคตธุรกิจแฟชั่นไทยว่าอย่างไร”

จาก BOYY กระเป๋า สู่ลักชัวรี่ไลฟ์สไตล์ระดับพันล้าน

จากกระเป๋าใบแรกถึงดีไซน์ Buckle สู่เป้าหมาย 500 ล้าน

เรื่องราวของ BOYY เริ่มจากผู้ก่อตั้งสองคนที่ไม่ได้มีพื้นฐานธุรกิจหรือแฟชั่นชัดเจน แต่ใช้สัญชาตญาณด้านดีไซน์และความดื้อที่จะไม่ทำตามสูตรสำเร็จของแบรนด์หรูเก่าแก่ การพัฒนาดีไซน์ Buckle ที่เปิดตัวในปี 2558 ทำให้ภาพจำของ BOYY กระเป๋าชัดขึ้น และผลักแบรนด์เข้าสู่สนามแฟชั่นโลก ขณะเดียวกันรุ่นอย่าง Slash Bag ก็ถูกวางขายต่อเนื่องยาวนานในเมืองแฟชั่นสำคัญถึง 6 ปี แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้ทำของ “ฮิตชั่วคราว” แต่สร้างของที่อยู่ได้ในตลาดยาวนาน

วันนี้ BOYY ตั้งเป้ายอดขายรวมที่ 500 ล้านบาทในปี 2569 โดยโฟกัสตลาดในประเทศถึง 90% และต่างประเทศ 10% ข้อมูลจากแบรนด์ระบุว่า “เราคาดว่าปีนี้ BOYY จะสามารถทำยอดขายได้ราว 500 ล้านบาท และขณะนี้ทำได้เกินครึ่งแล้ว” ซึ่งสะท้อนว่าแบรนด์หรูไทยไม่ได้อยู่ได้ด้วยออร่าความฝัน แต่ด้วยการบริหารหน้าร้าน การขยายสาขา และการสร้างสินค้าที่ตอบโจทย์ลูกค้าหลากหลายช่วงวัยตั้งแต่ 30 ถึง 70 ปีในโลกที่เต็มไปด้วยคู่แข่ง

จาก BOYY กระเป๋า สู่ลักชัวรี่ไลฟ์สไตล์ระดับพันล้าน

เมื่อโลกไม่รอแบรนด์หรู: ลักชัวรี่ตก แต่ไลฟ์สไตล์โต 200%

แรงสั่นสะเทือนสำคัญของ BOYY คือการชะลอตัวของตลาดลักชัวรี่หลังช่วงพีกในปี 2565 ยอดขายของหลายแบรนด์ใหญ่ตกลงกว่า 75% และ BOYY เองก็ลดลงมากกว่า 50% สิ่งที่น่าสนใจคือพวกเขาไม่เลือกนั่งรอให้กำลังซื้อกลับมา แต่มองหา “พื้นที่เติบโตใหม่” แทน นั่นคือกลุ่ม casual wear และสินค้าไลฟ์สไตล์ที่เชื่อมกับการวิ่ง โยคะ พิลาทิส และการแต่งตัวแบบผสมผสานเสื้อผ้าใส่เล่นกับใส่ออกกำลังกาย ซึ่งเซ็กเมนต์นี้เติบโตสูงถึง 200% ในช่วงที่ผ่านมา

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ทำให้กรอบคำว่าแฟชั่นเปิดกว้างขึ้น ลูกค้าไม่ได้ยึดติดว่าทั้งลุคต้องเป็นแบรนด์เดียวหรือราคาเดียวอีกต่อไป พวกเขากล้าหยิบกางเกงยีนส์ราคาหลักร้อยมาจับคู่กับ BOYY กระเป๋าหรือกระเป๋าหนังแท้ราคาแพง ตราบใดที่ภาพรวมสะท้อนตัวตนของคนใส่ นี่คือการลดความศักดิ์สิทธิ์ของชื่อแบรนด์ และย้ายจุดตัดสินใจไปอยู่ที่สไตล์และไลฟ์สไตล์ของเจ้าของมากกว่า ทำให้แบรนด์หรูไทยที่ดื้อจะยืนอยู่บนหิ้งอย่างเดียวเริ่มเสียเปรียบทันที

จาก BOYY กระเป๋า สู่ลักชัวรี่ไลฟ์สไตล์ระดับพันล้าน

Boyyish: แบรนด์ลูกที่ทำให้ลักชัวรี่ไลฟ์สไตล์จับต้องได้

คำตอบของ BOYY ต่อโลกแฟชั่นใบใหม่คือการปั้น Boyyish แบรนด์ลูกที่เจาะตลาดง่ายขึ้นแต่ยังเชื่อมกับจักรวาลเดิมของ BOYY อย่างชัดเจน Boyyish เปิดตัวด้วยเสื้อยืดราคา 3,500 บาทช่วงปลายปีที่ผ่านมา และขายได้หลักหมื่นตัว กลายเป็นสินค้ากลุ่มแรกที่เข้าถึงได้และสวมใส่ในชีวิตประจำวันง่ายขึ้น แบรนด์จึงตั้งราคากลุ่มนี้ไว้ในช่วง 3,000 ถึง 9,500 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิด everyday look และลุคสบายที่ลูกค้าซื้อซ้ำได้บ่อยกว่ากระเป๋าใบละหลายหมื่น

สิ่งที่น่าสนใจคือ Boyyish ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นแค่ไลน์สินค้าใหม่ แต่เป็นสนามทดลองธุรกิจ ทั้งการดีไซน์วัสดุ การตั้งราคาแบบเริ่มจากราคาเป้าหมายแล้วออกแบบสินค้าตาม และการสร้างคอมมูนิตี้ผ่านกิจกรรมอย่างการวิ่ง กีฬา Sport Clubs อาหาร การพักผ่อน และสุขภาพ เป้าหมายรายได้ของ Boyyish ถูกตั้งไว้ที่ 150 ล้านบาท หรือประมาณหนึ่งในสามของ BOYY ทั้งหมด และฐานลูกค้าครึ่งหนึ่งเป็นลูกค้าใหม่ แปลว่ามันไม่ได้แค่ขายของเพิ่ม แต่ทำหน้าที่ประตูพา “คนรุ่นใหม่” เข้าสู่โลกของแบรนด์หรูไทยที่เคยดูไกลตัวมาก่อน

จาก BOYY กระเป๋า สู่ลักชัวรี่ไลฟ์สไตล์ระดับพันล้าน

บทเรียนสำหรับธุรกิจแฟชั่นไทย: จากรันเวย์สู่ชีวิตประจำวัน

กรณีของ BOYY ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ธุรกิจแฟชั่นไทยที่อยากอยู่ในเกมลักชัวรี่ ไม่อาจพึ่งชื่อเสียงหรือคอลเลกชันกระเป๋าเพียงไม่กี่รุ่นได้อีกต่อไป แบรนด์ต้องกล้าขยายจากสินค้าไปสู่ไลฟ์สไตล์แบบเต็มรูป ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ พื้นที่คอมมูนิตี้ และประสบการณ์ที่อยู่กับลูกค้าในทุกวัน ไม่ใช่แค่ในโอกาสพิเศษ การตั้งเป้าให้ BOYY เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของกลุ่มเป้าหมายจึงไม่ใช่สโลแกนสวยหรู แต่เป็นยุทธศาสตร์รอดในตลาดลักชัวรี่ที่เริ่มอิ่มตัว

ด้านหนึ่ง BOYY ยังรักษาสถานะแบรนด์หรูผ่านคอลเลกชันสำคัญอย่าง Buckle และการขยายสู่ตลาดต่างประเทศผ่าน Pop-Up ในเมืองแฟชั่น เช่นการเตรียมเปิด Paris Pop-Up ในเดือนกันยายนปี 2569 อีกด้านหนึ่งก็ใช้ Boyyish เป็นสะพานเชื่อมไปสู่กลุ่มลูกค้าที่ไม่ยึดติดแบรนด์ แต่ให้ค่ากับการผสมสไตล์ Y2K, casual และ activewear ในลุคเดียวกัน แบรนด์หรูไทยอื่นๆ อาจต้องถามตัวเองว่า จะรอให้ตลาดเดิมกลับมาหรือจะสร้างพื้นที่ใหม่แบบ BOYY ที่กำลังตั้งเป้าพายอดขายกลับไปเฉียด 1 พันล้านในสองปีข้างหน้า

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!