เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ เข้าภูเก็ตคืออะไร และทำไมต้องสนใจ
การเข้าเทียบท่าของเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ในภูเก็ต คือการที่กองเรือรบขนาดใหญ่ซึ่งประกอบด้วยเรือบรรทุกเครื่องบิน เรือพิฆาต และกำลังทหารเรือจำนวนมาก เดินทางมาจอดพักยังท่าเรือหลักเพื่อพักกำลัง เสริมสร้างความสัมพันธ์กับรัฐเจ้าบ้าน และส่งสัญญาณด้านยุทธศาสตร์ไปยังประเทศรอบข้าง การเยือนลักษณะนี้ไม่ใช่เพียงการท่องเที่ยวของทหารเรือสหรัฐฯ แต่แฝงความหมายด้านการเมือง ความมั่นคง และเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน
การมาถึงของเรือบรรทุกเครื่องบิน USS George H.W. Bush พร้อมเรือพิฆาตติดมิสไซล์นำวิถี USS Delbert D. Black เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม หลังจากปฏิบัติภารกิจในตะวันออกกลางนานหกเดือน คือสัญญาณตรงว่าภูมิภาคนี้ถูกยกระดับความสำคัญด้านยุทธศาสตร์ กองเรือกลุ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีที่เดินทางออกจากนอร์ฟอล์กและเมย์พอร์ตตั้งแต่เดือนมีนาคม และการเลือกภูเก็ตเป็นท่าแวะพักครั้งแรก แปลความได้ตรงไปตรงมาว่า ภูเก็ตท่องเที่ยวไม่ได้เป็นเพียงสวรรค์ของนักท่องเที่ยว แต่เป็นจุดหมุนของการเมืองอำนาจทางทะเลด้วย
ภูเก็ตท่องเที่ยวกับเม็ดเงินจากทหารเรือสหรัฐฯ ใครได้ ใครเสี่ยง
ด้านเศรษฐกิจ การเยือนครั้งนี้คือข่าวดีแบบตรงไปตรงมาสำหรับภูเก็ตท่องเที่ยว เมืองท่องเที่ยวทางใต้ที่พึ่งพารายได้จากบริการกำลังได้ลูกค้าชุดใหญ่จากทหารเรือสหรัฐฯ ราว 5,100 นายที่ร่วมการเยือนครั้งนี้ นายกเทศมนตรีคาดว่าระหว่างวันที่ 4 ถึง 9 ตุลาคม เงินจะไหลเข้าสู่จังหวัดอย่างคึกคัก เพราะมีการประเมินว่าทหารแต่ละนายใช้จ่ายเฉลี่ยวันละ 3,000 บาทตลอดการพัก 6 วัน นี่คือเงินหมุนระดับหลายร้อยล้านที่ถูกอัดฉีดเข้าสู่ร้านอาหาร โรงแรม แท็กซี่ ร้านนวด และธุรกิจท่องเที่ยวท้องถิ่นในเวลาอันสั้น
อย่างไรก็ดี เม็ดเงินที่หลั่งไหลมากับเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ไม่ได้มีแต่ด้านบวก ภูเก็ตต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่าโครงสร้างการท่องเที่ยวกำลังผูกติดกับกระแสทหารเรือและกองเรือรบมากเกินไปหรือไม่ หากเมืองเริ่มพึ่งพา “ทหารเรือสหรัฐฯ” เป็นกลุ่มลูกค้าหลัก ก็อาจเสี่ยงต่อความผันผวนทางการเมืองระหว่างประเทศที่ชุมชนท้องถิ่นควบคุมไม่ได้ การวางกติกาเรื่องความปลอดภัย วัฒนธรรม และการดูแลชุมชนจึงสำคัญไม่แพ้การต้อนรับลูกค้ากระเป๋าหนัก
ความสัมพันธ์สหรัฐไทย กับสัญญาณจากท่าเรือภูเก็ต
ฝ่ายการทูตยอมรับตรงกันว่า การเยือนครั้งนี้เป็นมากกว่าทริปพักผ่อนของกองเรือ บทบาทของความสัมพันธ์สหรัฐไทยถูกดันกลับขึ้นมาอยู่หน้าฉากอย่างชัดเจน สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ย้ำว่าความร่วมมือทางทะเลคือหัวใจของการรักษาสันติภาพในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก และไทยคือพันธมิตรตามสนธิสัญญาเพียงรายเดียวของวอชิงตันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีป การออกแถลงเช่นนี้คือการตอกย้ำว่า กรุงเทพยังเป็นเสาหลักของยุทธศาสตร์ทางทะเลสหรัฐฯ
ระหว่างการเยือน ผู้บัญชาการกองกำลังเฉพาะกิจจะพบเจ้าหน้าที่พลเรือนและทหารฝ่ายไทย เพื่อย้ำความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพเรือทั้งสองฝ่าย ขณะเดียวกัน บุคลากรทหารเรือสหรัฐฯ ก็เข้าร่วมกิจกรรมชุมชน ท่องเที่ยว และเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น ภาพที่สหรัฐฯ ต้องการส่ง คือ “พันธมิตรเก่าแก่ที่ยังมีชีวิต” ไม่ใช่แค่พันธมิตรบนกระดาษ คำกล่าวของผู้บัญชาการกองเรือโจมตีที่ 10 ที่ระบุว่าประเทศนี้เป็นหนึ่งในพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดในโลก จึงเป็นประโยคที่ตั้งใจพูดให้ทุกฝ่ายได้ยิน
หมุดยุทธศาสตร์ใหม่ของสหรัฐฯ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การที่กลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีจอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช ซึ่งก่อนหน้านี้สนับสนุนปฏิบัติการ Epic Fury และการปิดล้อมทางทะเลในความรับผิดชอบของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ตลอดหกเดือนเพื่อรักษาเสถียรภาพในตะวันออกกลาง หันหัวเรือเข้ามาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความหมายเชิงสัญลักษณ์อย่างชัดเจน สหรัฐฯ กำลังแสดงให้เห็นว่าแม้ยุโรปและตะวันออกกลางยังร้อนแรง แต่ทะเลอินโดแปซิฟิกก็อยู่ในลำดับความสำคัญสูงไม่แพ้กัน
คำแถลงที่เน้นว่าความสัมพันธ์ทางเรือ เป็นเสาหลักของสันติภาพในอินโดแปซิฟิก บวกกับการฝึกซ้อมอย่าง Cobra Gold และการแวะท่าเรืออย่างต่อเนื่อง แปลเป็นภาษายุทธศาสตร์ได้ว่า สหรัฐฯ ต้องการยึดพื้นที่ทางทะเลในภูมิภาคนี้เป็นฐานปฏิบัติการระยะยาว กลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินยังคงปฏิบัติการประจำในพื้นที่รับผิดชอบของกองเรือที่เจ็ด หมายความว่า การมาภูเก็ตครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นจิ๊กซอว์หนึ่งของภาพใหญ่ที่กำลังค่อยๆ ถูกปูบนทะเลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ภูเก็ตบนเส้นทางเรือรบ สังคมไทยควรวางจุดยืนอย่างไร
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “ดีไหมที่เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ มาเยือน” แต่คือ “เราต้องการให้การเยือนแบบนี้พาประเทศไปทางไหน” ด้านหนึ่ง เม็ดเงินจากทหารเรือสหรัฐฯ และภาพลักษณ์ของภูเก็ตท่องเที่ยวในฐานะเมืองท่าเรือระดับนานาชาติ สร้างโอกาสมหาศาล อีกด้านหนึ่ง การเป็นท่าเรือประจำของกองเรือรบมหาอำนาจย่อมทำให้เมืองและประเทศเข้าไปอยู่ในสมการความขัดแย้งระดับโลกโดยเลี่ยงไม่ได้
ในระยะสั้น การบริหารจัดการการเยือนให้เป็นมิตรกับชุมชน โปร่งใส และคำนึงถึงผลระยะยาว ควรเป็นข้อกำหนดพื้นฐาน ในระยะยาว ไทยต้องกำหนดยุทธศาสตร์ของตนเองต่อความสัมพันธ์สหรัฐไทย ให้ชัดเจนว่าต้องการเป็นพันธมิตรทางทะเลในรูปแบบใด เมื่อโลกกำลังกลับสู่การแข่งขันอำนาจแบบเดิม การปล่อยให้เศรษฐกิจและความมั่นคงของเมืองท่องเที่ยวขึ้นกับเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ โดยไม่มีคำถาม อาจกลายเป็นราคาที่แพงเกินไปในอนาคต






