AI วิเคราะห์เอกซเรย์: จากคำถามในห้องวิจัยสู่คำตอบในห้องฉุกเฉิน
AI วิเคราะห์เอกซเรย์คือการใช้ปัญญาประดิษฐ์แบบการเรียนรู้เชิงลึกเพื่ออ่านข้อความจากภาพเอกซเรย์ทรวงอกและภาพถ่ายทางการแพทย์อื่นๆ แทนที่จะปล่อยให้ภาพจำนวนมหาศาลรอคิวแพทย์เฉพาะทาง ระบบ AI จะทำหน้าที่คัดกรองเบื้องต้น มองหาความผิดปกติ จัดลำดับความเร่งด่วน และส่งสัญญาณเตือนให้บุคลากรทางการแพทย์ตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น ลดโอกาสหลุดรอดของโรคร้ายและช่วยให้การวินิจฉัยมะเร็งปอดวินิจฉัยเร็วขึ้นในระดับระบบสาธารณสุขทั้งหมด
หัวใจของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลศิริราชและบริษัทสตาร์ทอัพ เพอเซ็ปทรา ที่เลือกโจทย์ใหญ่ที่สุดข้อหนึ่งของระบบสุขภาพ คือการขาดแคลนบุคลากรเฉพาะทางในรังสีวิทยา แล้วตอบด้วยเทคโนโลยีแทนการรอผลิตแพทย์เพิ่มอีกหลายปีความร่วมมือระหว่างศิริราชและ Perceptra เริ่มต้นจากการพัฒนา AI ด้านรังสีวินิจฉัย โดยทั้งสองฝ่ายมองปัญหาการขาดแคลนบุคลากรเฉพาะทางเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของระบบสาธารณสุขไทย

610 โรงพยาบาลกับโครงสร้างพื้นฐานใหม่: เมื่อ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบสาธารณสุข
การขยายการใช้ AI จากห้องทดลองไปสู่ 610 โรงพยาบาล ไม่ได้เป็นแค่โครงการนำร่อง แต่คือหลักฐานว่าระบบสาธารณสุข AI กำลังถูกสร้างเป็นโครงสร้างพื้นฐานจริง ภาพเอกซเรย์จากโรงพยาบาลที่ไม่มีรังสีแพทย์ประจำสามารถส่งเข้าสู่ระบบกลาง ให้ AI ช่วยคัดกรองเบื้องต้น ก่อนที่แพทย์จะใช้ผลวิเคราะห์ตัดสินใจทางการแพทย์ต่อไป นี่คือการออกแบบลำดับงานใหม่ทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงเพิ่มเครื่องมืออีกชิ้นบนโต๊ะทำงานแพทย์
Inspectra ซึ่งเป็นระบบ AI วิเคราะห์เอกซเรย์ทรวงอก ถูกฝึกจากข้อมูลจำนวนมหาศาล และใช้โครงสร้างพื้นฐานคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง รวมถึงซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Cray และระบบจัดเก็บข้อมูลแบบคลัสเตอร์ เพื่อให้ AI เรียนรู้และอัปเดตความแม่นยำอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันศูนย์ AI ของศิริราช (SiAiR) มีผลงานนวัตกรรมรวม 16 ผลงาน ทั้งที่ใช้งานแล้วและกำลังเตรียมความพร้อม โดยตั้งใจนำองค์ความรู้ด้าน AI ไปต่อยอดสู่รังสีวิทยาและสาขาแพทย์อื่นในอนาคต
จากมะเร็งปอดถึงเบาหวานขึ้นจอประสาทตา: AI ช่วยให้โรคร้ายถูกพบเร็วขึ้น
เมื่อ AI ถูกฝังเข้าไปในขั้นตอนการอ่านภาพรังสี ผลลัพธ์ที่จับต้องได้มากที่สุดคือโอกาสที่มะเร็งปอดวินิจฉัยเร็วขึ้น AI อย่าง Inspectra CXR สามารถช่วยตรวจหาความผิดปกติในภาพเอกซเรย์ทรวงอกและจัดลำดับผู้ป่วย เพื่อให้เคสที่เสี่ยงสูงถูกส่งต่อให้แพทย์ดูเป็นลำดับแรก ผลิตภัณฑ์นี้ถูกบรรจุอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และมีการใช้งานแล้วมากกว่า 630 โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ
ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่ที่มะเร็งปอด เพอเซ็ปทรายังพัฒนา Inspectra MMG เพื่อช่วยแพทย์ตรวจจับสัญญาณมะเร็งเต้านมจากภาพแมมโมแกรม พร้อมมองต่อไปถึงการตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้นให้กลายเป็นเรื่องปกติในระบบบริการสุขภาพ ในอีกโครงการหนึ่ง เพอเซ็ปทราทำงานร่วมกับ Google เพื่อใช้ AI คัดกรองภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาให้ประชาชนกลุ่มที่เข้าถึงบริการได้ยากประมาณ 1 ล้านคนทั่วประเทศ นี่คือ AI ที่ไม่ได้อยู่แค่ในโรงพยาบาลใหญ่ แต่ลงไปถึงคลินิกและชุมชนที่เคยถูกทิ้งห่างจากบริการเฉพาะทาง

เพอเซ็ปทราบุกเวทีภูมิภาค: โรงพยาบาล AI ไทยสู่บทบาทผู้ส่งออกเทคโนโลยี
การขยายตัวของ AI การแพทย์ครั้งนี้ไม่ได้หยุดที่เขตแดนในประเทศ เพอเซ็ปทราประกาศก้าวเข้าสู่ตลาดต่างประเทศอย่างเป็นทางการ ผ่านการเข้าร่วมงาน The 24th Asian Oceanian Congress of Radiology (AOCR 2026) ที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 การไปออกงานระดับภูมิภาคนี้ไม่ใช่แค่ไปโชว์ผลงาน แต่เป็นการประกาศว่าเทคโนโลยีที่ผ่านการพิสูจน์แล้วในสถานพยาบาลหลากหลายรูปแบบกำลังพร้อมรับโจทย์ของระบบสาธารณสุขประเทศเพื่อนบ้าน
ประโยคที่น่าจดจำคือคำกล่าวของผู้บริหารเพอเซ็ปทราที่ว่า เป้าหมายไม่ใช่แค่ติดตั้ง AI ให้ได้มากโรงพยาบาลที่สุด แต่คือการทำให้ "การตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริการสุขภาพที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้" ด้วยประสบการณ์ทำงานในโรงพยาบาลตั้งแต่ขนาดใหญ่ในเมืองไปจนถึงโรงพยาบาลชุมชน เพอเซ็ปทรามองว่า AI เป็นเครื่องมือเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากร ไม่ใช่ตัวแทนแพทย์ และใช้สิ่งนี้เป็นจุดขายสำคัญในการขยายสู่ประเทศที่เผชิญปัญหาจำนวนบุคลากรเฉพาะทางไม่เพียงพอเหมือนกัน

จากนวัตกรรมสู่สามัญประจำวัน: บทสรุปของระบบสาธารณสุข AI
สิ่งที่น่าคิดที่สุดจากเรื่องนี้คือ AI ไม่ได้ยืนอยู่ในมุมของ "ของใหม่" อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นสามัญประจำวันของระบบสาธารณสุข AI วิเคราะห์เอกซเรย์ที่เคยเป็นแค่โครงการวิจัย บัดนี้ถูกฝังอยู่ในงานประจำของโรงพยาบาลหลายร้อยแห่ง ทำให้โอกาสมะเร็งปอดวินิจฉัยเร็ว การตรวจเต้านม และการคัดกรองโรคจากเบาหวาน ไม่ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่เมืองหรือชนบทเหมือนเดิม
SiAiR ของศิริราชยังเดินหน้าพัฒนานวัตกรรม AI เพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 16 ผลงาน พร้อมเป้าหมายจะขยายจากรังสีวิทยาไปยังสาขาแพทย์อื่น ขณะที่เพอเซ็ปทราเดินหน้าสู่เวทีภูมิภาคพร้อมประสบการณ์จากการทำงานกับผู้รับบริการประมาณ 1 ล้านคนในโครงการคัดกรองเบาหวานขึ้นจอประสาทตา บทสรุปที่ชัดเจนคือ การพึ่งพาเฉพาะบุคลากรเฉพาะทางเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป ระบบสาธารณสุขจำเป็นต้องยอมรับว่า AI คือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ที่จะกำหนดว่าคนจำนวนมากแค่ไหนจะมีโอกาสรอดจากโรคที่ตรวจพบช้า






