ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

หนังไทยทะยานสู่เทศกาลภาพยนตร์โลก ยุคใหม่ของการเล่าเรื่องจากบ้านเรา

หนังไทยทะยานสู่เทศกาลภาพยนตร์โลก ยุคใหม่ของการเล่าเรื่องจากบ้านเรา
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คลื่นลูกใหม่ภาพยนตร์ไทยเทศกาล: จากบ้านเรา สู่หัวใจคนดูทั่วโลก

ภาพยนตร์ไทยเทศกาล คือผลงานจากผู้สร้างบ้านเราที่ได้รับการคัดเลือกไปฉายบนเวทีเทศกาลภาพยนตร์โลก ทั้งในเอเชีย ลาตินอเมริกา และสหรัฐอเมริกา ผ่านเรื่องเล่าที่หยั่งรากในวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่มุ่งสื่อสารอารมณ์และประเด็นชีวิตที่ผู้ชมต่างชาติสัมผัสได้ร่วมกัน จึงกลายเป็นหนังไทยระดับนานาชาติที่ไม่ใช่แค่ไปฉายต่างแดน แต่ไปเปลี่ยนภาพจำของคนดูว่าหนังไทยวันนี้ลึก ซับซ้อน และทรงพลังเพียงใด ในช่วงปีนี้ สี่เรื่องเด่นอย่าง “บินล่าฝัน”, “ตาโขน”, “ล่าม” และ “หลานม่า” แสดงให้เห็นว่า หนังไทยสร้างแรงบันดาลใจได้ทั้งกับเด็ก เยาวชน คนทำงาน และคนในครอบครัวหลายรุ่น ใช้ศิลปะภาพยนตร์เอเชียเป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรม และพิสูจน์ว่าความเป็นท้องถิ่นไม่ใช่ข้อจำกัด แต่คือทุนสำคัญในการก้าวสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก

หนังไทยทะยานสู่เทศกาลภาพยนตร์โลก ยุคใหม่ของการเล่าเรื่องจากบ้านเรา

“บินล่าฝัน” และ “ตาโขน”: เมื่อความฝันและความเชื่อท้องถิ่นบินไกล

ความสำเร็จของ “บินล่าฝัน (A Time to Fly)” บนเวทีสัปดาห์ภาพยนตร์สำหรับเด็กแห่งประเทศจีน ครั้งที่ 18 คือสัญญาณชัดว่าหนังไทยสำหรับเยาวชนเริ่มมีที่ยืนในเวทีนานาชาติ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 4 ภาพยนตร์ต่างประเทศสร้างแรงบันดาลใจที่ได้ฉายในกรุงปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 7-9 สิงหาคม โดยมีนโยบายผลักดันคอนเทนต์ไทยเข้าสู่ตลาดจีนหนุนอยู่เบื้องหลัง. นิทรรศการ “ภาพยนตร์กีฬาสร้างแรงบันดาลใจสำหรับเยาวชน” ทำให้ “บินล่าฝัน” ไม่ใช่แค่หนังดี แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสนทนาเรื่องการเยียวยาจิตใจเด็กด้วยกีฬาและภาพยนตร์. ด้าน “ตาโขน (Ta Khon: The Cursed Mask)” คืออีกโฉมหน้าที่ต่างออกไปของหนังไทยระดับนานาชาติ ผลงานเขย่าขวัญที่หยิบประเพณีผีตาโขนอีสานมาตีความใหม่ด้วยภาษาภาพยนตร์ ได้รับคัดเลือกให้เปิดฉายรอบปฐมทัศน์ในภูมิภาคลาตินอเมริกาภายในเทศกาลภาพยนตร์ไทย ณ นครเซาเปาลู ประเทศบราซิล ระหว่างวันที่ 14-16 สิงหาคม. การที่หนังสยองขวัญจากวัฒนธรรมท้องถิ่นไปเปิดตัวกลางลาตินอเมริกา คือหลักฐานว่าความเชื่อพื้นบ้านสามารถสร้างประสบการณ์ร่วมระดับโลกได้เมื่อผู้กำกับกล้าตีความใหม่ให้ร่วมสมัย

หนังไทยทะยานสู่เทศกาลภาพยนตร์โลก ยุคใหม่ของการเล่าเรื่องจากบ้านเรา

“ล่าม”: ภาษาที่เชื่อมชีวิต และผลกระทบต่อคนดูธรรมดา

ขณะที่หนังสายเทศกาลมักถูกมองว่าไกลตัว “ล่าม (LAAM: The Thai Interpreter)” กลับพิสูจน์ว่าหนังไทยสร้างแรงบันดาลใจสามารถแตะหัวใจคนดูทั่วไปได้โดยตรง งานกาล่าพรีเมียร์ของเรื่องนี้เปิดตัวอย่างอบอุ่นและยิ่งใหญ่ ถ่ายทอดเรื่องจริงของครูเอ๋ เบญจวรรณ ภูมิแสน ล่ามไทยที่ใช้พลังของภาษาเป็นสะพานแห่งความหวังให้แรงงานและผู้คนที่ตกอยู่ในภาวะเปราะบาง. ภาพยนตร์หยิบประเด็นแรงงานในต่างแดน สิทธิมนุษยชน และความเหลื่อมล้ำมาขยายความอย่างจับต้องได้ จึงกลายเป็นหนังที่ถูกพูดถึงตั้งแต่ยังไม่เข้าฉาย. ที่สำคัญ “ล่าม” มีกำหนดเข้าฉายพร้อมกันทั่วประเทศวันที่ 12 สิงหาคม ภายใต้แคมเปญ “ชวนแม่ดูหนัง” ซึ่งตั้งใจให้คนดูใช้เรื่องราวในหนังเป็นโอกาสพูดคุยเรื่องความรัก ความเข้าใจ และสายใยครอบครัวผ่านการไปดูหนังด้วยกัน. สำหรับคนดูธรรมดา นี่ไม่ใช่แค่การได้ชมหนังดี แต่คือโอกาสใช้ศิลปะภาพยนตร์เป็นพื้นที่เยียวยาและเปิดบทสนทนาที่หลายบ้านไม่เคยเริ่ม

หนังไทยทะยานสู่เทศกาลภาพยนตร์โลก ยุคใหม่ของการเล่าเรื่องจากบ้านเรา

“หลานม่า”: เมื่อครอบครัวอาเซียนร้องไห้พร้อมกันทั้งโรง

ความสำเร็จของ “หลานม่า (How To Make Millions Before Grandma Dies)” คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ภาพรวมหนังไทยบนเวทีนานาชาติเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ภาพยนตร์จาก GDH เรื่องนี้เปิดฉายครั้งแรกในไทยเมื่อวันที่ 4 เมษายน กวาดรายได้ในประเทศไป 334 ล้านบาท ก่อนออกเดินทางสู่ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้. คลิปคนดูร้องไห้ระงมทั้งโรงภาพยนตร์บน TikTok กลายเป็นแรงผลักให้ผู้ชมหลั่งไหลเข้าโรง จนหลายประเทศในภูมิภาคยกให้เป็นหนังไทยแห่งปี. บทหนังที่ดูเหมือนเรียบง่าย เล่าเรื่องชายหนุ่มที่ดูแลคุณย่าหวังมรดก แต่กลับซ่อนมวลความรู้สึกที่ทำให้คนดูจุกอก จนต้องปล่อยโฮในตอนท้ายโดยไม่ต้องมีฉากเค้นอารมณ์หนัก ๆ. นี่คือศิลปะภาพยนตร์เอเชียที่ใช้ความเข้าใจร่วมด้านวิถีครอบครัวใหญ่ในอาเซียนเป็นฐาน ทำให้หลายเจเนอเรชันในครอบครัวเดียวเข้าใจแก่นของเรื่องอย่างลึกซึ้ง และเกิดกระแสเรียกร้องจากผู้ชมฝั่งตะวันตกให้มีการนำไปฉายในประเทศของตนด้วย.

หนังไทยทะยานสู่เทศกาลภาพยนตร์โลก ยุคใหม่ของการเล่าเรื่องจากบ้านเรา

ก้าวต่อไปของหนังไทยระดับนานาชาติ: จากเวทีเทศกาลสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

เมื่อ “บินล่าฝัน” และ “ตาโขน” เปิดตลาดใหม่ในจีนและลาตินอเมริกา ขณะ “ล่าม” กับ “หลานม่า” สร้างอิทธิพลต่อคนดูในชีวิตจริง เราควรถามต่อว่าระบบสนับสนุนหนังไทยพร้อมแค่ไหนที่จะรับโอกาสนี้ให้เป็นการเปลี่ยนแปลงระยะยาว ไม่ใช่แค่ความสำเร็จรายเรื่องเท่านั้น กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ประกาศจัดทำฐานข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อเพิ่มมูลค่า และเปิดทางให้ผลงานที่ได้รับทุนไปไกลกว่าตลาดในประเทศ โดยชี้ว่าการฉาย “บินล่าฝัน” ที่ปักกิ่งคือบทพิสูจน์สำคัญ. ประชาชนยังสามารถติดตามผลงานที่กองทุนสนับสนุนและแจ้งเนื้อหาสื่อไม่เหมาะสมผ่านเว็บไซต์และเฟซบุ๊กของกองทุนได้ด้วย. ในระดับคนทำหนัง กระแสสี่เรื่องนี้ชี้อย่างตรงไปตรงมาว่า หนังไทยเทศกาลไม่จำเป็นต้อง "ยาก" หรือไกลตัวเสมอไป แต่ต้องซื่อสัตย์ต่อรากวัฒนธรรมและกล้าพูดเรื่องที่สังคมอยากถกเถียง เมื่อรัฐเริ่มเห็นศักยภาพของซอฟต์พาวเวอร์ และผู้ชมให้การตอบรับทั้งในประเทศและภูมิภาค โอกาสต่อไปคือการสร้างระบบจัดจำหน่ายที่ผลักดันหนังไทยสร้างแรงบันดาลใจให้เดินทางไกลขึ้นเรื่อย ๆ จนคำว่า "หนังไทยระดับนานาชาติ" กลายเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่แค่ข่าวดีประจำปีอีกต่อไป

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!