ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ที่อยู่อาศัยสุขภาพใกล้โรงพยาบาล: เมื่อบ้านกลายเป็นฐานดูแลชีวิต

ที่อยู่อาศัยสุขภาพใกล้โรงพยาบาล: เมื่อบ้านกลายเป็นฐานดูแลชีวิต
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ที่อยู่อาศัยสุขภาพคืออะไร และทำไมกำลังเปลี่ยนเกมอสังหาฯ

ที่อยู่อาศัยสุขภาพ คือรูปแบบการอยู่อาศัยที่ออกแบบให้การดูแลสุขภาพ การเข้าถึงบริการทางการแพทย์ และกิจกรรมเวลเนสเป็นหัวใจของไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่แค่สิ่งอำนวยความสะดวกเสริม เน้นการวางผังใกล้โรงพยาบาล การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อร่างกายและจิตใจ และการผูกบริการทางการแพทย์เข้ากับชีวิตประจำวันของผู้อยู่อาศัยแบบครบวงจร ตั้งแต่การป้องกันโรคไปจนถึงการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรังในชุมชนเดียวกัน

โมเดลนี้ไม่ใช่การติดป้ายคำว่าเวลเนสเพิ่มราคา แต่คือการเปลี่ยนแกนคิดของอสังหาริมทรัพย์จากคำว่าโลเกชั่น มาเป็นคำว่า Longevity อย่างชัดเจน การสำรวจพฤติกรรมผู้ซื้อบ้านระบุว่า 90% ให้ความสำคัญกับคำถามว่า “บ้านนี้ช่วยดูแลสุขภาพฉันได้ไหม” และ 29% ยืนยันว่าเวลเนสจะเป็นหนึ่งในสามปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อบ้าน ตัวเลขเหล่านี้บอกตรงๆ ว่าใครยังขายคอนโดด้วยสระว่ายน้ำและฟิตเนสมาตรฐานเดิม กำลังหลุดออกจากสิ่งที่ผู้บริโภครุ่นใหม่มองหา

ปัจจัยการเลือกบ้านแนวคิดดั้งเดิมแนวคิดที่อยู่อาศัยสุขภาพ
สิ่งสำคัญอันดับแรกโลเกชั่น-ดีไซน์สุขภาพ-Longevity
สิ่งอำนวยความสะดวกสระ ฟิตเนสทั่วไปบริการแพทย์ เวลเนสครบวงจร
การมองระยะยาวมูลค่าขายต่อคุณภาพชีวิตและการใช้ชีวิตยืนยาว

ดีลร่วมโรงพยาบาลพรีเมียม: ชุมชนลองเจวิตี้ที่จับต้องได้

ภาพชุมชนลองเจวิตี้ไม่ใช่ทฤษฎีลอยๆ อีกต่อไป เมื่อผู้บริหารรุ่นใหม่อย่าง พราวพุธ ลิปตพัลลภ จากกลุ่มบริษัทพราว จับมือกับ นพ.นพรัตน์ พานทองวิริยะกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบีเอ็นเอช เปิดมุมมองที่ชัดเจนบนเวทีสัมมนา EXCLUSIVE MEETING ‘NEW TOURISM NEW ECONOMY: เจาะโอกาสเศรษฐกิจสุขภาพ พลิกอนาคตท่องเที่ยวไทย’ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 นี่คือสัญญาณว่าตลาดอสังหาฯ กำลังขยับเข้าหาการแพทย์ ไม่ใช่รอให้โรงพยาบาลมาเป็นผู้เช่ารายใหญ่แบบเดิม

ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือโครงการคอนโด “รมย์ คอนแวนต์” ซึ่งถูกออกแบบโดยตั้งใจให้เป็นที่อยู่อาศัยสุขภาพเต็มรูปแบบ ริมฝั่งตรงข้ามกับโรงพยาบาลบีเอ็นเอช ในย่านสาทร-สีลมที่เชื่อมทั้งที่ทำงาน โรงเรียน และสวนสาธารณะในระยะเดินเท้า อาคารให้ความสำคัญกับแสงแดด สายลม และพื้นที่สีเขียว พร้อมพาร์ตเนอร์อย่างโรงพยาบาลบีเอ็นเอชเข้ามาออกแบบระบบ Life Medical Service ที่ดึงประวัติการรักษา ประเมินสุขภาพ จัดบริการพยาบาลถึงที่พัก ส่งยา และดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่อยู่ลำพัง โดยลูกบ้านได้รับส่วนลดค่าบริการ 20% อีกด้วย นี่คือคอนโดที่ไม่ปล่อยให้คุณจัดการสุขภาพคนเดียว

ที่อยู่อาศัยสุขภาพใกล้โรงพยาบาล: เมื่อบ้านกลายเป็นฐานดูแลชีวิต

จากคอนโดทั่วไปสู่ที่อยู่อาศัยเวลเนสและเมืองแบบ Wellness Hub

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่คอนโดหนึ่งโครงการ แต่เป็นการเลื่อนเพดานของทั้งวงการไปสู่ที่อยู่อาศัยเวลเนสและชุมชนลองเจวิตี้ในสเกลเมือง ผู้บริหารจากฝั่งอสังหาฯ เสนอให้คิดภาพเมืองทั้งเมืองเป็น Wellness Integrated Destination หรือจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพแบบครบวงจร ต้องมีระบบรองรับตั้งแต่บุคลากรแพทย์ แหล่งวิจัยและนวัตกรรม ศูนย์เทรนนิ่ง ที่อยู่อาศัย ไปจนถึง Senior Living และโรงเรียนนานาชาติ พูดง่ายๆ คือบ้านไม่ใช่แค่ยูนิตในอาคาร แต่เป็นชิ้นส่วนหนึ่งในระบบนิเวศสุขภาพที่ออกแบบมาพร้อมกัน

แนวคิดนี้สะท้อนว่าเวลเนสเรียลเอสเตตเป็นการผสมผสานอสังหาฯ เข้ากับการแพทย์และสุขภาพ เพื่อสร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่าโครงการอย่างยั่งยืน และผลักดันให้กลายเป็น New S-Curve ด้านเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของประเทศ วาทะสำคัญจากเวทีเดียวกัน คือมุมมองที่ว่า “เวลเนสไม่ใช่แค่ธุรกิจสุขภาพ แต่เป็น Next S-Curve ที่เชื่อมการท่องเที่ยว การแพทย์ อสังหาฯ การศึกษา และนวัตกรรมเข้าด้วยกัน” ถ้าเมืองยังไม่ถูกออกแบบให้รองรับการเติบโตแบบนี้ ทั้งปัญหาจราจร ขยะ คุณภาพอากาศ และน้ำประปาที่ขาดแคลนจะกลายเป็นตัวฉุดศักยภาพของโมเดลใหม่นี้ทันที

ที่อยู่อาศัยสุขภาพใกล้โรงพยาบาล: เมื่อบ้านกลายเป็นฐานดูแลชีวิต

ทำไมช่วงนี้โมเดลบ้านใกล้โรงพยาบาลจึงมาแรง

กระแสโครงการอพยพใกล้โรงพยาบาลไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่ถูกผลักด้วยตัวเลขในเศรษฐกิจสุขภาพที่กำลังพลิกเกม ข้อมูลช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม 2569 ชี้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเพื่อท่องเที่ยวทั่วไปลดลง 3.19% ในขณะที่ไฟลต์บินเข้ามาเพื่อรักษาโรคเพิ่มขึ้นถึง 18.35% และเมื่อ Wellness Economy เติบโตขึ้น กลุ่มโรงพยาบาลเอกชนรายใหญ่ก็เติบโตถึง 36.4% ในช่วงเดียวกัน ตัวเลขเหล่านี้กดดันให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ ต้องมองสุขภาพเป็นธุรกิจแกนกลาง ไม่ใช่แนวทางเสริม

ในฝั่งการท่องเที่ยว โมเดลเวลเนสรีทรีทที่เน้นการพักฟื้นและดูแลสุขภาพเพิ่มระยะเวลาพำนักจากเดิม 3-5 วัน เป็น 7-14 วัน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวสูงขึ้น ไม่ใช่แค่ค่าที่พักและอาหาร แต่รวมบริการด้านสุขภาพและความงามด้วย มีข้อมูลว่าช่วงพัก 3-7 วันสามารถเพิ่มวันพักเฉลี่ยได้อีกราว 10 วัน และค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพิ่มประมาณ 35% เมื่อคนแสวงหาการดูแลแบบยาวๆ การมีที่อยู่อาศัยสุขภาพอยู่ในเมืองเดียวกับโรงพยาบาลคุณภาพ จึงกลายเป็นข้อเสนอที่ตอบโจทย์ทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวที่อยากพักแบบ “อยู่จริง” มากกว่ามาเยือนชั่วคราว

ข้อเท็จจริงที่ผู้บริโภคและดีเวลลอปเปอร์ต้องกล้ายอมรับ

เมื่อที่อยู่อาศัยสุขภาพและชุมชนลองเจวิตี้เริ่มชัดขึ้น คำถามคือใครจะได้ประโยชน์ และใครเสี่ยงจะถูกทิ้งไว้ด้านหลัง ในเชิงผู้บริโภค โมเดลที่ผูกบริการแพทย์และเวลเนสเข้ากับบ้าน เสนอความสบายใจระดับใหม่ให้กับคนที่มีผู้สูงอายุในครอบครัว หรือมีโรคประจำตัวที่ต้องดูแลอย่างต่อเนื่อง การมี Life Medical Service คอยประเมินสุขภาพ ประสานพยาบาลถึงที่พัก ส่งยา และให้ส่วนลด 20% สำหรับค่าบริการ คือความต่างระหว่างการอยู่คอนโดทั่วไป กับการอยู่ในโครงการที่ออกแบบให้สุขภาพเป็นระบบหลัก ไม่ใช่เรื่องที่ต้องจัดการเองทุกขั้น

ในฝั่งดีเวลลอปเปอร์ มุมมองว่าที่อยู่อาศัยเวลเนสสามารถเป็น S-Curve ใหม่อาจถูกต้อง แต่ต้องแลกกับการลงทุนระยะยาว ทั้งการจับมือกับโรงพยาบาล การพัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพ และการออกแบบที่คิดล่วงหน้าเรื่องการสูงวัยของผู้อยู่อาศัย ถ้าใครยังมองโครงการเป็นรอบขายสั้นๆ ก็จะมองไม่เห็นคุณค่าของโมเดลนี้อย่างเต็มที่ บทสรุปคือยุคที่บ้านเป็นแค่สินทรัพย์กำลังจบลงอย่างช้าๆ และยุคที่บ้านเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพกำลังเริ่มต้น ใครเข้าใจความหมายของ Longevity ก่อน ก็มีโอกาสเป็นผู้นำทั้งในตลาดและในคุณภาพชีวิตของคนอยู่

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!