ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ความต้องการหน่วยความจำ AI ดันราคาสมาร์ทโฟนพุ่ง

ความต้องการหน่วยความจำ AI ดันราคาสมาร์ทโฟนพุ่ง
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

หน่วยความจำ AI คืออะไร และทำไมมือถือถึงพลอยแพงไปด้วย

หน่วยความจำ AI คือหน่วยความจำความเร็วสูงอย่าง HBM และ DRAM สำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ประมวลผลโมเดลปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่ ตั้งแต่การฝึกโมเดล การประมวลผลคำตอบ ไปจนถึงงานเอเจนต์ AI ที่ต้องเข้าถึงข้อมูลปริมาณมากต่อเนื่อง หน่วยความจำเหล่านี้ต้องทั้งเร็ว ความจุสูง และใช้พลังงานคุ้มค่า จึงเบียดแย่งทรัพยากรการผลิตจาก DRAM ปกติที่ใช้ในสมาร์ทโฟนและพีซี ทำให้ต้นทุนฮาร์ดแวร์ผู้บริโภคไต่ระดับขึ้นอย่างชัดเจน

ประเด็นสำคัญตอนนี้คือ ความต้องการ AI ศูนย์ข้อมูลไม่ใช่แค่เทรนด์เทคโนโลยีของฝั่งองค์กร แต่กำลังกลายเป็นตัวกำหนดว่าผู้บริโภคต้องจ่ายเท่าไรให้กับสมาร์ทโฟนเครื่องถัดไป รายงานต่างประเทศระบุว่าอุปสงค์หน่วยความจำจากศูนย์ข้อมูล AI แข็งแกร่งจนผลักดันต้นทุนของสมาร์ตโฟนและพีซีให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และผู้ผลิตหน่วยความจำก็เลือกจัดสรรกำลังการผลิตที่มีจำกัดไปยังสินค้าที่เกี่ยวกับ AI ซึ่งมีกำไรสูงและมีคำสั่งซื้อมั่นคงมากกว่า หากมองจากมุมผู้ใช้ นี่คือการที่ราคาหน่วยความจำ AI ราคา แพงขึ้นและดันให้ต้นทุนหน่วยความจำเพิ่มขึ้นทั่วห่วงโซ่

ความต้องการหน่วยความจำ AI ดันราคาสมาร์ทโฟนพุ่ง

ความต้องการ AI ศูนย์ข้อมูลดูด DRAM จากสมาร์ทโฟนอย่างไร

แม้ HBM สำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI และ Mobile DRAM จะเป็นคนละสินค้า แต่ทั้งคู่ใช้ทรัพยากรการผลิต DRAM ก้อนเดียวกัน เมื่อการฝึกโมเดล LLM และการประมวลผลคำตอบของ AI กระตุ้นยอดใช้เซิร์ฟเวอร์ AI ยอดจัดส่ง HBM3e, LPDDR5X และ RDIMM ความจุสูงจึงโตพร้อมกัน ปัญหาคือ HBM หนึ่งความจุกินเวเฟอร์มากกว่า DRAM ทั่วไปราวสามเท่าตามการประเมินของผู้ผลิตรายใหญ่ ทำให้สายการผลิตถูกดึงไปป้อน AI หนักขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลสั่งซื้อ HBM และ Server DRAM ปริมาณมหาศาล ผู้ผลิตจึงมีแรงจูงใจสูงที่จะหันกำลังการผลิตไปยังสินค้าเหล่านี้ที่มีมูลค่าสูงกว่า ส่งผลให้ทรัพยากรสำหรับ DRAM ทั่วไปหดตัวลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ นี่คือหัวใจของภาวะขาดแคลน DRAM สมาร์ทโฟน ที่ทำให้ราคา DRAM สำหรับสมาร์ตโฟนในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นราว 83 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบไตรมาสก่อน เมื่อหน่วยความจำ AI ราคา สูงขึ้นและแย่งกำลังการผลิต ผลลัพธ์ปลายทางคือผู้ใช้มือถือและพีซีต้องจ่ายมากขึ้นโดยไม่เต็มใจ

ต้นทุนหน่วยความจำเพิ่มขึ้น กระทบโครงสร้างราคา iPhone และพีซี

ในระดับโครงสร้าง ต้นทุนหน่วยความจำกำลังกลายเป็นตัวละครเอกในสมาร์ทโฟนเรือธง ข้อมูลการติดตามต้นทุนชี้ว่าต้นทุนรวมของ DRAM และ NAND ในสมาร์ตโฟนระดับบนคิดเป็นราว 40 เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนชิ้นส่วนทั้งหมดในไตรมาส 2 และ DRAM แซงหน้า SoC ขึ้นเป็นชิ้นส่วนที่แพงที่สุด เมื่อหน่วยความจำพุ่งขึ้นแรงเช่นนี้ ผู้ผลิตแทบไม่มีทางเลือกนอกจากต้องกดต้นทุนส่วนอื่นหรือทยอยปรับขึ้นราคาปลายทาง

ฝั่งผู้ผลิตรายใหญ่ซีอีโอยอมรับตรงไปตรงมาว่าต้นทุนหน่วยความจำที่บริษัทจ่ายในไตรมาสเดือนมิถุนายนนั้นสูงกว่าก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ และคาดว่าจะสูงขึ้นอีกในไตรมาสเดือนกันยายน ขณะเดียวกันฝ่ายการเงินระบุชัดว่าต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นคือปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท เมื่อรวมกับการที่สมาร์ตโฟนระดับเรือธงต้องอัด RAM และความจุสูงขึ้นเพื่อรองรับฟีเจอร์ AI บนเครื่อง แทบหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ผู้ใช้จะเห็นราคา iPhone และพีซีบางรุ่นถีบตัวขึ้น เพราะต้นทุนหน่วยความจำเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นภาระสำคัญในบิลต้นทุน

ตลาดสมาร์ทโฟนหดแต่แพงขึ้น ใครคือผู้ชนะตัวจริง

ด้านผู้บริโภคภาพที่เห็นคือยอดส่งมอบสมาร์ตโฟนทั่วโลกลดลงมากกว่าเดิม แต่ราคากลับสูงขึ้น IDC คาดว่ายอดจัดส่งสมาร์ตโฟนทั่วโลกในปีหนึ่งจะลดลงถึง 16.7 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียงราวหนึ่งพันล้านเครื่องเล็กน้อย แต่ราคาขายเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นถึง 27.6 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าแม้คนซื้อมือถือน้อยลง แต่มูลค่าตลาดรวมยังขยายตัว เพราะผู้ใช้ถูกบีบให้จ่ายแพงขึ้นต่อเครื่องจากทั้งฟีเจอร์ AI และต้นทุนหน่วยความจำที่สูงขึ้น

ผู้ผลิตแบรนด์มือถือและพีซีแล้วเริ่มสะท้อนแรงกดดันนี้สู่ราคาแล้ว โดยมีรายงานว่าบางแบรนด์ดังปรับขึ้นราคาสมาร์ตโฟนบางรุ่นครั้งละสูงมาก และผู้ผลิตพีซีรายใหญ่บางรายขึ้นราคาผลิตภัณฑ์บางส่วนเป็นเลขสองหลักในครั้งเดียว แต่ในขณะที่ผู้ใช้ต้องควักเงินเพิ่ม ผู้ผลิตหน่วยความจำกลับเป็นฝ่ายได้เปรียบ รายงานด้านอุตสาหกรรมระบุว่าราคาตามสัญญาของ DRAM ที่เพิ่มขึ้นดันให้รายได้รวมของอุตสาหกรรมพุ่งขึ้น 59.5 เปอร์เซ็นต์แบบไตรมาสต่อไตรมาส แตะระดับเกือบหนึ่งร้อยห้าสิบสี่พันล้านดอลลาร์ ช่องว่างระหว่างความกังวลของผู้ใช้กับกำไรของผู้ผลิตหน่วยความจำจึงยิ่งชัดเจน

Micron และผู้ผลิต DRAM กอบโกย ขณะที่ผู้ใช้ต้องรอความสมดุลใหม่

ในบรรดาผู้ผลิตหน่วยความจำ Micron คือหนึ่งในผู้ได้อานิสงส์มากที่สุดจากคลื่น AI บริษัทเร่งปรับสัดส่วนการผลิตไปสู่ Server DRAM ราคาสูง ทำให้รายได้ DRAM ทั่วไปในไตรมาส 2 เติบโตถึง 65.5 เปอร์เซ็นต์แบบไตรมาสต่อไตรมาส แตะ 36 พันล้านดอลลาร์ และส่วนแบ่งตลาดขยายเป็น 23.3 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันผู้เล่นรายใหญ่อื่นก็ได้ประโยชน์ไม่แพ้กันจากการเปลี่ยนกำลังการผลิตไปยังสินค้าสำหรับ AI ที่ทำเงินมากกว่า

คำถามคือภาวะขาดแคลนนี้จะยืดเยื้อแค่ไหน รายงานอุตสาหกรรมคาดว่าการเติบโตของอุปสงค์ DRAM จะยังแซงหน้าการเติบโตของอุปทานต่อเนื่องไปจนถึงปี 2027 โดยมี HBM ที่แย่งกำลังการผลิตเป็นตัวการหลักของอุปทานตึงตัว ผู้ผลิตสามอันดับแรกจึงเลือกแก้ปัญหาด้วยการเร่งอัปเกรดสู่โหนดกระบวนการผลิตขั้นสูงมากกว่าขยายจำนวนเวเฟอร์อย่างก้าวกระโดด ซึ่งหมายความว่าการผ่อนคลายของราคาอาจค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ฝั่ง NAND มีแนวโน้มอุปทานจะเริ่มหายใจโล่งขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2027 เป็นต้นไป สำหรับผู้ใช้ สิ่งที่ทำได้คือชั่งน้ำหนักว่าฟีเจอร์ AI ที่ได้มาคุ้มกับภาระราคาที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ในแต่ละรอบการอัปเกรดเครื่อง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!