ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ก้าวใหม่ของวงการภาพยนตร์สู่ตลาดนานาชาติ

ก้าวใหม่ของวงการภาพยนตร์สู่ตลาดนานาชาติ
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ภาพรวมก้าวสำคัญของภาพยนตร์ไทยนานาชาติ

ภาพยนตร์ไทยนานาชาติคือผลงานจากผู้สร้างในไทยที่สามารถเดินทางออกจากตลาดภายในประเทศไปสู่เทศกาลภาพยนตร์เอเชียและตลาดภาพยนตร์ทั่วโลก เชื่อมโยงผู้ชม นักลงทุน และผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ในหลายภูมิภาคผ่านเวทีฉาย เจรจาธุรกิจ และการร่วมผลิต ทำให้เนื้อหา วัฒนธรรม และเรื่องเล่าของไทยกลายเป็นสินทรัพย์สร้างสรรค์ที่มีมูลค่าในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยและระบบเศรษฐกิจบันเทิงที่กำลังเติบโตในระดับภูมิภาค ประเด็นสำคัญของปีนี้คือการที่บัสดับของตลาดภาพยนตร์ในเอเชียยอมรับศักยภาพของผู้สร้างไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งผ่านการยกย่องให้เป็น Country of Honor ประเทศแรกของ Asian Contents & Film Market และการจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานครที่ทำหน้าที่เป็นฐานเชื่อมโยงเครือข่ายก่อนส่งต่อผลงานไปยังเวทีต่างประเทศ หากมองให้ลึก นี่ไม่ใช่แค่ความสำเร็จเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นจุดเปลี่ยนให้ไทยเริ่มเจรจาเรื่องลิขสิทธิ์ การจัดจำหน่ายภาพยนตร์ และการร่วมลงทุนอย่างมีน้ำหนักในวงสนทนานานาชาติ

ก้าวใหม่ของวงการภาพยนตร์สู่ตลาดนานาชาติ

Bangkok International Film Festival เชื่อมเมือง คนดู และตลาด

Bangkok International Film Festival ภายใต้แนวคิด Connecting Stories, Creating Opportunities ดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องกว่าสองสัปดาห์ เปิดพื้นที่ให้ภาพยนตร์ ผู้สร้าง ผู้ชม และบุคลากรจากไทยและต่างประเทศได้มาพบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างโอกาสร่วมกันอย่างเป็นระบบ เทศกาลนี้จึงทำหน้าที่มากกว่าการเป็นโรงหนังชั่วคราว แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านความสัมพันธ์ของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทย สิ่งที่น่าสนใจคือมุมมองของผู้จัดงานที่มองภาพยนตร์เป็นตัวกลางเชื่อมคน เมือง และชุมชน ไม่ใช่แค่สินค้าบันเทิง แต่เป็นหน้าตาของประเทศที่สะท้อนวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความคิดสร้างสรรค์จากหลากหลายมิติไปสู่สายตาแขกต่างชาติ คำกล่าวของรองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรมที่ว่าเทศกาลต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ภาพยนตร์ไทยขยายความร่วมมือกับนานาชาติ จึงเป็นคำประกาศชัดเจนว่าภายในกำลังเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันในตลาดระดับโลก ไม่ใช่เพียงจัดงานเพื่อภาพลักษณ์ แนวคิดนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตของภาพยนตร์ไม่ได้เป็นภาระของผู้กำกับหรือค่ายหนังเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยการร่วมมือของคนดู ผู้ประกอบการ และนักลงทุนเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่รองรับผลงานหลากหลาย รวมถึงงานที่อาจไม่มีพื้นที่ในระบบฉายเชิงพาณิชย์ทั่วไป หากไทยรักษาพื้นที่ทดลองและสนทนาเช่นนี้ไว้ได้ การผลักดันภาพยนตร์ไทยนานาชาติจะยิ่งมีรากฐานที่มั่นคง

ก้าวใหม่ของวงการภาพยนตร์สู่ตลาดนานาชาติ

Country of Honor ที่ปูซาน สถานะใหม่บนเวทีเทศกาลภาพยนตร์เอเชีย

การได้รับเลือกเป็น Country of Honor ประเทศแรกของ Asian Contents & Film Market ไม่ใช่เพียงโล่เชิดชูเกียรติ แต่คือเสียงบอกจากวงการเทศกาลภาพยนตร์เอเชียว่าผลงานและบุคลากรจากไทยพร้อมสำหรับระดับนานาชาติ สถานะนี้เปิดทางให้ไทยมีบทบาทในหลายกิจกรรม ทั้งการร่วมเป็นเจ้าภาพงาน Opening Reception การจัดเสวนา “Thailand: The Next Chapter” และการตั้งคูหาประเทศสำหรับการเจรจาธุรกิจ คำกล่าวจากฝ่ายจัดงานที่มุ่งหวังให้การเข้าร่วมครั้งนี้ช่วยขยายโอกาสของภาพยนตร์และคอนเทนต์ไทยในด้านการร่วมผลิต การจัดจำหน่าย การลงทุน และการต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญา เป็นประโยคที่ควรหยิบมาจำ เพราะสะท้อนวิธีคิดเชิงยุทธศาสตร์ของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยที่ไม่จำกัดตัวอยู่แค่การขายตั๋วในโรงแต่ต้องการสร้าง IP ที่สามารถสร้างมูลค่าซ้ำได้ เมื่อไทยใช้ตลาดนี้ในการเชื่อมบุคลากรกับผู้ผลิต ผู้ลงทุน และตลาดต่างประเทศ ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะไม่ได้วัดจากจำนวนรอบฉาย แต่จากจำนวนข้อตกลงใหม่ ความร่วมมือในการร่วมผลิต และโอกาสในการซื้อขายลิขสิทธิ์ที่เกิดขึ้นในระยะยาว นี่คือการขยับจากการเป็นผู้เข้าร่วมเทศกาลไปสู่ผู้เล่นหลักในภูมิภาค

ก้าวใหม่ของวงการภาพยนตร์สู่ตลาดนานาชาติ

เมื่อการจัดจำหน่ายภาพยนตร์กลายเป็นหัวใจของเกมธุรกิจ

หัวใจทางธุรกิจของการไป Asian Contents & Film Market อยู่ที่การจัดจำหน่ายภาพยนตร์และการต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างชัดเจน กิจกรรม BSM Pitch & Match – Thai Remake IP นำเสนอผลงานไทย 5 เรื่องเพื่อเปิดโอกาสเจรจาลิขสิทธิ์และดัดแปลงสร้างใหม่ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นการยอมรับว่าเรื่องเล่าจากไทยมีศักยภาพพอที่จะถูกตีความใหม่ในบริบทอื่น นี่คือจุดที่อุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยเริ่มเก็บเกี่ยวผลจากการพัฒนาบทและตัวละครที่แข็งแรง การยกทัพ 20 บริษัทไปใช้คูหาประเทศในการเจรจาธุรกิจ แปลว่าผู้เล่นไทยกำลังหันหน้าเข้าหาตลาดโลกด้วยตัวเอง ไม่รอให้ต่างประเทศมาค้นพบ การผลักดันโครงการ RHIZOME ใน Asian Cinema Fund และ FATIMAH ใน Asian Project Market รวมถึงการสนับสนุนภาพยนตร์ไทย 4 เรื่องที่ได้รับการคัดเลือกเข้าฉายใน Busan International Film Festival เป็นตัวอย่างรูปธรรมของการใช้เทศกาลเป็นช่องทางทดสอบตลาดและเปิดประตูการจัดจำหน่ายใหม่ในต่างประเทศ หากไทยเดินหน้าต่อเนื่องในแนวทางนี้ การจัดจำหน่ายภาพยนตร์จะไม่ใช่จุดอ่อนอีกต่อไป แต่กลายเป็นจุดแข็งที่ทำให้ภาพยนตร์ไทยนานาชาติสามารถหมุนเวียนสร้างรายได้ และเสริมกำลังให้ค่ายหนังและผู้สร้างรายใหม่กล้าลงทุนกับเนื้อหาที่หลากหลายมากขึ้น

ไทยในฐานะฮับคอนเทนต์ของระบบบันเทิงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อมองภาพรวมจากทั้งเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ และการเข้าร่วมฟิล์มมาร์เกตที่ปูซาน จะเห็นว่ามีการวางหมากให้อุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยเดินไปสู่บทบาทฮับสำคัญของภูมิภาคอย่างเป็นขั้นตอน การเชื่อมผู้สร้าง ผู้ชม และบุคลากรไทยเข้ากับเครือข่ายระดับนานาชาติในช่วงสองสัปดาห์ของเทศกาลในกรุงเทพฯ คือการสร้างฐานความเข้าใจและความสัมพันธ์ภายในก่อนส่งคนทำงานออกไปเผชิญหน้าตลาดต่างประเทศ ในอีกด้าน การใช้เวทีระดับเอเชียอย่าง Asian Contents & Film Market และ Busan International Film Festival เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากร เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และเสริมความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอนเทนต์ไทยให้ได้รับการยอมรับในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง คือการประกาศว่าผู้เล่นไทยพร้อมเข้าไปอยู่ในวงสนทนาเรื่องอนาคตของบันเทิงภูมิภาค คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าไทยจะกลายเป็นฮับหรือไม่ เพราะแนวโน้มชี้ว่าทิศทางเดินไปทางนั้นอยู่แล้ว แต่เป็นว่าผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ และคนทำงานรุ่นใหม่จะใช้โอกาสนี้อย่างไร จะผลักดันภาพยนตร์ไทยนานาชาติด้วยเนื้อหาที่กล้าและหลากหลาย หรือถอยกลับสู่สูตรสำเร็จเดิม หากเลือกอย่างแรก ฮับคอนเทนต์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีสีสันและเสียงเล่าจากไทยเป็นส่วนสำคัญแน่นอน

ก้าวใหม่ของวงการภาพยนตร์สู่ตลาดนานาชาติ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!