ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ตลาดคอนโดไทยเร่งเครื่อง ยอดขายพุ่ง กลยุทธ์ชัดสวนเศรษฐกิจ

ตลาดคอนโดไทยเร่งเครื่อง ยอดขายพุ่ง กลยุทธ์ชัดสวนเศรษฐกิจ
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ดีมานด์คอนโดไม่แผ่ว แม้เศรษฐกิจสะดุด

ตลาดคอนโดไทยคือภาพสะท้อนสำคัญของการอยู่อาศัยเมืองยุคใหม่ ที่ผสมระหว่างดีมานด์เพื่ออยู่อาศัยจริง การลงทุนระยะยาว และการพัฒนาเมืองรอบระบบขนส่ง ซึ่งตัวเลขยอดขายและการเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงหลังแสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อยังเชื่อมั่นในสินค้าที่มีคุณภาพและทำเลเหมาะสม แม้เศรษฐกิจจะเผชิญแรงกดดันหลายด้านก็ตาม การอ่านแนวโน้มตลาดคอนโดจึงไม่ใช่แค่เรื่องของอสังหาริมทรัพย์ แต่เป็นการอ่านความคาดหวังของคนเมืองต่อคุณภาพชีวิตในอนาคตด้วย

ธุรกิจคอนโดของผู้พัฒนารายใหญ่อย่างแสนสิริเติบโตสวนทางตลาด ด้วยยอดขายคอนโดแบบ Presale 25,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อน ส่งสัญญาณชัดว่าดีมานด์ยังแข็งแรง ยอดโอน 14,500 ล้านบาท สูงสุดในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ สะท้อนว่าผู้ซื้อไม่ได้แค่จอง แต่เดินหน้าปิดดีลและรับโอนกรรมสิทธิ์จริง สำหรับตลาดคอนโดไทย ตัวเลขเหล่านี้คือหลักฐานว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจยังไม่สามารถกดทับการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยได้ทั้งหมด โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองที่ต้องการที่อยู่ใกล้โอกาสการทำงานและบริการต่างๆ

ตลาดคอนโดไทยเร่งเครื่อง ยอดขายพุ่ง กลยุทธ์ชัดสวนเศรษฐกิจ

ยอดขายทะลุ 25,000 ล้าน: ตัวเลขที่สะท้อนกลยุทธ์มากกว่าดีมานด์

หากมองเพียงตัวเลข ยอดขายคอนโดที่ 25,000 ล้านบาท โตขึ้น 35% อาจดูแค่เป็นความสำเร็จเชิงรายได้ แต่ในเชิงวิเคราะห์ นี่คือผลลัพธ์ของการวางตำแหน่งสินค้าและการเลือกเซกเมนต์อย่างแม่นยำ แสนสิริสามารถปิดการขายคอนโดได้ถึง 13 โครงการ มูลค่ารวม 9,610 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Medium ถึง Affordable ซึ่งเป็นเซกเมนต์หลักของตลาดคอนโดไทย นั่นหมายความว่าผู้เล่นที่เข้าใจว่าตลาดมวลใหญ่ต้องการ "ของดีราคาจับต้องได้" ย่อมมีโอกาสกวาดส่วนแบ่งดีมานด์มากกว่าคู่แข่งที่โฟกัสเฉพาะระดับบน

สิ่งที่สำคัญกว่า คือการที่ยอดโอนสูงสุด 14,500 ล้านบาทในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้มาจากการลดแลกแจกแถม แต่จากสินค้าที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริงในทำเลที่เลือกมาอย่างดี นี่สะท้อนว่าตลาดคอนโดไม่ได้พึ่งเก็งกำไรเป็นหลักอีกต่อไป ผู้ซื้อมองหาคุณภาพชีวิตในภาพรวม ทั้งการเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวก และการออกแบบพื้นที่อยู่ร่วมกับชุมชน ความสำเร็จด้านยอดขายจึงเชื่อมตรงกับกลยุทธ์สินค้าคุณภาพมากกว่าการทำแคมเปญระยะสั้น

ตลาดคอนโดไทยเร่งเครื่อง ยอดขายพุ่ง กลยุทธ์ชัดสวนเศรษฐกิจ

แผนเปิด 16 โครงการใหม่: สัญญาณความมั่นใจในตลาดคอนโดไทย

ในปี 2569 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนระดับโลก แต่การที่แสนสิริเตรียมเปิดตัวโครงการคอนโดใหม่ถึง 16 โครงการ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท สูงสุดในกลุ่มอสังหาฯ เป็นการประกาศความเชื่อมั่นอย่างชัดเจนต่อดีมานด์ในอนาคต การตั้งเป้ายอดขายคอนโด 23,000 ล้านบาท และยอดโอน 17,500 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าผู้พัฒนารายนี้มองภาพฟื้นตัวของตลาดคอนโดไทยอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงความหวังลอยๆ แต่มีคอนโดพร้อมโอนและรอรับรู้รายได้ในมือรองรับแล้วกว่า 20,000 ล้านบาท

การรุกเปิดโครงการใหม่ไม่ได้เกิดในสุญญากาศ แต่เชื่อมกับปัจจัยบวกเชิงนโยบาย ทั้งการเร่งวางรากฐานเศรษฐกิจโดยรัฐบาลใหม่ และการลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 1.00% ต่อปี ซึ่งช่วยลดต้นทุนทางการเงินของผู้ซื้อและสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน ผลกระทบต่อคนทั่วไปคือโอกาสเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยมากขึ้นในช่วงที่มีโครงการคอนโดใหม่หลากหลายเซกเมนต์เปิดตัวพร้อมกัน ตั้งแต่ Luxury ไปจนถึง Affordable ทำให้ผู้ซื้อมีช่วงเลือกที่ตรงกับกำลังซื้อและไลฟ์สไตล์มากขึ้นอย่างแท้จริง

ตลาดคอนโดไทยเร่งเครื่อง ยอดขายพุ่ง กลยุทธ์ชัดสวนเศรษฐกิจ

กลยุทธ์สินค้าคุณภาพ: จาก Luxury ถึง Affordable และการอยู่จริง

หัวใจที่ขับเคลื่อนยอดขายคอนโดไม่ใช่แค่โปรโมชั่น แต่คือแนวคิด "สินค้าคุณภาพ" ที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ของตลาด แสนสิริเดินเกมผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ตั้งแต่การตอกย้ำฐานตลาดบนผ่านโครงการ Premium รวม 5 โครงการ มูลค่า 14,800 ล้านบาท เช่น Via 34, Via 61, Via ARI, SHUSH Ratchathewi และ The Standard Residences Hua Hin ไปจนถึงการนำแบรนด์ไอคอนอย่าง XT และ THE MONUMENT กลับมาสร้างความต่างในตลาดคนเมืองระดับบนที่ต้องการดีไซน์และภาพลักษณ์ชัดเจน

ในอีกด้าน กลยุทธ์ Strategic Expansion & Partnership ขยายไปยังทำเลศักยภาพทั่วประเทศ เช่น หัวหิน HUB Hua Hin, พัทยา dcondo vite และภูเก็ตกับโครงการ RHEA by Sansiri ใกล้หาดสุรินทร์-บางเทา รวมถึงอีกหลายทำเลท่องเที่ยวสำคัญ การร่วมทุนกับ Mitsui Fudosan และ Tokyu Development ทำให้โครงการใหม่อย่าง LOVE Charoen Nakhon มูลค่า 6,500 ล้านบาท มีจุดเด่นทั้งแบบอาคารหน้ากว้างและวิวแม่น้ำเจ้าพระยาพาโนรามา พร้อมแนวคิดคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ ราคาเริ่มต้น 2.39 ล้านบาทสำหรับห้องวิวเมือง และ 3.39 ล้านบาทสำหรับห้องวิวแม่น้ำ ทั้งหมดนี้สะท้อนว่ากลยุทธ์คอนโดใหม่ไม่ได้ขายแค่พื้นที่ใช้สอย แต่ขายประสบการณ์การอยู่จริงที่ตอบโจทย์หลากหลายกลุ่มผู้ซื้อในตลาดคอนโดไทย

ตลาดคอนโดไทยเร่งเครื่อง ยอดขายพุ่ง กลยุทธ์ชัดสวนเศรษฐกิจ

Future Living: เมื่อคอนโดกลายเป็นแพลตฟอร์มคุณภาพชีวิตระยะยาว

สิ่งที่ทำให้การเติบโตของยอดขายคอนโดยั่งยืน ไม่ใช่เพียงจำนวนโครงการ หรือมูลค่าทางการเงิน แต่คือการเปลี่ยนบทบาทคอนโดให้กลายเป็นแพลตฟอร์มคุณภาพชีวิตระยะยาว กลยุทธ์ Future Living & Community Evolution เน้นออกแบบโครงการให้รองรับทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย เช่น การให้ความสำคัญกับอากาศ น้ำ และแสงธรรมชาติในด้าน Physical Well-being รวมถึงพื้นที่สีเขียว คอนโดแบบ Pets Welcome ที่เลี้ยงสัตว์ได้ และระบบความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงในด้าน Mental Well-being และ Security

ในเชิงตลาด แนวคิดนี้ตอบรับดีมานด์ใหม่ที่ผู้ซื้อไม่ได้มองคอนโดเป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็นระบบนิเวศของไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานเมืองที่ต้องการพื้นที่พักฟื้นจากความเครียด หรือครอบครัวรุ่นใหม่ที่มองหาชุมชนที่เหมาะกับทั้งคนและสัตว์เลี้ยง การตั้งเป้าขยายคอนโด Pets Welcome ให้มีรวม 20 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 46,200 ล้านบาทภายในปี 2569 คือการประกาศว่าตลาดคอนโดกำลังเคลื่อนเข้าสู่ยุคที่สินค้าต้องสะท้อนคุณค่าเรื่อง Well-being มากกว่าการแข่งขันแค่ราคา สำหรับคนที่กำลังจะซื้อคอนโดในยุคอสังหาริมทรัพย์ 2569 การมองหาคอนเซ็ปต์ Future Living จึงเป็นการลงทุนกับคุณภาพชีวิต ไม่ใช่แค่การซื้อห้องชุดหนึ่งห้องเท่านั้น

ตลาดคอนโดไทยเร่งเครื่อง ยอดขายพุ่ง กลยุทธ์ชัดสวนเศรษฐกิจ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!