ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ท่าเรือสมัยใหม่และระบบขนส่งแบบเชื่อมโยง พลิกเกมโลจิสติกส์ของภูมิภาค

ท่าเรือสมัยใหม่และระบบขนส่งแบบเชื่อมโยง พลิกเกมโลจิสติกส์ของภูมิภาค
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ระบบขนส่งแบบเชื่อมโยง ไม่ใช่เทรนด์แต่คือเงื่อนไขการอยู่รอด

ระบบขนส่งแบบเชื่อมโยงคือการออกแบบเครือข่ายโลจิสติกส์ให้ถนน รถไฟ ท่าเรือ และสถานีขนส่งทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การจัดการข้อมูล การบริหารจราจร และการบริการผู้ใช้ โดยมีเป้าหมายลดเวลาและต้นทุนการขนส่ง เพิ่มความแน่นอนในการส่งมอบสินค้า และลดผลกระทบต่อการจราจรและสิ่งแวดล้อม ผ่านการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะและแพลตฟอร์มข้อมูลกลางเพื่อให้ทุกโหมดขนส่งเชื่อมต่อกันอย่างราบรื่น

วันนี้โจทย์โลจิสติกส์ไม่ใช่แค่มีถนน มีราง หรือมีท่าเรือสมัยใหม่ แต่คือการทำให้ทุกชิ้นส่วนทำงานประสานกันจริง การบริหารคอขวดในโครงข่ายจึงกลายเป็นสมรภูมิใหม่ของนโยบายคมนาคม เพราะคอขวดเพียงจุดเดียวสามารถดึงประสิทธิภาพทั้งระบบให้ตกลง และทำให้ต้นทุนภาคธุรกิจสูงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล การเชื่อมล้อ ราง เรือด้วยโลจิสติกส์ประสานงานที่มีข้อมูลแบบเรียลไทม์จึงเป็นคำตอบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากต้องการรักษาความสามารถแข่งขันของห่วงโซ่อุปทานในระดับภูมิภาค

ICD ลาดกระบัง แก้คอขวดด้วยการบูรณาการล้อ-ราง-ท่าเรือและ PPP

การลงพื้นที่ของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่สถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องลาดกระบัง ICD ลาดกระบัง และสถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้าเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ไม่ใช่แค่การตรวจงาน แต่สะท้อนการยอมรับว่าคอขวดของระบบถนน ราง และท่าเรือกำลังบีบให้ทั้งระบบโลจิสติกส์ต้องปรับใหม่ การสั่งเชื่อมระบบถนน ราง สถานีขนส่ง และท่าเรือให้เป็นเครือข่ายเดียว แทนการทำงานแบบแยกส่วน เป็นทิศทางที่ถูกต้อง เพราะ ICD ลาดกระบังเชื่อมโยงการขนส่งถึงท่าเรือหลัก และเป็นหัวใจของท่าเรือสมัยใหม่ด้านสินค้ากล่อง

ตัวเลขสะสม 33.96 ล้าน TEUs ตั้งแต่เปิดดำเนินการเมื่อปี 2539 แบ่งเป็นทางรถไฟ 10.61 ล้าน TEUs และทางถนน 23.35 ล้าน TEUs จากการเดินรถไฟ 203,327 ขบวน แสดงให้เห็นว่าพื้นที่นี้แบกภาระของระบบขนส่งสินค้าระดับมหาศาล แต่กลับต้องให้รถบรรทุกวิ่งวกเข้ากรุงเทพฯ ก่อนกลับรถออกไปชลบุรี ทำให้ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ติดขัด การสร้างทางเชื่อม Ramp เข้าสู่ M7 ฝั่งมุ่งหน้าชลบุรีโดยตรง ที่คาดว่าจะเพิ่มความสามารถรองรับรถจากประมาณ 930 คันต่อชั่วโมงเป็น 1,194 คันต่อชั่วโมง จึงเป็นการแก้คอขวดเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่แค่การจัดระเบียบรถบรรทุก ที่สำคัญ การเดินหน้าโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน PPP เพื่อบริหาร ICD ทั้ง 6 สถานี หลังสัมปทานเดิมหมดอายุตั้งแต่ปี 2554 คือการยอมรับว่ารัฐไม่ควรแบกภาระทั้งหมดอีกต่อไป แต่ต้องเปิดให้เอกชนเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งแบบเชื่อมโยง

ท่าเรือสมัยใหม่และระบบขนส่งแบบเชื่อมโยง พลิกเกมโลจิสติกส์ของภูมิภาค

Smart Pier เปลี่ยนท่าเรือแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นแพลตฟอร์มข้อมูลการเดินทาง

ฝั่งการเดินทางทางน้ำ โครงการ Smart Pier บนแม่น้ำเจ้าพระยาแสดงให้เห็นว่าท่าเรือสมัยใหม่ไม่ใช่แค่โป๊ะและชานชาลา แต่คือแพลตฟอร์มข้อมูลและความปลอดภัย กรมเจ้าท่าปรับปรุงท่าเรือแล้วเสร็จ 11 แห่ง วงเงินรวม 297.76 ล้านบาท และกำลังเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมอีก 13 ท่าในช่วงปีงบประมาณ 2569-2570 ด้วยงบรวม 200.34 ล้านบาท นี่คือการลงทุนเพื่อยกระดับท่าเรือจากจุดขึ้นลงเรือธรรมดา ให้กลายเป็นโหนดของโลจิสติกส์ประสานงานระหว่างล้อ ราง และเรือในเมืองหลวง

จุดเปลี่ยนที่น่าสนใจไม่ใช่แค่จำนวนท่าเรือ แต่คือการวางระบบบริหารจัดการอัจฉริยะระยะที่ 1 วงเงิน 64.80 ล้านบาท ในท่าเรือหลัก 8 แห่ง ซึ่งกำลังติดตั้ง Kiosk ให้ข้อมูล เซ็นเซอร์วัดความเอียงของโป๊ะ กล้องวงจรปิดวิเคราะห์ด้วย AI ระบบติดตามตำแหน่งเรือแบบเรียลไทม์ และระบบแจ้งเตือนสภาพอากาศ พร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตอย่าง AED และระบบแจ้งเหตุ SOS คำกล่าวว่า “Smart Pier คือการทำให้ประชาชนเดินทางทางน้ำได้ง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น และมั่นใจมากขึ้น” ไม่ได้เป็นเพียงสโลแกน เพราะเมื่อผู้โดยสารตรวจสอบตำแหน่งเรือ ตารางเดินเรือ และสภาพอากาศได้ เจ้าหน้าที่ก็มีข้อมูลเฝ้าระวังและเข้าช่วยเหลือได้ทันที นี่คือการใช้ข้อมูลเพื่อจัดการความเสี่ยงในระบบเดินทางทางน้ำอย่างเป็นรูปธรรม

ท่าเรือสมัยใหม่และระบบขนส่งแบบเชื่อมโยง พลิกเกมโลจิสติกส์ของภูมิภาค

เมื่อท่าเรือสมัยใหม่จับมือระบบราง โอกาสของโลจิสติกส์ทั้งภูมิภาคก็เปลี่ยน

สิ่งที่ทั้ง ICD ลาดกระบังและ Smart Pier ทำร่วมกันคือการผลักดันแนวคิดโลจิสติกส์ประสานงานให้เกิดขึ้นจริง ฝั่งระบบราง ตัวเลขการขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟเส้นทาง ICD ลาดกระบัง แหลมฉบังเพิ่มจาก 386,763 TEUs ในปีงบประมาณ 2564 เป็น 497,805 TEUs ในปีงบประมาณ 2568 สะท้อนว่าผู้ประกอบการเห็นข้อได้เปรียบด้านต้นทุนและความแน่นอนของระบบรางมากขึ้น ขณะที่ระบบ Single Rail Transfer Operator SRTO ใน 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 ก็สูงกว่าเป้าหมายถึง 16 เปอร์เซ็นต์ แสดงว่าความต้องการใช้รางกำลังเร่งตัว แต่ถ้าไม่มีการเพิ่มขีดความสามารถพื้นที่ เครื่องมือยกขน การเดินรถ และการเชื่อมต่อท่าเรืออย่างจริงจัง ระบบรางก็จะติดกับดักคอขวดแบบเดิม

ฝั่งท่าเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา แผนพัฒนาระยะที่ 2 และ 3 ระหว่างปี 2571-2573 วงเงิน 85 ล้านบาท เพื่อขยายระบบบริหารจัดการอัจฉริยะให้ครอบคลุมท่าเรือทั้ง 29 แห่ง พร้อมพัฒนา Mobile Super App Line Official Account Beacon และระบบวิเคราะห์ข้อมูลผู้โดยสาร คือการยกระดับท่าเรือจากโครงสร้างพื้นฐาน ไปเป็นแพลตฟอร์มข้อมูลเพื่อบริหารการเดินทางและความปลอดภัยในภาพใหญ่ เมื่อท่าเรือสมัยใหม่แบบ Smart Pier เริ่มเชื่อมข้อมูลกับระบบบนบกและระบบรางอย่างจริงจัง เราจะเห็นว่าท่าเรือไม่ได้เป็นเพียงปลายทางของการเดินทางทางน้ำ แต่เป็นศูนย์กลางของระบบขนส่งแบบเชื่อมโยง ที่ช่วยลดภาระการจราจรบนถนนและต่อยอดเศรษฐกิจริมน้ำ

บทสรุป โลจิสติกส์ประสานงานคือการเมืองของโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่

เมื่อมองภาพรวม สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่โครงการแยกส่วน แต่คือการเมืองของโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ ที่รัฐเริ่มยอมรับว่าการขนส่งไม่อาจแบ่งเป็นถนน ราง หรือท่าเรืออีกต่อไป การลงพื้นที่สั่งบูรณาการล้อ ราง ท่าเรือที่ ICD ลาดกระบัง พร้อมเดินหน้า PPP เพื่อให้เอกชนเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และการลงทุนต่อเนื่องใน Smart Pier 29 ท่า พร้อมระบบอัจฉริยะสำหรับผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่ คือการวางรากฐานระบบขนส่งแบบเชื่อมโยงที่มองทั้งห่วงโซ่อุปทาน ไม่ใช่แค่โครงการเดี่ยว

ข้อวิจารณ์ที่ควรตั้งคำถามคือ ความต่อเนื่องและการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ถ้าแต่ละโครงการเดินไปคนละจังหวะ คอขวดก็จะย้ายที่ ไม่ใช่ถูกแก้ให้หมดไป รัฐต้องกล้าใช้ข้อมูลจากระบบอัจฉริยะที่ติดตั้งแล้ว เพื่อจัดลำดับการลงทุนและการออกแบบกติกา PPP ให้สอดคล้องกับความต้องการจริงของผู้ใช้ ไม่ใช่แค่ตอบโจทย์ตัวเลขงบประมาณ หากทำได้ ระบบท่าเรือสมัยใหม่และโลจิสติกส์ประสานงานจะไม่ใช่เพียงคำสวยหรูในเอกสาร แต่จะกลายเป็นข้อได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ของห่วงโซ่อุปทานทั้งภูมิภาคอย่างแท้จริง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!