เสาร์แรกหลังฝนทิ้งช่วง เราอุ้มกะทิขึ้นตักแล้วลูบขนท้องตามเคย เจอก้อนขนพันกันแข็งติดหนังท้องสองสามก้อนแบบที่ดึงเบาๆ ก็ไม่ออก อีกตัวที่หนักกว่าคือมูส ขนอุ้งเท้า นางยาวจนเก็บความชื้นจากพื้นบ้านไว้เต็มเท้า อุ้มทีได้กลิ่นเหม็นอับติดมือ เราเลยตัดสินใจรื้อกล่องปัตตาเลี่ยนที่สั่งมาจากช้อปปี้มาลองให้ครบทั้งสามแบบ ทั้งเครื่องไร้สายหลักร้อย เครื่องระดับช่างกรูม และที่ตัดขนเท้าหัวเล็กตัวจิ๋ว ให้ถุงเงิน กะทิ ชาไทย มูส และโกโก้ผลัดกันทดสอบอยู่สองอาทิตย์เต็ม วันนี้เล่าให้ฟังตรงๆ ว่าตัวไหนตัดง่าย ตัวไหนกินขน และตัวไหนที่น้องยอมอยู่นิ่งจริงๆ
ทำไมขนอุ้งเท้า ขนท้อง และขนหู ต้องเล็มให้สั้นอยู่ตลอด
หลายคนคิดว่าตัดขนคือเรื่องความสวยงามอย่างเดียว แต่จริงๆ แล้วหมาและแมวระบายความร้อนผ่านอุ้งเท้า หน้าท้อง และใบหู ขนอุ้งเท้าที่ยาวเกินไปจึงกันไม่ให้ความร้อนออกจากร่างกาย ตัวไหนขนเท้าหนามากๆ ช่วงอากาศร้อนจัดคือเสี่ยงฮีทสโตรกได้เลย อีกเรื่องที่เรามองข้ามกันเยอะคือขนเท้าที่ยาวและหนาจะเก็บความชื้นเก่งมาก เท้าที่ชื้นตลอดเวลาคือต้นเหตุของอาการคันเท้า เชื้อรา และการสะสมเชื้อโรค บ้านไหนที่น้องชอบเลียเท้าตัวเองอย่างโกโก้บ้านเรา ยิ่งต้องเล็มให้สั้นเสมอ เพราะเชื้อโรคที่ติดอยู่ตามขนเท้าจะเข้าปากน้องทุกครั้งที่เลีย และอาจทำให้น้องปวดท้องได้ เราเลยถือว่าการเล็มขนสามจุดนี้คืองานดูแลสุขอนามัยที่ต้องทำทุกเดือน ไม่ใช่ทำตอนนึกครึ้ม

แบบแรก เครื่องไร้สายหลักร้อย สำหรับเล็มบำรุงเองที่บ้าน
ตัวแรกคือเครื่องตัดขนไร้สายทรงเล็กน้ำหนักเบา ราคาเป็นมิตรที่สุด ในหน้ารวมปัตตาเลี่ยนตัดขนสัตว์เลี้ยงในช้อปปี้แสดงราคาตั้งแต่ 58 บาทไปถึง 331 บาท ตัวที่เราสั่งมาใช้เองคือเครื่องตัดขนไฟฟ้ากรีนเพ็ทส์ราคา 281 บาท ใช้ได้ทั้งสุนัขและแมว ส่วนใครอยากได้หัวเปลี่ยนหลายแบบ ชุดเครื่องตัดขนไร้สายสี่อินหนึ่งชาร์จไทป์ซีอยู่ที่ 331 บาท จุดดีที่เราชอบมากคือเสียงไม่ดังเท่าที่กลัว ตอนเปิดเครื่องครั้งแรกชาไทยแค่หันมามองแล้วนอนต่อ ใบมีดคมตัดขาดในรอบเดียวไม่กินขน และไม่ร้อนจนน้องดิ้นหนี มือใหม่อย่างเราเล็มขนท้องและขนหูได้เองโดยไม่เหงื่อตก ชาร์จหนึ่งครั้งใช้เล็มได้หลายรอบกว่าแบตจะหมด
แต่ต้องเล่าตรงๆ ด้วยว่าเพื่อนทาสที่สั่งรุ่นใกล้เคียงกันมีเจอเครื่องเสียงดังอยู่บ้าง ใบมีดพอใช้ไปหลายเดือนเริ่มทื่อและดึงขนแทนที่จะตัด ช่องชาร์จแบตก็สั้นจนต้องเสียบแบบระวังๆ และพอใบมีดหมดคมต้องสั่งใบเปลี่ยนจากร้านเท่านั้น เราคิดว่าแบบนี้เหมาะที่สุดกับงานเล็มบำรุงขนท้อง ขนเท้า และขนหูของน้องขนสั้นหรือขนบาง ส่วนขนที่พันเป็นสังกะตังหนาๆ อย่าคาดหวังให้เครื่องหลักร้อยไถผ่านในรอบเดียว
จุดที่เราชอบ
- ราคาหลักร้อยถึงสามร้อยต้นๆ เสียเงินลองได้ไม่เสียดาย
- เสียงเบา แก๊งแมวบ้านเราไม่วิ่งหนีตอนเปิดเครื่อง
- ใบมีดคมตัดขาดในรอบเดียว มือใหม่ก็เล็มเองได้
จุดที่ต้องทน
- ขนสังกะตังหนาและขนแน่นมากๆ เอาไม่อยู่
- ใบมีดทื่อไวเมื่อใช้บ่อย ต้องสั่งใบเปลี่ยน
- บางล็อตเสียงดังกว่าที่เคลมไว้ ต้องลุ้นตอนกดสั่ง

แบบที่สอง เครื่องโปรไร้สาย เสียงดังสุดหกสิบเดซิเบล เอาอยู่ทั้งสังกะตัง
บ้านไหนที่ขนน้องพันกันเป็นแผ่นหลังหน้าฝนแบบกะทิ ต้องมองเครื่องระดับช่างกรูมอย่างวันอิซอลรุ่นพีซีสิบสี่ที่ช่างกรูมมิ่งใช้กัน ตัวนี้มอเตอร์แรงปรับได้สองระดับ เป็นเครื่องไร้สายชาร์จไทป์ซีและมีแท่นชาร์จให้ในตัว ใช้งานต่อเนื่องได้ยาวถึง 4 ชั่วโมง เสียงดังสูงสุดแค่ 60 เดซิเบล ซึ่งเบากว่าเครื่องมีสายรุ่นเก่าๆ เยอะ ช่างที่ใช้งานจริงเล่าว่าไถหมาแมวมาแล้วกว่าร้อยตัว งานขนสังกะตังและขนหนาพันกันเครื่องตัวนี้เอาอยู่ น้ำหนักตัวเครื่องกำลังดี ถือไถนานแล้วมือไม่ล้า จะมือใหม่หรือมือโปรก็ใช้ได้เหมือนกัน
ราคาในช้อปปี้ชุดปัตตาเลี่ยนวันอิซอลรุ่นเอฟซีสิบแบบสี่อินหนึ่งพร้อมหัวเปลี่ยนมีไฟแอลอีดีอยู่ที่ 1,599 ถึง 1,719 บาท บางร้านตั้งไว้ 2,390 บาทพร้อมประกันศูนย์ไทยหนึ่งปี เราคิดว่าราคานี้คุ้มสำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงหลายตัวหรือเลี้ยงน้องขนยาวที่พันกันง่ายอย่างพุดเดิลและเปอร์เซีย เพราะลงทุนครั้งเดียวจบงานได้ทั้งตัว แต่ถ้าบ้านเรามีแมวขนสั้นตัวเดียว เครื่องหลักร้อยก็เหลือเฟือแล้ว เก็บเงินส่วนต่างไปซื้อทรายแมวเพิ่มดีกว่า

แบบที่สาม ที่ตัดขนเท้าหัวเล็ก ตัวจบของอุ้งเท้าอับชื้น
ตัวสุดท้ายคือที่ตัดขนเท้าหัวเล็กจิ๋ว เกิดมาเพื่อซอกอุ้งเท้าและใบหูโดยเฉพาะ หัวตัดแคบจนแทรกเข้าระหว่างปุ่มอุ้งเท้าได้โดยไม่โดนหนัง บางรุ่นมีไฟส่องตรงหัวตัดให้เห็นแนวขนชัดขึ้น แรงสั่นและเสียงเบากว่าเครื่องใหญ่เยอะ เราจับเท้ามูสเล็มได้ทีละข้างโดยไม่โดนนางดึงเท้าหนีเลย ราคาในช้อปปี้ตัวชาร์จยูเอสบีของเพ็ทเวลอยู่ที่ 132 บาท ของเพ็ทโชอยู่ที่ 169 บาท และอีกรุ่นหัวตัดเล็กอยู่ที่ 170 บาท ส่วนตัวพื้นฐานเสียบยูเอสบีมีให้เห็นต่ำสุดแค่ 31 บาทเท่านั้น บ้านเราวางไว้หนึ่งตัวตรงชั้นวางของหน้าประตู ใช้เล็มขนเท้ามูสกับโกโก้สัปดาห์ละครั้ง กลิ่นเหม็นอับติดมือที่เคยเจอหายไปเลย

ตัดยังไงให้น้องยอมอยู่นิ่ง แบบที่บ้านเราใช้
เทคนิคของเราคือเล็มหลังมื้อเย็นตอนที่น้องง่วงและขี้เกียจดิ้นที่สุด สองสามครั้งแรกเปิดเครื่องวางไว้ใกล้ๆ ให้คุ้นเสียงก่อนแล้วยื่นขนมเลียปิดท้ายโดยไม่แตะตัวน้องเลย พอน้องเริ่มเฉยๆ ค่อยเริ่มเล็มจากหลังและสีข้างซึ่งเป็นจุดที่น้องไม่หวง เก็บอุ้งเท้าและใบหน้าไว้สุดท้าย มือหนึ่งประคองเท้าเบาๆ อีกมือวางใบมีดเอียงแล้วลากผ่านเร็วๆ ไม่กดใบมีดแนบหนัง และหยุดก่อนที่น้องจะเริ่มดึงเท้าหนีเสมอ เพื่อให้แต่ละรอบจบด้วยความรู้สึกดี ครั้งหน้าน้องจะยอมให้จับง่ายขึ้น อีกเรื่องที่ขาดไม่ได้คือถอดใบมีดปัดขนและเช็ดทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้ เพราะขนที่ค้างในใบมีดคือตัวกินแรงเครื่องและทำให้ใบทื่อไวขึ้น

บ้านเราจบที่ตัวไหน แล้วบ้านเพื่อนๆ ล่ะ
หลังลองครบสามแบบ บ้านเราใช้เครื่องไร้สายหลักร้อยเป็นตัวหลักสำหรับเล็มขนท้องและขนหูแก๊งแมวทุกเดือน และมีที่ตัดขนเท้าหัวเล็กประจำไว้หน้าประตูสำหรับงานอุ้งเท้ารายสัปดาห์ของมูสกับโกโก้ ส่วนเครื่องโปรเรายังไม่ซื้อเอง เคยยืมของเพื่อนช่างกรูมมาไถสังกะตังให้กะทิครั้งเดียวแล้วผ่านฉลุยจริงๆ แต่ราคานี้เราขอเก็บไว้รอโปรปลายปีก่อน เราคิดว่าแต่ละบ้านเหมาะกับคนละแบบจริงๆ ขึ้นอยู่กับว่าน้องขนยาวแค่ไหน ดิ้นแค่ไหน และเราใจนิ่งแค่ไหนมากกว่า แล้วบ้านเพื่อนๆ ใช้อยู่ตัวไหน เครื่องไร้สายหลักร้อย เครื่องโปรเสียงเงียบ หรือที่ตัดขนเท้าตัวเล็ก เล่าให้เราฟังหน่อยว่าตัวไหนเอาอยู่กับแก๊งขนปุยที่บ้าน






