มากกว่าการเป็นเจ้าภาพ คือการประกาศตัวเป็นสะพานเศรษฐกิจ
การเป็นเจ้าภาพประชุมระดับโลก เช่น การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลกควบคู่เวทีผู้นำธุรกิจระดับภูมิภาค หมายถึงยุทธศาสตร์ใช้เวทีพหุภาคีเพื่อเสนอวิสัยทัศน์ ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ และรีแบรนด์บทบาทของตนในห่วงโซ่มูลค่าสากล สร้างภาพลักษณ์ประเทศในฐานะศูนย์กลางเชื่อมภูมิภาค นักลงทุน และสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เพื่อดึงดูดการลงทุนระยะยาวและความร่วมมือด้านนวัตกรรม
หัวใจของเรื่องนี้เริ่มชัดในการประชุม The Bangkok Business Summit 2026 ภายใต้แนวคิด Reinvent Thailand, Resilient ASEAN ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เวทีนี้ไม่ใช่แค่งานสัมมนา แต่ถูกวางให้เป็นจุดสตาร์ตของการรีเซ็ตโมเดลการเติบโตที่เคยชะลอตัวเหลือเติบโตเฉลี่ยเพียง 2.2% ต่อปีในช่วงปี 2021-2024 พร้อมประกาศเป้าหมายใหม่ผลักดันเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโตในระดับราว 5.4-5.5% เพื่อไปสู่ประเทศรายได้สูงภายในปี 2037 การเลือกหัวข้อ Reinvent จึงสะท้อนชัดว่าประเทศนี้ไม่ยอมเดินต่อด้วยสูตรเดิมอีกต่อไป

Trusted Connector: กลยุทธ์ใหม่ท่ามกลางโลก 4 ความปั่นป่วน
จุดยืนที่น่าสนใจที่สุดจากเวทีนี้คือการประกาศบทบาท “Trusted Connector” เชื่อมจุดแข็งของอาเซียนเข้ากับโอกาสจากทุนโลก แทนที่จะพยายามเติบโตโดดเดี่ยวท่ามกลางโลกที่กำลังถูกเขย่าด้วยภูมิรัฐศาสตร์ ปัญญาประดิษฐ์ ภูมิอากาศ และโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนพร้อมกันสี่ด้าน ซึ่งนายกรัฐมนตรีเองก็ย้ำบนเวทีปาฐกถา “Thailand’s Offer to the World” ว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนใน 4 ด้านนี้ และประเทศไม่สามารถหยุดนิ่งได้
การเลือกเป็น Trusted Connector มีนัยสำคัญมากกว่าคำสวยหรู เพราะในยุคภูมิเศรษฐศาสตร์ บริษัททั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับพื้นที่ลงทุนที่ปลอดภัย มีเสถียรภาพ และเชื่อมกับห่วงโซ่อุปทานหลายภูมิภาคได้พร้อมกัน ดร เอกนิติระบุชัดว่าเสถียรภาพและการเปิดกว้างคือหัวใจของการเติบโตในอดีต และยังต้องเป็นหัวใจในอนาคต โดยประเทศนี้พร้อมเชื่อมศักยภาพอาเซียนในฐานะจุดหมายสำคัญของการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อรับการปรับห่วงโซ่อุปทานและกระแสลงทุนใหม่ที่กำลังไหลเข้าภูมิภาค ถ้าเดินเกมนี้ได้จริง จะไม่ใช่แค่ “ประเทศกลางแผนที่” แต่คือ “แพลตฟอร์มกลางเศรษฐกิจภูมิภาค”

เมื่อเวทีธุรกิจกับธนาคารโลกร่างพิมพ์เขียวโครงสร้างใหม่
The Bangkok Business Summit 2026 ถูกออกแบบให้เป็นโต๊ะเจรจาระหว่างรัฐ ภาคเอกชน และธนาคารโลก มากกว่าจะเป็นเวทีกล่าวสุนทรพจน์สวยงาม กกร กระทรวงการคลัง ธนาคารกลาง หน่วยงานวางแผนเศรษฐกิจ และธนาคารโลกร่วมกันผลักดันแนวคิด Reinvent Thailand, Resilient ASEAN เพื่อยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจทั้งประเทศและภูมิภาค ไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัวรายงาน Building Thailand’s Future Today ของธนาคารโลก ที่เสนอแผนเร่งเครื่องเศรษฐกิจให้เติบโตระดับ 5.4-5.5% ต่อปี และก้าวสู่ประเทศรายได้สูงภายในปี 2037 ผ่านการลงทุนและการปฏิรูปเพิ่มผลิตภาพและสร้างงานคุณภาพ
สาระของรายงานนี้ตรงไปตรงมา นั่นคือโมเดลเติบโตในรอบ 35 ปีที่ผ่านมาไม่พอสำหรับอนาคตอีกต่อไป สัญญาณชัดคือหลังวิกฤตการเงินโลกและโควิด เศรษฐกิจชะลอลง การจ้างงานในระบบขยายจำกัด และหากไม่เปลี่ยนเกม ประเทศจะต้องรอถึงราวปี 2080 กว่าจะเป็นประเทศรายได้สูง ธนาคารโลกจึงเสนอให้รีบอัดฉีดการลงทุนด้านนวัตกรรม การยกระดับผลิตภาพแรงงาน และการปฏิรูปสถาบันต่างๆ โดยพร้อมนำองค์ความรู้ระดับโลกและเงินทุนมาช่วยขับเคลื่อน นี่คือสัญญาณชัดว่าธนาคารโลกต้องการเห็นมากกว่าโครงการเฉพาะกิจ แต่เป็นโครงการเศรษฐกิจยั่งยืนไทยในระยะยาว

IMF 2026 และวาระสีเขียวดิจิทัล สู่เป้าหมายรายได้สูง
การที่ไทยเป็นเจ้าภาพ IMF 2026 หรือการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings ในเดือนตุลาคม 2569 ไม่ใช่เพียงเกียรติยศเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็น “โชว์เคสเชิงยุทธศาสตร์” ที่ต่อเนื่องจาก Bangkok Business Summit 2026 โดยตรง เวทีธุรกิจครั้งนี้ถูกอธิบายว่าเป็นก้าวสำคัญก่อนการเป็นเจ้าภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน ถ่ายทอดวิสัยทัศน์เศรษฐกิจต่อประชาคมโลก และเตรียมตัวสู่การเป็นประธานอาเซียนในปี 2571
สิ่งที่ประเทศพยายามส่งสัญญาณไปยังโลกการเงินระหว่างประเทศ คือการผูกวาระเศรษฐกิจเข้ากับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล นายกรัฐมนตรีชี้ว่าการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวสามารถเป็นแหล่งลงทุนและการเติบโตใหม่ และการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศควรดึงทรัพยากรจากทั่วโลกมาลงในพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น ขณะเดียวกันในด้านเทคโนโลยี ประเทศตั้งเป้าขยับจากผู้ใช้ AI เป็นผู้พัฒนาและลงทุน สร้างทักษะและขีดความสามารถในประเทศ เพื่อให้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มผลิตภาพแรงงานและศักยภาพเอสเอ็มอี หากวาระสีเขียวและดิจิทัลเหล่านี้เชื่อมเข้ากับโครงการเศรษฐกิจยั่งยืนไทยได้จริง การเป็นเจ้าภาพ IMF 2026 จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนภาพลักษณ์บนเวทีโลก

จากเวทีโลกสู่ผลลัพธ์จริง สะพานเศรษฐกิจจะสำเร็จหรือไม่
เมื่อฟังทั้งถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรี ดร เอกนิติ กกร และรายงานของธนาคารโลก ภาพเดียวที่ชัดคือ ประเทศกำลังพยายามขยับจาก “ผู้ตามเกมโลกาภิวัตน์” สู่ “ผู้ออกแบบภูมิภาค” ผ่านบทบาท Trusted Connector เชื่อมอาเซียน เสริมความแข็งแรงของห่วงโซ่การผลิต และดึงทุนโลกเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการเศรษฐกิจยั่งยืนไทย
อย่างไรก็ตาม เวทีและวาระสวยหรูไม่ใช่คำตอบสุดท้าย คำถามสำคัญคือรัฐบาลจะเดินสามแนวทางที่ถูกพูดถึงบ่อย คือ เสถียรภาพวันนี้ การเปลี่ยนผ่านทันที และการลงทุนเพื่ออนาคต ให้ลงสู่กฎเกณฑ์ งบประมาณ และโครงการที่จับต้องได้เพียงใด ถ้าใช้โอกาสจาก Bangkok Business Summit 2026 และการที่ไทยเป็นเจ้าภาพ IMF 2026 จัดแนวผลประโยชน์ของรัฐ เอกชน และประชาชนให้ตรงกันได้ เป้าหมายเติบโตระดับกว่า 5% ต่อปีและเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2037 จะไม่ใช่แค่คำประกาศ แต่คือเส้นทางที่เดินได้จริง และสะพานเศรษฐกิจที่ประเทศนี้ตั้งใจสร้างอาจกลายเป็นจุดศูนย์ถ่วงใหม่ของอาเซียนในสายตานักลงทุนทั่วโลก







