ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ทำไมฐานข้อมูลต้องมาก่อนการนำ AI ใช้จริงในองค์กรใหญ่

ทำไมฐานข้อมูลต้องมาก่อนการนำ AI ใช้จริงในองค์กรใหญ่
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

ฐานข้อมูลสำหรับ AI คืออะไร และทำไมต้องมาก่อนโมเดล

ฐานข้อมูลสำหรับ AI คือการจัดเก็บ จัดระเบียบ และเชื่อมโยงข้อมูลขององค์กรให้เป็นระบบเดียวที่สะอาด ปลอดภัย และเรียกใช้ได้ทันที ทั้งข้อมูลลูกค้า การดำเนินงาน การเงิน และข้อมูลจากช่องทางดิจิทัล ให้พร้อมสำหรับการประมวลผลโดยโมเดล AI เพื่อให้การตัดสินใจ การทำนาย และการปรับบริการแบบเฉพาะบุคคลเกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำและตรวจสอบย้อนกลับได้ ไม่ใช่เพียงการมีข้อมูลจำนวนมาก แต่ต้องเป็นข้อมูลที่มีโครงสร้างมาตรฐานและบริหารจัดการได้ต่อเนื่องในระดับองค์กร

กระแส AI ทำให้องค์กรมากมายรีบทดลองโมเดลก่อน แต่กรณีขององค์กรขนาดใหญ่กำลังส่งสัญญาณตรงกันว่า ใครให้ความสำคัญกับฐานข้อมูลสำหรับ AI มาก่อน จะเดินเกมระยะยาวได้มั่นคงกว่า ในช่วงสองปีที่ AI ถูกพูดถึงและลงทุนมหาศาลทั่วโลก ผู้บริหารเริ่มเห็นด้านมืดของการนำ AI ไปใช้บนข้อมูลที่ไม่พร้อม ทั้งต้นทุนที่สูงเกินประสิทธิภาพที่ได้ และผลกระทบเชิงลบต่อองค์กรเมื่อระบบตัดสินใจผิดพลาด การวางรากฐานข้อมูลจึงไม่ใช่เรื่องเทคนิคอย่างเดียว แต่เป็นการป้องกันความล้มเหลวของการนำ AI ใช้จริงในระดับยุทธศาสตร์

ทำไมฐานข้อมูลต้องมาก่อนการนำ AI ใช้จริงในองค์กรใหญ่

บทเรียนจากแสนสิริ x AWS เมื่อไม่รีบเป็นรายแรกแต่เน้นรากฐานดาต้า

กรณีของแสนสิริสะท้อนชัดว่าองค์กรอสังหาริมทรัพย์ที่มีโครงสร้างงานซับซ้อนเลือกเดินเส้นทางตรงกันข้ามกับกระแส “ต้องรีบใช้ AI” บริษัทจับมือกับ AWS จัด Workshop การนำ AI มาใช้ในงานประจำวันครบทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ สำหรับพนักงานเทคโนโลยีจากหลากหลายแผนก จุดสำคัญคือพวกเขามอง Workshop ไม่ใช่การสาธิตเครื่องมือใหม่ แต่เป็นกระบวนการให้คนทั้งองค์กรกลับมาทบทวนวิธีจัดเก็บข้อมูลและปรับกระบวนการทำงานให้เป็นระบบมากขึ้น ข้อความที่ชัดที่สุดคือการย้ำว่าการจัดเก็บข้อมูลและขั้นตอนทำงานที่ดีคือหัวใจของธุรกิจยุคใหม่

ที่น่าสนใจ แสนสิริไม่หมกมุ่นกับการเป็น First Mover แต่ยอมรับว่า AI ยังทดแทนงานในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้ทุกขั้นตอน พนักงานจึงต้องรู้ทั้งสิ่งที่ AI ทำได้และข้อจำกัดอย่างตรงไปตรงมา ท่าทีนี้ต่างจากองค์กรที่รีบใช้ AI เพื่อแทนที่คนจนต้องถอยกลับเพราะต้นทุนสูงและผลลัพธ์ไม่คุ้ม การให้คนได้เห็น Use Case ที่ใช้ได้จริงควบคู่กับการรู้ว่างานแบบไหนยังไม่เหมาะกับ AI ทำให้การลงทุนทั้งในฐานข้อมูลสำหรับ AI และทักษะคนไม่สูญเปล่า แต่กลายเป็นเข็มทิศในการขยาย AI อย่างมีขอบเขต

แผน 5 ปีของเครือ CP: จากโปรเจกต์ AI สู่โครงสร้าง Cloud AI ระดับองค์กร

อีกด้านหนึ่ง เครือ CP กำลังขยับ AI จากโครงการทดลองไปสู่โครงสร้างถาวร ครอบคลุมหลายธุรกิจในแผน 5 ปีร่วมกับ Arise, True และ Amazon เพื่อเร่งการใช้ Cloud และ AI ใน Telecom Finance และ Retail พร้อมเป้าหมายพัฒนาทักษะด้าน AI ให้คน 3 ล้านคน แผนนี้แสดงภาพชัดว่าโครงสร้าง Cloud AI ไม่ใช่แค่เซิร์ฟเวอร์หรือโมเดล แต่เป็นการเชื่อมข้อมูลจากหลายธุรกิจเข้าด้วยกันผ่าน AI Center of Excellence ที่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างกลางในการบริหารข้อมูล ระบบลูกค้า และซัพพลายเชน

True ประกาศเปลี่ยนตัวเองเป็น AI-First Organization ด้วยการยกระดับระบบ Cloud ให้ยืดหยุ่น ปลอดภัย และมีการกำกับดูแลที่ดีขึ้น ก่อนปล่อยให้ AI เข้าไปทำงานกับบริการลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัล และงานหลังบ้านอย่าง Predictive Maintenance และการจัดการเครือข่ายแบบ Real-time ขณะที่ในโลก Retail จุดให้บริการกว่า 19,000 แห่งของ 7-Eleven Lotus’s และ Makro จะถูกทรานส์ฟอร์มด้วย AI ตั้งแต่ Demand Forecasting Personalization ไปจนถึง Retail Media และ Computer Vision เพื่อมาตรฐานร้านค้า หากฐานข้อมูลและโครงสร้าง Cloud AI ไม่พร้อม การขยาย AI ไปครอบคลุมระดับนี้แทบเป็นไปไม่ได้

เมื่อกลยุทธ์ AI ระดับองค์กรต้องเริ่มจากคนและทักษะ

ทั้งแสนสิริและเครือ CP แสดงให้เห็นตรงกันว่า กลยุทธ์ AI ระดับองค์กรที่เน้นเฉพาะเทคโนโลยีจะไปไม่ถึงเป้าหมาย หากคนในองค์กรไม่พร้อม ฝั่งแสนสิริเลือกเริ่มจากการให้พนักงานเข้าใจ AI อย่างถ่องแท้ สร้างทักษะที่ใช้ได้จริง และค่อยต่อยอดการนำไปใช้ในงานประจำวันที่มีเป้าหมายชัดเจน แนวทางนี้ถูกอธิบายว่าเป็นตัวอย่างขององค์กรที่เตรียมพร้อมสำหรับยุค AI โดยเริ่มจากการลงทุนในทักษะ

ในฝั่ง CP ข้อมูลจากการศึกษาระบุว่า 47% ของธุรกิจมองว่าการขาดทักษะดิจิทัลคืออุปสรรคใหญ่ที่สุดต่อการใช้ AI และความรู้ด้าน AI จะกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ 61% ของงานในอนาคต จึงไม่น่าแปลกที่แผน 5 ปีของพวกเขาจะรวมการสร้างทักษะ Cloud และ AI ให้คน 3 ล้านคนผ่านการเรียนรู้ การอบรมเชิงปฏิบัติ และการรับรองทักษะ อีกตัวแปรสำคัญที่ถูกพูดชัดคือ ต่อให้ Cloud โมเดล และดาต้าพร้อม การขยาย AI ในระดับองค์กรหรือประเทศยังต้องพึ่งคนที่ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ได้จริง กล่าวง่ายๆ คือฐานข้อมูลสำหรับ AI จะไม่มีความหมาย หากองค์กรไม่มีคนที่อ่าน เข้าใจ และแปลงมันเป็นการตัดสินใจที่ดีขึ้น

บทสรุป: หยุดหมกมุ่นกับโมเดล แล้วกลับไปจัดระเบียบข้อมูลและองค์กร

สิ่งที่องค์กรใหญ่อย่างแสนสิริและเครือ CP กำลังสอนเราไม่ใช่เคล็ดลับโมเดลใหม่ แต่คือทิศทางใหม่ของการลงทุน AI ในระดับองค์กร นั่นคือการหยุดวิ่งตามกระแสเครื่องมือ แล้วกลับมาจัดระเบียบฐานข้อมูลสำหรับ AI โครงสร้าง Cloud AI และทักษะคนให้พร้อมก่อน เมื่อข้อมูลเชื่อมกันดี ระบบ Cloud มีมาตรฐาน และคนรู้ว่าควรใช้ AI กับงานไหน ผลลัพธ์จะไปไกลกว่าการมี Chatbot หรือ Assistant ซึ่งเป็นแค่จุดเริ่มต้น

ความร่วมมือระยะยาว 5 ปีของเครือ CP แสดงให้เห็นการวาง AI เป็นโครงสร้างเชื่อมทั้ง Telecom Finance Retail และศูนย์กลาง AI ที่เชื่อมภาครัฐ มหาวิทยาลัย สตาร์ทอัพ และเทคโนโลยี ขณะเดียวกันแนวทางของแสนสิริเน้นการทำความเข้าใจ AI อย่างลึกซึ้ง แทนการรีบใช้เพื่อเป็นรายแรก สำหรับองค์กรที่กำลังเริ่มต้น การถามตัวเองว่า ฐานข้อมูลพร้อมหรือยัง คนเข้าใจ AI แค่ไหน และโครงสร้าง Cloud AI รองรับการขยายหรือไม่ อาจเป็นคำถามที่มีค่าสูงกว่าการถามว่า ควรใช้โมเดลไหน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!