บีซีที เอ็กซ์โป คือเวทีขับเคลื่อน Net Zero ของก่อสร้างและเหมืองแร่
บีซีที เอ็กซ์โป คือเวทีงานแสดงเทคโนโลยีก่อสร้างและเหมืองแร่ที่ออกแบบมาเพื่อผลักดันอุตสาหกรรมเข้าสู่ยุคใหม่ของการก่อสร้างเขียว โดยเชื่อมโยงภาครัฐ เอกชน ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ประกอบการเข้าด้วยกันบนแนวคิดเศรษฐกิจวงกลม การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ที่จับต้องได้ในภาคสนาม หัวใจของงานปีนี้ชัดเจนมาก แนวคิด “Empowering Net Zero in Construction & Mining” ไม่ใช่แค่สโลแกน แต่คือสารที่ส่งถึงทั้งวงการว่า หากอุตสาหกรรมก่อสร้างและเหมืองแร่จะยังแข่งขันได้ โลกยุคคาร์บอนต่ำต้องเป็นจุดหมายร่วมกันของทุกฝ่าย งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–18 กันยายน 2569 ณ อาคาร 7 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เปิดให้เข้าชมฟรีและลงทะเบียนออนไลน์ได้ล่วงหน้า การเริ่มจากการเปิดกว้างให้คนในแวดวงเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีคือก้าวแรกที่ถูกทางมาก

เมื่อรัฐจับมือเอกชน เศรษฐกิจวงกลมในก่อสร้างไม่ใช่แค่ทฤษฎี
จุดแข็งที่สุดของบีซีที เอ็กซ์โปคือการผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม งานนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การจัดแสดงนวัตกรรม แต่สร้างพื้นที่ที่คนทำงานตัวจริงมาคุยกันเรื่องการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจวงกลมในไซต์ก่อสร้างและพื้นที่เหมืองแร่ แนวคิด Circular Economy ที่เคยฟังดูไกลตัว ถูกดึงลงมาผูกกับโจทย์รายวันอย่างการใช้ทรัพยากรให้คุ้ม ลดของเสีย และออกแบบตั้งแต่ต้นให้รองรับการรีไซเคิล กระทรวงอุตสาหกรรมเองประกาศชัดว่าเห็นเศรษฐกิจวงกลมเป็นยุทธศาสตร์เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ ผ่านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อลดของเสียและสร้างคุณค่าจากวัตถุดิบเดิม ยิ่งไปกว่านั้น พื้นที่ DPIM Circular Economy Pavilion นำองค์ความรู้ด้านวัตถุดิบ การรีไซเคิล และนวัตกรรมเหมืองแร่มาเชื่อมกับภาคก่อสร้างโดยตรง สิ่งนี้ส่งสัญญาณว่า นักเหมืองไม่ใช่ตัวร้ายของสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป หากพร้อมเดินหน้าบริหารจัดการทรัพยากรแบบครบวงจร

เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำและก่อสร้างเขียว เปลี่ยนเกมการแข่งขันในสนามจริง
การพูดถึง Net Zero จะกลายเป็นคำสวยหรูทันทีถ้าเทคโนโลยีไม่ลงไปถึงไซต์งาน บีซีที เอ็กซ์โปพยายามหักล้างปัญหานี้ด้วยการรวบรวมแบรนด์เทคโนโลยีกว่า 150 รายในสายอาคาร ก่อสร้าง และเหมืองแร่มาจัดแสดงบนพื้นที่ Net Zero และเศรษฐกิจวงกลมโดยเฉพาะ เราจึงเห็นตั้งแต่โซลูชันบริหารจัดการคาร์บอน เทคโนโลยีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงเครื่องจักรกลหนักแบบประหยัดพลังงานและใช้ไฟฟ้า ซึ่งล้วนเป็นหัวใจของเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำในภาคสนาม สิ่งที่น่าสนใจคือการเชื่อมต่อห่วงโซ่ทั้งหมด ตั้งแต่วัตถุดิบเหมืองแร่และวัสดุรีไซเคิล ไปจนถึงการออกแบบอาคาร การก่อสร้างเขียว และการดูแลโครงสร้างพื้นฐานตลอดอายุการใช้งาน งานสัมมนาเกือบ 30 หัวข้อ ครอบคลุมทั้งแนวทางอาคารประหยัดพลังงาน และเทคนิคพัฒนาคอนกรีตคาร์บอนต่ำสำหรับวิศวกรและผู้รับเหมา นี่คือรูปธรรมของการเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นความได้เปรียบทางธุรกิจ ไม่ใช่แค่การทำเพื่อภาพลักษณ์
เวทีระดับภูมิภาคที่เชื่อมคนในวงการและดีลธุรกิจเข้าด้วยกัน
อีกมิติที่ไม่ควรมองข้ามคือบทบาทของบีซีที เอ็กซ์โปในฐานะแพลตฟอร์มเชื่อมต่อคนและดีล การจัดงานนี้เกิดขึ้นควบคู่กับงานเครื่องจักรและอุปกรณ์อีกสองงาน รวมแล้วมีผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องจักรกลหนัก เครื่องมือ และเทคโนโลยีจากกว่า 100 บริษัทบนพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตร ทั้งในอาคารและลานกลางแจ้ง โครงสร้างแบบ “สามงานใหญ่ในพื้นที่เดียวกัน” ทำให้ผู้เข้าร่วมมองเห็นภาพรวมของห่วงโซ่อุตสาหกรรมอย่างครบวงจร ผู้จัดงานประเมินว่าจะมีผู้เข้าร่วมประมาณ 4,000 คน และเกิดมูลค่าการเจรจาธุรกิจราว 150 ล้านบาทจากการจับคู่ธุรกิจในภาคก่อสร้างและเหมืองแร่ นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขสวยงาม แต่สะท้อนว่าการลงทุนในเทคโนโลยีก่อสร้างเขียวและนวัตกรรมเหมืองแร่เริ่มถูกมองเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจจริงจัง การเปิดพื้นที่ให้ผู้ผลิตเทคโนโลยี สถาปนิก วิศวกร ผู้พัฒนาโครงการ ผู้รับเหมา และหน่วยงานรัฐได้พบและแลกเปลี่ยนกันโดยตรงคือการขยับระดับวงการทั้งระบบ
จากอีเวนต์สู่การเปลี่ยนผ่านจริง อนาคต Net Zero อยู่ในมือคนลงมือทำ
เมื่อมองภาพรวม บีซีที เอ็กซ์โปไม่ได้แค่สร้างเวทีให้เทคโนโลยีใหม่ๆ มาปรากฏตัว แต่กำลังท้าทายวิธีคิดของทั้งอุตสาหกรรม หากภาคก่อสร้างและเหมืองแร่ยังทำงานแบบใช้ทรัพยากรสิ้นเปลืองและปล่อยคาร์บอนสูงอยู่ การพูดถึงความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวก็แทบไม่มีความหมาย งานนี้จึงส่งเสียงดังว่าทางรอดคือการก้าวสู่เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำและก่อสร้างเขียวอย่างจริงจัง คำถามสำคัญหลังจบงานคือ ผู้เล่นในวงการจะหยิบสิ่งที่เห็นไปใช้อย่างไร อีเวนต์สามารถจุดประกาย เชื่อมคน และเปิดดีล แต่การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจวงกลมและ Net Zero ต้องอาศัยการตัดสินใจของผู้บริหาร การออกแบบของสถาปนิก การลงมือของวิศวกร และการกำกับของหน่วยงานรัฐร่วมกัน หากทุกฝ่ายเดินตามทิศทางที่งานนี้วางไว้ อุตสาหกรรมก่อสร้างและเหมืองแร่จะไม่เพียงลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังยืนระยะในเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างมั่นคง






