ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

อาหารสัตว์เลี้ยงไทยทะยานสู่ผู้นำโลก ผ่านสนามทดสอบตลาดไต้หวัน

อาหารสัตว์เลี้ยงไทยทะยานสู่ผู้นำโลก ผ่านสนามทดสอบตลาดไต้หวัน
ความสนใจ|อาหารสัตว์เลี้ยง

อาหารสัตว์เลี้ยงไทย: จากสินค้าช่องทางเฉพาะสู่ยุทธศาสตร์การค้าโลก

อาหารสัตว์เลี้ยงไทย คือกลุ่มสินค้าเกษตรแปรรูปที่พัฒนาไปไกลกว่าอาหารสำเร็จรูปทั่วไป ด้วยการผสมผสานวัตถุดิบคุณภาพสูง การวิจัยสูตรเฉพาะด้านสุขภาพ และการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบเทรนด์ Pet Humanization ซึ่งเจ้าของมองสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกครอบครัว ทำให้สินค้าเหล่านี้กลายเป็นยุทธศาสตร์การค้าสำคัญบนเวทีโลก ไม่ใช่แค่สินค้าช่องทางเฉพาะอีกต่อไป

หัวใจของบทความนี้คือ การที่อาหารสัตว์เลี้ยงไทยกำลังใช้ “ตลาดไต้หวัน” เป็นสนามทดสอบและจุดเร่งเครื่อง เพื่อขยับจากผู้ส่งออกอันดับ 2 ของโลก ไปสู่การเป็นแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภคทั่วโลกอย่างแท้จริง. ปัจจัยสำคัญไม่ใช่เพียงตัวเลขการส่งออกที่โตต่อเนื่อง แต่คือการอ่านเกมเทรนด์สัตว์เลี้ยงสุขภาพดีและสินค้าพรีเมียมในราคาเข้าถึงได้อย่างแม่นยำ จนสามารถตอบโจทย์ทั้งผู้นำเข้าและผู้เลี้ยงในหลายภูมิภาค

อาหารสัตว์เลี้ยงไทยทะยานสู่ผู้นำโลก ผ่านสนามทดสอบตลาดไต้หวัน

Taipei Pet Show: เวทีพิสูจน์ของจริงในตลาดไต้หวัน

งาน Taipei Pet Show กลายเป็นสนามสอบภาคปฏิบัติของอาหารสัตว์เลี้ยงไทยในตลาดไต้หวัน เมื่อกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศผลักดันผู้ประกอบการ 20 รายเข้าไปจัดแสดงสินค้าใน Thai Pavilion ภายในงาน Taipei Pet Show 2026 ที่ศูนย์แสดงสินค้านานกัง กรุงไทเป ระหว่างวันที่ 3–6 กรกฎาคม. ผลลัพธ์ชัดเจนกว่าคำโฆษณา เพราะมีผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายไต้หวัน 30 รายลงทะเบียนเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย รวม 128 คู่เจรจา. นี่คือหลักฐานเชิงตัวเลขว่า อาหารสัตว์เลี้ยงไทยไม่ได้แค่ “ไปออกบูธ” แต่กำลังเข้าไปอยู่ในสมการการค้าจริงของตลาดไต้หวัน

เบื้องหลังความสำเร็จนี้ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นการทำงานเชิงรุกของทีมทูตพาณิชย์ที่ได้รับนโยบายเร่งขยายตลาดสินค้าและบริการไทยจากฝ่ายนโยบายระดับสูง. การออกแบบ Thai Pavilion ภายใต้ธีม IP สัตว์เลี้ยงยอดนิยมในสไตล์น่ารักสดใส ผสมกิจกรรมทดลองสินค้าและเกม จึงทำให้คูหาไทยโดดเด่นและกลายเป็นจุดเช็กอินของงาน สะท้อนความเข้าใจว่าการสร้างแบรนด์ในตลาดไต้หวันต้องจับทั้ง “สายตา” และ “ประสบการณ์ใช้จริง” ไปพร้อมกัน

เมื่อเทรนด์ Pet Humanization กลายเป็นแรงผลักส่งออกอาหารสัตว์

จุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโลกคือกระแส Pet Humanization ที่ทำให้เจ้าของจำนวนมากเลี้ยงดูสัตว์เหมือนสมาชิกครอบครัว ต้องการอาหารที่ปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการ และตอบโจทย์สุขภาพเฉพาะด้านอย่างชัดเจน. แนวโน้มนี้ทำให้ความต้องการสินค้าอาหารหมา-แมวคุณภาพสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตที่มองเห็นเกมก่อนอย่างอาหารสัตว์เลี้ยงไทยก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นหลัก

ตัวเลขส่งออกยืนยันภาพนี้อย่างมีน้ำหนัก: ในช่วง 5 เดือนแรกของปีหนึ่ง ไทยส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงทะลุ 44,847 ล้านบาท เติบโตราว 5.15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน. คำพูดที่หยิบไปอ้างต่อได้คือ “สินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรแปรรูปมูลค่าสูงที่มีศักยภาพในตลาดโลก” ตามคำกล่าวของผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า. เมื่อรวมกับการขยายตัวของตลาดสัตว์เลี้ยงในไต้หวันเอง ก็ยิ่งทำให้เวทีนี้มีความหมายเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น

อันดับ 2 โลกไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของการแข่งขันที่เข้มข้น

ไทยครองตำแหน่งผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 2 ของโลก คิดเป็นสัดส่วนราว 10.2% ของมูลค่าการส่งออกทั้งโลก รองเพียงเยอรมนีที่อยู่ราว 12.1%. ตัวเลขนี้ทำให้หลายคนพอใจ แต่หากมองในมุมการแข่งขัน นี่เป็นเพียง “ตั๋วผ่านเข้ารอบชิง” ไม่ใช่การคว้าแชมป์แล้วจบเกม เพราะการรักษาตำแหน่งในตลาดโลกที่ค่าครองชีพกดดันผู้บริโภค แปลว่าผู้ประกอบการอาหารสัตว์เลี้ยงไทยต้องเดินบนเส้นบาง ๆ ระหว่าง “คุณภาพระดับพรีเมียม” กับ “ราคาเข้าถึงได้” ให้ได้อย่างต่อเนื่อง

แนวคิด Healthy Pet–Affordable Premium จึงไม่ใช่แค่คำสวยหรู แต่คือโจทย์ปฏิบัติ: สินค้าต้องมีคุณภาพสูงและส่งเสริมสุขภาพ แต่ยังต้องให้ความคุ้มค่าในสายตาผู้บริโภค. การใช้วัตถุดิบภายในประเทศ เช่น โปรตีนจากไก่ ปลา ข้าว ข้าวโพด และมันสำปะหลังเพื่อเชื่อมกับภาคเกษตร และลดความเสี่ยงจากวัตถุดิบนำเข้าถูกมองว่าเป็นทางเดินสำคัญ. หากทำได้ดี ไทยจะไม่เพียงรักษาอันดับ 2 โลก แต่มีโอกาสสร้างแต้มต่อด้านความยั่งยืนและต้นทุนในระยะยาว

จากเวทีไทเปสู่การชิงตำแหน่งผู้นำโลก: โอกาสและการบ้านของผู้ประกอบการไทย

ความสำเร็จในตลาดไต้หวันและตัวเลขส่งออกที่เติบโตต่อเนื่องทำให้อาหารสัตว์เลี้ยงไทยมีฐานที่มั่นชัดเจนในตลาดโลก แต่ถ้าต้องการขยับจาก “ผู้ส่งออกอันดับ 2” ไปสู่ “ผู้นำในใจผู้บริโภค” การบ้านสำคัญอยู่ที่การลงทุนต่อเนื่องในด้านวิจัยและพัฒนาสูตรเฉพาะ เช่น สูตรโปรตีนสูง สูตรเสริมภูมิคุ้มกัน อาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงสูงวัย และสินค้าที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ พร้อมการออกแบบสินค้าให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้เลี้ยงรุ่นใหม่.

งาน Taipei Pet Show ยังถูกบรรจุในโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็ก ทำให้มีช่องทางต่อยอดเข้าร่วมในปีถัดไป และสร้างเครือข่ายในตลาดไต้หวันอย่างต่อเนื่อง. บทสรุปของสถานการณ์วันนี้คือ อาหารสัตว์เลี้ยงไทยกำลังยืนอยู่ในจุดที่ได้เปรียบ ทั้งจากเทรนด์ Pet Humanization ตัวเลขส่งออกที่โต และประสบการณ์จากเวทีไทเป แต่ความได้เปรียบนั้นจะอยู่ยั่งยืนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการที่ผู้ประกอบการจะกล้าปรับจาก “ผู้ผลิตต้นน้ำราคาดี” มาเป็น “เจ้าของแบรนด์ที่ผู้บริโภคจำได้และเชื่อใจ” ในทุกตลาดที่เข้าไปแข่ง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!