ไทยกลับเข้าสปอตไลท์อีกครั้ง คืออะไรและสำคัญอย่างไร
การลงทุนต่างชาติไทย หมายถึงกระแสเงินทุนและธุรกิจจากนักลงทุนต่างประเทศที่เข้ามาตั้งฐานการผลิต ศูนย์บริการ หรือกิจการทางการเงินในไทย เพื่อใช้เป็นฮับเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยโลก ครอบคลุมตั้งแต่อุตสาหกรรมเทคโนโลยี การผลิตขั้นสูง บริการดิจิทัล ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งส่งผลต่อการจ้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และความสามารถแข่งขันในระยะยาวของประเทศ
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้คือภาพลักษณ์เศรษฐกิจไทยซึ่งเคยหลุดเรดาร์นักลงทุน กำลังถูกดึงกลับเข้ามาอยู่กลางเวทีอีกครั้ง ดร.สันติธาร เสถียรไทย เปิดเผยผ่านช่องทางส่วนตัวว่าเม็ดเงินจากต่างชาติเริ่มไหลกลับเข้าสู่ไทยชัดเจนมากขึ้น สะท้อนผ่านบทความของสื่อเศรษฐกิจระดับโลกที่ชี้ให้เห็นการลงทุนต่างชาติไทยที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันเขาเองซึ่งเคยเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ วันนี้กลับมาในบทบาททีมขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจจากด้านใน และต้องตอบให้ได้ว่าความสนใจครั้งใหม่จะไม่ใช่กระแสชั่วคราว แต่กลายเป็นทุนระยะยาวที่ยั่งยืน
จากเรดาร์เลือนรางสู่ความมั่นใจใหม่ ทำไมนักลงทุนถึงบอกว่า “ดีกว่าที่คิด”
เบื้องหลังการหวนคืนความสนใจของนักลงทุนต่างชาติไม่ได้เกิดจากคำโปรโมต แต่เกิดจากภาพจริงของเสถียรภาพและความต่อเนื่องทางนโยบายท่ามกลางโลกที่ผันผวน สื่อเศรษฐกิจต่างประเทศชี้ว่าตลาดทุนไทยทำผลงานเด่นกว่าหลายตลาดสำคัญในภูมิภาคนับจากต้นปี ขณะที่ทิศทางการลงทุนต่างชาติไทยเริ่มฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด จุดนี้สะท้อนว่าเมื่อประเทศอื่นกำลังสั่นคลอนจากความไม่แน่นอน ไทยกลับพอมีความนิ่งให้เงินทุนระยะยาวพิจารณา
ดร.สันติธารเล่าประสบการณ์ว่าในอดีตเขาเคยรอวันที่นักลงทุนจะหันกลับมามองไทยอย่างจริงจัง เพราะเคยมีช่วงเวลาที่ไทยหลุดออกจากเรดาร์ของเอเชีย แต่ตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา หลังพูดคุยกับบริษัทข้ามชาติ นักลงทุน และสถาบันจัดอันดับ หลายฝ่ายเริ่มบอกตรงกันว่าไทยวันนี้ “ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้” หรือ Better than I expected อย่างไรก็ตาม ความสนใจคือเพียงจุดเริ่มต้น หากรัฐบาลและภาคเอกชนไม่เร่งแปลงความมั่นใจเป็นโครงการลงทุนจริง กระแสเชิงบวกนี้ก็อาจหายไปอย่างรวดเร็ว
IMF World Bank ประชุม เท่ากับโอลิมปิกเศรษฐกิจ ใครพร้อมกว่าก็ได้โอกาสมากกว่า
ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ไทยจะร่วมเป็นเจ้าภาพประชุมประจำปี IMF-World Bank ซึ่งถูกเปรียบว่าเป็นโอลิมปิกด้านเศรษฐกิจและการเงิน จุดสำคัญไม่ใช่แค่การจัดงานให้ราบรื่น แต่คือการใช้เวทีนี้พิสูจน์ว่าประเทศพร้อมสำหรับการเป็นฮับ การลงทุนต่างชาติไทย และพร้อมเชื่อมเศรษฐกิจไทยโลกในยุคใหม่ การประชุมครั้งนี้จะดึงผู้แทนกว่า 15,000 คน จากราว 190 ประเทศ ตั้งแต่รัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าธนาคารกลาง ไปจนถึงนักเศรษฐศาสตร์และนักลงทุนระดับโลกเดินทางมาเมืองหลวง
มุมมองเชิงยุทธศาสตร์จึงชัดเจน เวทีนี้คือโชว์รูมระดับโลกของเศรษฐกิจไทย หากผู้เข้าร่วมเห็นเพียงการจัดงาน แต่ไม่เห็นแผนปฏิรูป โครงการลงทุน หรือความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน การประชุมก็จะกลายเป็นเพียงอีเวนต์หนึ่งสัปดาห์แล้วจบ แต่ถ้าไทยทำให้ผู้เข้าร่วมเชื่อได้ว่าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวจริง มีทิศทางชัด มีโอกาสการลงทุนเอเชียที่จับต้องได้ และมีพันธมิตรท้องถิ่นพร้อมร่วมมือ การประชุมครั้งนี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ต่อยอดความสนใจสู่การลงทุนระยะยาวอย่างที่ ดร.สันติธารบอกว่า “ต้องทำให้ความสนใจในสัปดาห์นั้น กลายเป็นความร่วมมือที่อยู่กับเราไปอีกนาน”
ภาพใหญ่เศรษฐกิจโลกสามสูง กับบททดสอบโครงสร้างเศรษฐกิจไทย
ก่อน IMF World Bank ประชุม นักลงทุนนานาชาติมองเศรษฐกิจโลกว่ากำลังขยายตัวแบบเนิบๆ ประมาณร้อยละ 2.5-3.0 ต่อปี โดยมีแรงเหวี่ยงสองด้านคือด้านบวกจากการลงทุนด้านเอไอ เซมิคอนดักเตอร์ และพลังงานสะอาดซึ่งรวมแล้วมีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของการลงทุนทั่วโลก และด้านลบจากภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสงครามตะวันออกกลางที่ผลักให้เกิดภาวะสามสูง ทั้งราคาน้ำมัน อัตราเงินเฟ้อ และดอกเบี้ยที่อยู่ระดับสูง
ในเอเชีย หลายประเทศได้ประโยชน์จากเอไอบูมและการเป็นฮับเทคโนโลยี ส่งผลให้เงินลงทุนไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล นักลงทุนมองอาเซียนว่าเป็นฐานการผลิตที่สองในยุทธศาสตร์บวกหนึ่ง แทนการพึ่งพาแหล่งผลิตแห่งเดียว แต่ไทยกลับถูกจัดอยู่ในกลุ่มเติบโตช้ากว่าเพื่อนบ้านเพราะยังได้ประโยชน์จากเงินทุนต่างประเทศน้อย ต้องอาศัยกำลังซื้อในประเทศและการใช้จ่ายรัฐเป็นหลัก ขณะเดียวกันยังแบกรับสามโจทย์หนักคือสังคมสูงวัย หนี้ครัวเรือนระดับประมาณร้อยละ 85-87 ของจีดีพี และความไม่แน่นอนของนโยบายกับปัญหาคอร์รัปชันที่บั่นทอนความเชื่อมั่นนักลงทุน
จะไม่พลาดรอบนี้ได้อย่างไร ทางเลือกของไทยท่ามกลางโอกาสการลงทุนเอเชีย
เมื่อนักลงทุนมองเอเชียเป็นเครื่องยนต์ใหม่ผ่านเอไอและห่วงโซ่เทคโนโลยี โอกาสการลงทุนเอเชียจึงไม่ได้กระจายเท่ากันทุกประเทศ ประเทศที่ได้ประโยชน์คือผู้ที่เตรียมแรงงาน ทักษะ และนโยบายรองรับไว้แล้ว นักลงทุนหลายรายมองว่าศักยภาพของไทยมีอยู่ แต่ถูกดึงถอยด้วยปัญหาโครงสร้างที่เรื้อรังและไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง หากไทยยังเลือกใช้มาตรการระยะสั้นอย่างการแจกเงินหรืออุดหนุนราคาแทนการปฏิรูป การไหลเข้าของทุนรอบนี้อาจกลายเป็นโอกาสที่หลุดมืออีกครั้ง
การเดินเกมในช่วง IMF World Bank ประชุมจึงต้องชัดเจน ไทยควรใช้เวทีนี้นำเสนอแผนปฏิรูปแรงงานและการศึกษาเพื่อตอบโจทย์สังคมสูงวัย แสดงเส้นทางลดหนี้ครัวเรือนอย่างมีวินัย และสร้างความโปร่งใสของสถาบันรัฐเพื่อกดปัญหาคอร์รัปชัน ขณะเดียวกันต้องออกแบบนโยบายที่ทำให้เม็ดเงินต่างชาติไม่กระจุกอยู่กับบริษัทใหญ่ แต่เปิดพื้นที่ให้ธุรกิจไทย โดยเฉพาะ SME ได้มีส่วนร่วมในห่วงโซ่การผลิตใหม่ หากไทยทำได้ การลงทุนต่างชาติไทยรอบนี้จะไม่ใช่เพียงกระแสชั่วครั้ง แต่กลายเป็นฐานใหม่ของเศรษฐกิจไทยโลกที่มั่นคงและกระจายผลประโยชน์ได้กว้างกว่าเดิม






