เมืองรองไม่ใช่พระรองอีกต่อไป เมื่อดีมานด์ท่องเที่ยวดึงแบรนด์ใหญ่เข้าลงทุน
ท่องเที่ยวเมืองรองคือการเดินทางไปยังจังหวัดหรือพื้นที่ที่ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมดั้งเดิม แต่มีทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม และธุรกิจท้องถิ่นที่พร้อมรองรับนักเดินทาง เมืองรองมักอยู่ใกล้เมืองหลัก เดินทางสะดวก มีค่าใช้จ่ายไม่สูงและมีเสน่ห์เฉพาะตัว ส่งผลให้กลายเป็นทางเลือกใหม่ของนักท่องเที่ยวที่แสวงหาประสบการณ์แตกต่างจากเมืองใหญ่คับคั่ง สิ่งที่น่าจับตาในวันนี้คือ เมืองรองอย่างเกาะช้างและราชบุรีไม่ได้เป็นเพียง “ตัวเลือกสำรอง” อีกต่อไป แต่กำลังถูกยกระดับให้เป็นเวทีหลักของการลงทุนด้านโรงแรมและค้าปลีกท่องเที่ยว การท่องเที่ยวภาพใหญ่ยังเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจ โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมกว่า 18.5 ล้านคน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายแล้วกว่า 8.9 แสนล้านบาท แรงส่งนี้กำลังไหลออกจากเมืองหลักไปสู่จุดหมายใหม่ที่มีศักยภาพ แต่ต้นทุนที่ดินและโอกาสการเติบโตยังเปิดกว้างกว่า การแห่เข้ามาของเชนโรงแรมและค้าปลีกจึงสะท้อนชัดว่า เมืองรองกำลังเปลี่ยนสถานะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค

ท็อปส์ เดลี่บุกเกาะช้าง ปูพรมค้าปลีกท่องเที่ยวเจาะกำลังซื้อระดับโลก
กรณีศึกษาที่ชัดที่สุดของการปักธงค้าปลีกท่องเที่ยวในเมืองรองคือ การขยายสาขาเกาะช้างของท็อปส์ เดลี่ ร้านสะดวกซื้อแบรนด์ใหญ่เลือกเข้าทำเลชายหาดสำคัญอย่างหาดทรายขาว ไชยเชษฐ์ และบางเบ้า ด้วยโมเดล Hybrid ที่คัดสินค้ากว่า 7,000 รายการต่อสาขา ตอบทั้งชีวิตประจำวันคนท้องถิ่นและไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยว การขยายเป้าหมายให้ครอบคลุมทั่วเกาะ 5 สาขาภายในเวลาที่วางแผนไว้ ไม่ใช่แค่การแย่งแชร์ตลาดค้าปลีก แต่คือการประกาศว่าเกาะช้างคือโซนท่องเที่ยวระดับโลกที่มีดีมานด์ต่างชาติกำลังซื้อสูง ตัวเลขสะท้อนชัดว่าเกาะช้างไม่ใช่ตลาดเล็ก รายงานระบุว่าปีหนึ่งมีนักท่องเที่ยวประมาณ 1.143 ล้านคน เติบโต 27% และรายได้จากการท่องเที่ยวโตถึง 60% แตะ 10.4 พันล้านบาท ประโยคเดียวที่ควรจดจำคือ “เมื่อรายได้เติบโตเร็วกว่าจำนวนนักท่องเที่ยว แปลว่าคนที่มาใช้จ่ายแพงขึ้นและนานขึ้น” เมืองรองอย่างตราดจึงกลายเป็นสนามทดลองของค้าปลีกท่องเที่ยว ที่ใช้ข้อมูลดีมานด์นำทางมากกว่าความเคยชินแบบเดิม

ราชบุรีจากเมืองผ่านทาง สู่ฮับท่องเที่ยวและธุรกิจที่โรงแรมเชนมองเห็นก่อนใคร
ถ้าเคยมองราชบุรีเป็นแค่เมืองผ่านไปสวนผึ้งหรือไปภาคตะวันตก ภาพนั้นกำลังล้าสมัย สถิติการเดินทางย้อนหลังกำลังบอกว่าเมืองนี้มีแรงดึงดูดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปี 2564 มีนักท่องเที่ยวราว 7.7 แสนคน ก่อนขยับเป็น 1.6 ล้าน 2.3 ล้าน 3.08 ล้าน และ 3.16 ล้านคนในปี 2568 แนวโน้มนี้ชี้ว่า ราชบุรีกำลังกลับไปใกล้ตัวเลขก่อนโควิดที่เคยมีนักท่องเที่ยวกว่า 4.6 ล้านคน เชนโรงแรมที่อ่านเกมขาดคือแบรนด์เซ็นทารา ที่รับบริหารโรงแรมวิศมาและรีแบรนด์เป็นเซ็นทารา ไลฟ์ วิศมา ราชบุรี กลายเป็นโรงแรมเชนแบรนด์แรกของจังหวัด ดีมานด์ไม่ได้มาจากนักท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่รวมถึงหน่วยงานรัฐที่มาประชุม สัมมนา และลูกค้ากลุ่มธุรกิจด้วย เมืองรองจึงถูกออกแบบบทบาทใหม่เป็น “ฮับ” เชื่อมการท่องเที่ยวกับอีโคซิสเต็มธุรกิจในพื้นที่ การที่โรงแรมตั้งใจรองรับทั้งสายมู สายกิน สายวัฒนธรรม และสายธุรกิจ สะท้อนว่าราชบุรีถูกมองเป็นฐานกิจกรรมครบวงจร ไม่ใช่แค่ที่แวะพักระหว่างทางอีกต่อไป

เมื่ออัตราเข้าพักพุ่ง และเมืองรองกลายเป็นสนามแข่งขันแบรนด์ใหญ่
สำหรับคนในวงการโรงแรม ตัวเลขการเข้าพักคือสัญญาณเสียงดังที่สุด เซ็นทารา ไลฟ์ วิศมา ราชบุรีมีอัตราเข้าพักวันธรรมดาเฉลี่ย 70% และวันหยุดสุดสัปดาห์เฉลี่ย 100% ภายในปีแรกที่แบรนด์เข้าบริหาร นี่ไม่ใช่แค่เรื่องบริหารดี แต่คือหลักฐานว่าแรงเที่ยวเมืองรองฟื้นเต็มตัว โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวไทยราว 90% ที่นิยมเดินทางแบบทริปวันหยุดสุดสัปดาห์ไปไหว้พระ เที่ยวตลาดเก่า และชุมชนริมแม่น้ำ ผลเชิงปฏิบัติต่อคนทั่วไปมีหลายชั้น หนึ่ง นักเดินทางมีตัวเลือกที่พักมาตรฐานมากขึ้นในเมืองรอง ไม่ต้องจำกัดตัวเองอยู่ในเมืองใหญ่ สอง คนท้องถิ่นได้ประโยชน์จากการมีงานบริการเพิ่ม ตั้งแต่แม่บ้านโรงแรมไปจนถึงซัพพลายเออร์อาหารท้องถิ่น และสาม ผู้ประกอบการรายเล็กมีโอกาสขายประสบการณ์ท้องถิ่นควบคู่ไปกับแบรนด์ใหญ่ เมื่อเชนโรงแรมตั้งใจเป็นฮับเชื่อมเมืองกับจังหวัดใกล้เคียง เมืองรองจึงกลายเป็นพื้นที่ทดสอบรูปแบบท่องเที่ยวใหม่ ที่ผสมงานประชุม ธุรกิจ และทริปพักผ่อนในจุดเดียว

อนาคตเมืองรอง: ถ้าอยากโต ต้องคิดแบบเมืองหลักแต่ไม่เสียเอกลักษณ์
คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ว่าเมืองรองจะโตได้แค่ไหน แต่คือจะโตอย่างไรโดยไม่กลายเป็นสำเนาเมืองใหญ่ ตัวอย่างจากเกาะช้างและราชบุรีชี้ว่า การเติบโตที่ยั่งยืนต้องผูกการลงทุนกับเอกลักษณ์พื้นที่ เกาะช้างใช้รูปแบบ Hybrid Retail ที่ปรับสินค้าและบริการให้ตรงกับดีมานด์นักท่องเที่ยวต่างชาติและชีวิตคนท้องถิ่น โดยยังเชื่อมกับอีโคซิสเต็มของกลุ่มธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยว เพื่อรองรับการใช้จ่ายตลอดทริป ด้านราชบุรี โรงแรมเชนเลือกดึงจุดแข็งด้านวัฒนธรรม ตลาดเก่า และชุมชนริมแม่น้ำมาร้อยเข้ากับบริการพักผ่อนโมเดิร์น แทนที่จะทับด้วยรูปแบบเมืองใหญ่แบบตรงตัว การทำตลาดระยะต่อไป โรงแรมเชนในราชบุรีเตรียมผนึกหน่วยงานรัฐ จัดโปรโมชันและแพ็กเกจห้องพัก พร้อมตั้งเป้าให้อัตราการเข้าพักและราคาห้องเพิ่มขึ้น 7-10% ในปี 2570 ทิศทางนี้ชี้ว่าเมืองรองกำลังถูกวางให้เป็นเสาหลักของการท่องเที่ยวและค้าปลีกท่องเที่ยวในอนาคต หากผู้บริโภคและชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมกำหนดรูปแบบการเติบโต เมืองรองจะไม่ได้เป็นแค่พระรอง แต่เป็นเวทีหลักที่มีความหลากหลายและคุณภาพการเที่ยวไม่แพ้เมืองใหญ่







