ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ตั้งค่า Galaxy Z Fold 8 ให้ใช้งานหน้าจอคู่ได้เต็มประสิทธิภาพ

ตั้งค่า Galaxy Z Fold 8 ให้ใช้งานหน้าจอคู่ได้เต็มประสิทธิภาพ
ความสนใจ|ทริกใช้งานมือถือ

รู้จัก Galaxy Z Fold 8 และแนวคิดหน้าจอคู่ก่อนเริ่มตั้งค่า

การตั้งค่า Galaxy Z Fold 8 ให้เหมาะกับการใช้งานหน้าจอคู่ Android คือกระบวนการปรับแต่งหน้าจอปกและหน้าจอด้านในให้ตอบวิธีใช้ชีวิตดิจิทัลของเรา ทั้งด้านการทำงาน แอปบันเทิง และการสลับงานหลายอย่างบนโทรศัพท์พับได้เครื่องเดียว พร้อมหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของการตั้งค่าเริ่มต้นที่ออกแบบมาเหมือนมือถือทั่วไปมากเกินไป จึงช่วยให้เราใช้พื้นที่หน้าจอขนาดใหญ่ได้คุ้มกว่าเดิมและรู้สึกเป็นเจ้าของเครื่องที่ปรับตามนิสัยตัวเองจริงๆ

ถ้าเพิ่งแกะกล่องเครื่องใหม่และผ่านขั้นตอนพื้นฐานอย่างลงชื่อบัญชี Google หรือ Samsung แล้ว นี่คือจังหวะเหมาะที่จะหันมาโฟกัสการปรับแต่งเฉพาะของโทรศัพท์พับได้ เพราะ Galaxy Z Fold 8 มีลูกเล่นที่มือถือปกติไม่มี เช่นการใช้หน้าจอคู่ สลับระหว่างจอปกและจอใน และตั้งค่าหน้าจอให้ทำงานต่างกันตามสถานการณ์ บทความนี้จะเดินทีละขั้นเหมือนเพื่อนกำลังนั่งอยู่ข้างๆ คอยบอกว่าอะไรควรเปิด อะไรควรปิด และจุดไหนถ้าเผลอทำผิดนิดเดียวเครื่องจะรกทันที

ตั้งค่า Galaxy Z Fold 8 ให้ใช้งานหน้าจอคู่ได้เต็มประสิทธิภาพ

แยกหน้าจอหลักจอปก–จอด้านใน: ขั้นสำคัญที่ต้องทำก่อน

หัวใจของการปรับแต่งหน้าจอคู่บน Galaxy Z Fold 8 คือการแยกหน้าจอหลักของจอปกกับจอด้านในออกจากกัน เพราะค่าเริ่มต้นจะใช้เลย์เอาต์เดียวกันทั้งสองจอ ทำให้สิ่งที่จัดบนจอหนึ่งไปโผล่อีกจอแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าไม่แก้ ตั้งไปตั้งมาเละง่ายมาก โดยเฉพาะเมื่อจอทั้งสองมีสัดส่วนไม่เท่ากัน ไอคอนและวิดเจ็ตที่ดูสวยบนจอปกอาจดูหลวมแปลกๆ บนจอด้านใน ผลคือเปิดจอไหนก็ไม่ลงตัวสักที

  1. หยิบเครื่องขึ้นมาแล้วไปที่หน้าจอหลัก จากนั้นใช้นิ้วจีบ (pinch) เข้าหากันบนหน้าจอเพื่อเปิดเมนูตั้งค่าหน้าจอหลัก
  2. แตะปุ่ม "การตั้งค่าหน้าจอหลัก" เพื่อเข้าสู่หน้าการตั้งค่ารูปแบบและพฤติกรรมของหน้าโฮม
  3. หาเมนู "การสะท้อนหน้าจอปก" (Cover screen mirroring) แล้วปิดสวิตช์ให้เป็น OFF เพื่อยกเลิกการใช้เลย์เอาต์เดียวกันทั้งสองจอ
  4. กลับไปยังหน้าจอหลักทั้งบนจอปกและจอด้านใน จากนั้นจัดไอคอน แอป และวิดเจ็ตให้เหมาะกับการใช้งานแต่ละจออย่างอิสระ

จุดหลอกตาที่ทำให้หลายคนงงคือ ถ้าเปิดโหมดสะท้อนอยู่ครึ่งซ้ายของหน้าจอด้านในจะแทนหน้าแรกของจอปก ส่วนครึ่งขวาแทนหน้าโฮมหน้าที่สอง แม้เราจะยังไม่ได้สร้างหน้าที่สองบนจอปกก็ตาม ผลคือถ้าอยากให้จอปกมีแค่หน้าเดียว เราห้ามวางอะไรเลยบนครึ่งขวาของจอด้านใน เพราะทันทีที่มีไอคอนหรือวิดเจ็ตไปอยู่ตรงนั้น ระบบจะสร้างหน้าโฮมเพิ่มบนจอปกโดยอัตโนมัติ พอปิดการสะท้อนแล้วหน้าจอแต่ละจอจะมีเลย์เอาต์ของตัวเองเต็มๆ สามารถจัดของทางซ้ายหรือขวาบนจอด้านในโดยไม่กระทบจอปกอีกต่อไป และสิ่งดีมากคือระบบจะจำทั้งรูปแบบแบบสะท้อนและแบบแยกไว้ให้ เราสลับกลับไปกลับมาได้โดยไม่เสียงานที่จัดไว้ก่อนหน้านี้เลย

ตั้งค่า Galaxy Z Fold 8 ให้ใช้งานหน้าจอคู่ได้เต็มประสิทธิภาพ

เปิดพลังแอปแนวนอนและเพิ่มความลื่นด้วย Dock กับ Taskbar

เมื่อหน้าจอหลักสองฝั่งเริ่มเป็นระเบียบ ขั้นต่อไปคือทำให้การสลับแอปรวดเร็วและใช้จอด้านในได้เต็มพื้นที่ การตั้งค่า Galaxy Z Fold 8 ที่ช่วยได้มากคือบังคับแอปแนวตั้งให้แสดงผลแนวนอน และจัด Dock กับ Taskbar ให้ฉลาดขึ้น นี่คือจุดที่เครื่องพับได้ต่างจากมือถือธรรมดาอย่างชัดเจน เพราะเวลากางจอ เราจะอยากใช้เครื่องเหมือนแท็บเล็ตเล็กๆ มีแอปเรียงพร้อมบนแถบด้านล่าง กดทีเดียวสลับได้ทันทีโดยไม่ต้องกลับหน้าโฮมตลอดเวลา

  1. เปิดเครื่องในโหมดกางจอ แล้วเข้าแอป "การตั้งค่า" จากนั้นเลือกเมนู "คุณลักษณะขั้นสูง" แล้วแตะ "Labs" เพื่อดูฟีเจอร์ทดลอง
  2. ค้นหาตัวเลือก "มุมมองแนวนอนสำหรับแอปแนวตั้ง" (Landscape view for portrait apps) แล้วเปิด จากนั้นเลือกแอปที่ต้องการให้แสดงผลแนวนอนเมื่อถือเครื่องในแนวนอน เช่น แอปที่ชอบเด้งกลับไปแนวตั้ง
  3. กลับไปหน้าจอหลัก ใช้นิ้วจีบเพื่อเปิดการตั้งค่า แล้วเลือกตัวเลือก "แอปล่าสุดหรือแนะนำ" บริเวณ Dock ด้านล่างหน้าจอ เพื่อให้แถบนี้แสดงแอปที่ใช้ล่าสุดหรือแอปที่ระบบคาดว่าเราจะเปิดต่อ สามารถเลือกได้ว่าจะให้แสดง 2, 3 หรือ 4 แอป
  4. เข้า "การตั้งค่า" อีกครั้ง เลือก "หน้าจอ" แล้วเข้าเมนู "แถบงาน" (Taskbar) เปิดการใช้งาน และกำหนดสไตล์ว่าจะให้แถบงานซ่อนเองเมื่อเปิดแอป หรือให้แสดงค้างบนหน้าจอตลอดเวลาที่มีแอปเปิดอยู่

การบังคับแอปแนวตั้งให้เปิดแบบแนวนอนช่วยลดขั้นตอนต้องหมุนเครื่องไปมา เพื่อใช้พื้นที่จอด้านในได้เต็มอย่างที่ออกแบบมา ส่วน Dock และ Taskbar ที่แสดงแอปล่าสุดหรือแนะนำเป็นเหมือนทางลัดสลับแอปที่ใช้บ่อยโดยไม่ต้องกลับหน้าโฮมหรือเปิดลิ้นชักแอป ทำให้การทำงานหลายอย่างพร้อมกันเป็นเรื่องปกติ เช่นเปิดเบราว์เซอร์กับแอปจดโน้ตสลับกันไปมา ข้อควรระวังคือถ้าใช้การนำทางแบบท่าทาง (gestures) การปัดขึ้นจากด้านล่างเพื่อเรียก Taskbar อาจไปชนท่าทางกลับหน้าโฮม ดังนั้นหลายคนจะชอบตั้งให้แถบงานแสดงตลอดเวลาเพื่อเลี่ยงปัญหานี้

ตั้งค่า Galaxy Z Fold 8 ให้ใช้งานหน้าจอคู่ได้เต็มประสิทธิภาพ

ใช้ Good Lock และปรับกริดจอในให้เข้ากับรูปแบบพับได้

สำหรับคนที่อยากปรับแต่งหน้าจอให้ละเอียดกว่าเมนูปกติ แอป Good Lock และปลั๊กอิน Home Up ถือเป็นของคู่กับ Galaxy Z Fold 8 เพราะช่วยปรับกริดหน้าจอและลิ้นชักแอปบนจอด้านในได้ดีกว่าเดิม จุดสำคัญคือก่อนจะใช้คุณสมบัตินี้ เราต้องปิดโหมดสะท้อนหน้าจอปกให้เรียบร้อยเพื่อให้แต่ละจอมีรูปแบบเป็นของตัวเองก่อน ไม่อย่างนั้นการปรับกริดจอด้านในจะไปรบกวนจอปกตามไปด้วย

  1. เปิดร้านแอป Play Store หรือ Galaxy Store เพื่อค้นหาและติดตั้งแอป "Good Lock" ลงบนเครื่อง จากนั้นเปิดแอปและไปที่แท็บ "Plugins" เพื่อหา "Home Up" แล้วติดตั้ง
  2. เปิดปลั๊กอิน Home Up แล้วเปิดสวิตช์ด้านบนเพื่อเปิดการทำงานของปลั๊กอิน จากนั้นแตะเมนู "หน้าจอหลัก" แล้วเลือก "กริดหน้าจอปก" หรือเมนูที่เกี่ยวกับกริดหน้าจอภายในตามที่ต้องการ
  3. ก่อนปรับกริดจอด้านใน ให้เข้าเมนูตั้งค่าหน้าจอหลักแล้วตรวจสอบว่าการสะท้อนหน้าจอปกถูกปิดไปแล้ว เพื่อให้จอปกและจอด้านในสามารถตั้งค่ากริดคนละแบบกันได้
  4. ปรับจำนวนแถวและคอลัมน์ของกริดบนจอด้านในให้เหมาะกับสายตาและจำนวนแอปที่ใช้บ่อย แล้วลองกลับหน้าโฮมดูผลว่าไอคอนดูแน่นขึ้นแต่ไม่อึดอัดหรือไม่ ถ้าไม่พอใจให้ปรับซ้ำจนลงตัว

เมื่อปรับกริดด้วย Home Up แล้ว หน้าจอด้านในจะใช้พื้นที่ได้คุ้มขึ้น ไอคอนไม่ดูใหญ่เกินไปจนเปลืองพื้นที่ และสามารถวางแอปได้หลายตัวโดยยังดูเป็นระเบียบ สิ่งที่หลายคนมักพลาดคือรีบไปปรับกริดก่อนปิดโหมดสะท้อนหน้าจอปก ทำให้เลย์เอาต์ที่ตั้งใจใช้เฉพาะบนจอด้านในไปกระทบจอปกจนเละทั้งคู่ ต้องเสียเวลาจัดใหม่อีกรอบ ถ้าตั้งลำให้ดีตั้งแต่ต้น จะได้หน้าจอปกที่เรียบง่ายสำหรับใช้มือเดียว และหน้าจอด้านในที่จัดเต็มสำหรับงานหลายอย่างพร้อมกันโดยไม่ต้องแก้ไปแก้มาตลอดเวลา

ตั้งค่า Galaxy Z Fold 8 ให้ใช้งานหน้าจอคู่ได้เต็มประสิทธิภาพ

ฟีเจอร์เสริมและข้อควรระวังเล็กๆ ที่ช่วยให้ใช้เครื่องคุ้ม

เมื่อหน้าจอถูกปรับให้ลงตัวแล้ว ยังมีฟีเจอร์เสริมที่ช่วยให้โทรศัพท์พับได้เครื่องนี้ดูฉลาดขึ้น เช่นการเพิ่มช่องค้นหา Google Search และ Finder ไว้ด้านล่างหน้าจอหลัก เพื่อให้ค้นทั้งเว็บและเนื้อหาในเครื่องได้เร็วขึ้นในที่เดียว รวมถึงฟีเจอร์ Call Brief ที่อยู่ในเมนู Galaxy AI ซึ่งจะช่วยดึงข้อมูลเกี่ยวข้องมาแสดงระหว่างคุยโทรศัพท์ แทนที่เราต้องออกจากหน้าจอสนทนาไปเปิดปฏิทินหรือแกลเลอรีเอง ทั้งหมดนี้เน้นลดจำนวนครั้งที่เราต้องสลับหน้าจอไปมา ทำให้การใช้หน้าจอคู่ดูเป็นธรรมชาติกว่ามือถือแบบเดิม

ข้อควรระวังสำคัญมีสองเรื่อง เรื่องแรกคือการเผลอแตะหรือวางวิดเจ็ตบนครึ่งขวาของหน้าจอด้านในขณะโหมดสะท้อนยังเปิดอยู่ จะทำให้ระบบสร้างหน้าโฮมที่สองบนจอปกโดยทันที และอาจทำให้เลย์เอาต์ที่ตั้งใจให้จอปกมีหน้าเดียวเสียรูป เรื่องที่สองคือบางการตั้งค่า เช่นความละเอียดกล้องหรือโหมดพิเศษบางอย่าง อาจถูกรีเซ็ตกลับค่าปกติเมื่อเปิดใหม่ ต้องเข้าไปตั้งค่าเมนูช่วยเหลือของแอป เช่น Camera Assistant เพื่อให้ระบบจำค่าที่เราต้องการเป็นค่าเริ่มต้น พอเราผ่านช่วงลองผิดลองถูกและจำจุดเล็กๆ เหล่านี้ได้ การใช้ Galaxy Z Fold 8 จะรู้สึกคุ้มขึ้นมาก เหมือนได้แท็บเล็ตและโทรศัพท์รวมอยู่ในเครื่องเดียวแบบไม่เสียความสะดวกของอย่างใดอย่างหนึ่ง

ตั้งค่า Galaxy Z Fold 8 ให้ใช้งานหน้าจอคู่ได้เต็มประสิทธิภาพ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!