ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ท่องเที่ยวยั่งยืนไทยขับเคลื่อนจากชุมชนสู่เวทีโลก

ท่องเที่ยวยั่งยืนไทยขับเคลื่อนจากชุมชนสู่เวทีโลก
ความสนใจ|ที่เที่ยวต่างประเทศ

ท่องเที่ยวยั่งยืนไทยคืออะไร และทำไมชุมชนต้องเป็นพระเอก

ท่องเที่ยวยั่งยืนไทย คือรูปแบบการเดินทางที่คำนึงถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของทรัพยากร มีรายได้อย่างเป็นธรรม รักษาวัฒนธรรม และลดการทำลายธรรมชาติ เพื่อให้การท่องเที่ยวยังคงสร้างประโยชน์ได้ต่อเนื่องทั้งวันนี้และอนาคต ไม่ใช่แค่การเก็บรูปเช็คอินแล้วจากไป

ภาพใหญ่ของท่องเที่ยวยั่งยืนไทยวันนี้คือการย้ายศูนย์กลางจากเมืองใหญ่และทัวร์แบบเหมา มาอยู่ที่ชุมชนท่องเที่ยว และเครือข่ายท้องถิ่นที่มีเสียงและอำนาจตัดสินใจเอง รัฐไม่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้สั่งจากบนลงล่าง แต่เริ่มถอยมาเป็นผู้สนับสนุน วางโครงสร้างพื้นฐานและมาตรฐาน ให้คนในพื้นที่บริหารเส้นทาง วัฒนธรรมท้องถิ่น และบริการของตนเอง งาน Amazing Chiang Mai Green Guide Fest จัดขึ้นสามวันที่สวนสาธารณะรถไฟ โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 15,000 คนและสร้างรายได้หมุนเวียนในจังหวัดเชียงใหม่กว่า 100 ล้านบาท ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการท่องเที่ยวสีเขียวไม่ใช่ตลาดเล็กอีกต่อไป แต่กลายเป็นแกนเศรษฐกิจสำคัญ

ท่องเที่ยวยั่งยืนไทยขับเคลื่อนจากชุมชนสู่เวทีโลก

เชียงใหม่สีเขียว: จาก Green Guide Fest สู่ต้นแบบระดับโลก

เชียงใหม่สีเขียวไม่ได้เป็นแค่คำขวัญ แต่กำลังถูกแปลงเป็นระบบท่องเที่ยวทั้งเมืองผ่านโครงการ Chiang Mai Prototype งาน Amazing Chiang Mai Green Guide Fest ที่จัดขึ้นปลายเดือนสิงหาคม ภายใต้แนวคิด Green Destination มีเป้าหมายผลักดันเชียงใหม่สู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวสีเขียวระดับโลก Global Green Destination นี่คือสัญญาณชัดว่าท่องเที่ยวยั่งยืนไทยไม่ใช่คอนเซ็ปต์สวยหรู แต่ถูกใช้เป็นยุทธศาสตร์เมือง

งานนี้แบ่งพื้นที่เรียนรู้ท่องเที่ยวยั่งยืนออกเป็นหลายโซน ตั้งแต่นิทรรศการมาตรฐาน STGs และ STAR ไปจนถึงโซนภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ งานคราฟต์ และกิจกรรมด้านสุขภาพที่เน้นความยั่งยืน ตลอดสามวันคาดว่าจะต้อนรับนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติไม่น้อยกว่า 15,000 คน และสร้างรายได้หมุนเวียนในจังหวัดกว่า 100 ล้านบาท ที่สำคัญมีการวางแผนจัดการคาร์บอนฟุตพรินต์ทั้งงาน แสดงว่าการพูดเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ได้หยุดอยู่ที่สโลแกน แต่เข้าไปถึงวิธีจัดงานและพฤติกรรมของผู้ร่วมงานจริง การผลักดันเชียงใหม่ให้เป็นเมืองต้นแบบยังเปิดโอกาสให้จังหวัดอื่นนำบทเรียนไปต่อยอดโมเดลท่องเที่ยวยั่งยืนไทยของตัวเอง

ท่องเที่ยวยั่งยืนไทยขับเคลื่อนจากชุมชนสู่เวทีโลก

อยุธยา Living Lab และการท่องเที่ยวเพื่อทุกคน

ขณะที่เชียงใหม่เดินหน้าสู่เมืองสีเขียว อยุธยากำลังทดลองอีกมิติสำคัญของท่องเที่ยวยั่งยืนไทย นั่นคือการทำให้การเดินทางเข้าถึงได้สำหรับทุกคน สมาคมท่องเที่ยวเพื่อความทั่วถึงและเท่าเทียม หรือ ATIT นำแนวคิด Tourism for All ไปหารือกับหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม โดยเสนอให้การท่องเที่ยวรองรับความแตกต่างของทุกคน ตั้งแต่ข้อมูล อาหาร กิจกรรม ไปจนถึงผู้ให้บริการ ไม่จำกัดเฉพาะคนพิการ

หัวใจของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้คือพื้นที่นำร่อง บ้านขยาย Living Lab อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ถูกออกแบบให้เป็นตัวอย่างการท่องเที่ยวเชิงรับผิดชอบ รองรับคนทุกสภาพร่างกาย และต่อยอดสู่พื้นที่อื่นในอนาคต ATIT วางยุทธศาสตร์หลัก 5 ด้าน ตั้งแต่งานวิจัยและนวัตกรรม การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสิ่งอำนวยความสะดวก การตลาดเชิงจริงและต่างประเทศ ไปจนถึงการสร้างเครือข่ายระดับโลก และขับเคลื่อนนโยบายร่วมกับหน่วยงานรัฐและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การจัด Inclusive Tourism Forum ที่อยุธยาในเดือนตุลาคม ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมไทยและต่างชาติไม่น้อยกว่า 100 คน คือเวทีสำคัญที่แสดงว่าอยุธยาท่องเที่ยวทั่วถึงไม่ใช่แค่เรื่องมรดกโลก แต่คือเมืองทดลองของระบบท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล

ท่องเที่ยวยั่งยืนไทยขับเคลื่อนจากชุมชนสู่เวทีโลก

พัทลุง เกาะยอ และสระแก้ว: ชุมชนท่องเที่ยวสร้างมูลค่าจากวัฒนธรรม

หากเชียงใหม่และอยุธยาเป็นห้องทดลองระดับเมือง ชุมชนอย่างเกาะยอ พื้นที่พัทลุง และชายแดนสระแก้วคือห้องทดลองในระดับหมู่บ้าน ที่พิสูจน์ว่าท่องเที่ยวยั่งยืนไทยจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อวัฒนธรรมท้องถิ่นกลายเป็นรายได้ของเจ้าของพื้นที่ เกาะยอในจังหวัดสงขลากำลังใช้การท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมเป็น Soft Power ผ่านวัดพระนอนวัดแหลมพ้อ ซึ่งมีพระนอนปางปรินิพพานองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวไทยและมาเลเซีย

ชุมชนยังต่อยอดภูมิปัญญาผ้าทอเกาะยอจากกี่กระตุกให้เป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ใช้ทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นเพิ่มมูลค่า โดยยังรักษาการถ่ายทอดความรู้สู่คนรุ่นใหม่ เพื่อให้รายได้และรากเหง้าเดินไปด้วยกัน ด้านสระแก้วกำลังจัดมหกรรมวัฒนธรรมชาติพันธุ์ในอำเภออรัญประเทศ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนและวัฒนธรรมท้องถิ่นเปิดพื้นที่ตลาดวัฒนธรรม สินค้าชุมชน อาหารพื้นถิ่น CPOT และ OTOP มากกว่า 50 ร้านค้า งานนี้เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติร่วมสัมผัสวิถีชาติพันธุ์และร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจระหว่างวันที่ 12–13 กันยายน นี่คือท่องเที่ยวที่ชุมชนกำกับทิศทางเอง ใช้ทุนทางวัฒนธรรมสร้างรายได้โดยไม่ทิ้งตัวตน

ท่องเที่ยวยั่งยืนไทยขับเคลื่อนจากชุมชนสู่เวทีโลก

จากงานอีเวนต์สู่โครงสร้างถาวร: รัฐ ชุมชน และอนาคตท่องเที่ยวยั่งยืน

สิ่งที่น่าสนใจคือ ภาพรวมที่เชื่อมเชียงใหม่สีเขียว อยุธยาท่องเที่ยวทั่วถึง และงานวัฒนธรรมชายแดนเข้าด้วยกันคือบทบาทใหม่ของหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว รัฐและเครือข่ายอย่าง ATIT ไม่ได้หยุดที่การจัดอีเวนต์ แต่เริ่มทำงานเชิงระบบ ตั้งแต่วิจัย พัฒนาเกณฑ์มาตรฐานสากล เช่น การนำเกณฑ์ GSTC ไปทดลองใช้กับชุมชนบ้านขยาย ตลอดจนร่วมออกแบบโครงสร้างพื้นฐานอย่างระบบกระเช้าที่แหล่งท่องเที่ยวภูเขา

แนวโน้มนี้ชี้ว่าท่องเที่ยวยั่งยืนไทยจะยืนได้ก็ต่อเมื่อมีสามเสาหลักเดินคู่กัน หนึ่ง ชุมชนท่องเที่ยวต้องมีสิทธิ์กำหนดทิศทางและได้รับส่วนแบ่งรายได้ที่เป็นธรรม สอง หน่วยงานรัฐและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยต้องโฟกัสที่การสร้างมาตรฐาน การฝึกอบรม และการตลาดที่เชื่อมต่อสู่ต่างประเทศ สาม ผู้ประกอบการเอกชนต้องพร้อมลงทุนในรูปแบบการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม งานอย่าง Bike & Fun หรือมหกรรมวัฒนธรรมท้องถิ่นไม่ควรเป็นเพียงกิจกรรมตามฤดูกาล แต่ต้องถูกพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ประจำปีของชุมชน เมื่อโครงสร้างเหล่านี้ลงล็อก ท่องเที่ยวยั่งยืนจะไม่ใช่คำหรูในแผนแม่บท แต่เป็นชีวิตประจำวันของทั้งนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!