ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

รีสอร์ต 4,300 ล้านที่กำลังเปลี่ยนพัทยาเป็นจุดหมายครบวงจร

รีสอร์ต 4,300 ล้านที่กำลังเปลี่ยนพัทยาเป็นจุดหมายครบวงจร
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Grande Centre Point Voyage คืออะไร และทำไมถึงสำคัญกับพัทยา

Grande Centre Point Voyage Pattaya คือโมเดลรีสอร์ตพัทยาแบบ Destination ที่รวมโรงแรม สวนน้ำพัทยา พื้นที่ความบันเทิง ร้านอาหาร เวลเนส และศูนย์ประชุมไว้ในโครงการเดียว เน้นเปลี่ยนเวลาที่แขกใช้ในพื้นที่ให้กลายเป็นรายได้หลายช่องทาง แทนการพึ่งพาเพียงค่าห้องพักของโรงแรมพัทยาแบบเดิม เพื่อยกระดับท่องเที่ยวพัทยาให้เป็นจุดหมายพักผ่อนครบวงจรที่สามารถแข่งขันกับเมืองรีสอร์ตระดับภูมิภาคได้ โครงการนี้พัฒนาโดยบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด ด้วยเงินลงทุนกว่า 4,300 ล้านบาท บนพื้นที่ราว 111,100 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิด The Borderless Journey ที่ต้องการให้แขกรู้สึกว่าเวลาพักอยู่ในรีสอร์ตเป็นการเดินทางต่อเนื่องไม่รู้จบ ตั้งแต่ห้องพัก 494 ห้องที่มองเห็นวิวทะเล ไปจนถึงสวนน้ำ Time Traveller Water Park ขนาดกว่า 20,000 ตารางเมตรและโซนกิจกรรมสำหรับทุกวัย รีสอร์ตเตรียมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ซึ่งจะกลายเป็นหมุดหมายใหม่ของท่องเที่ยวพัทยาในทันที

รีสอร์ต 4,300 ล้านที่กำลังเปลี่ยนพัทยาเป็นจุดหมายครบวงจร

จากโรงแรมสู่ Destination เปลี่ยนเวลาของแขกให้กลายเป็นรายได้

หัวใจของ Voyage คือการยอมรับความจริงว่า โรงแรมที่ขายได้แค่เตียงนอนกำลังแพ้เกม ผู้ประกอบการจึงต้องขายเวลาของแขกทั้งวันแทนที่จะขายคืนพักเพียงอย่างเดียว แนวคิดนี้ถูกถอดเป็นธุรกิจแบบ Integrated Destination ที่ให้แขกสามารถอยู่ กิน เที่ยว ในพื้นที่เดียวโดยไม่ต้องออกนอกโครงการ ภายในรีสอร์ตมีทั้ง Time Traveller Water Park ที่ออกแบบเป็นสองโลก Lost World และ Tomorrow Land พร้อมเครื่องเล่น สระคลื่น 6 ระดับ และสไลเดอร์หลายรูปแบบสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ตามมาด้วยโกคาร์ท เกมรูม โรงภาพยนตร์แอนิเมชัน พื้นที่เวลเนสกว่า 1,400 ตารางเมตร และ Halo Convention Centre รองรับงานประชุมและอีเวนต์เกือบ 1,600 คน การรวมทุกองค์ประกอบนี้ในพื้นที่เดียวทำให้รีสอร์ตมีโอกาสเปลี่ยนทุกชั่วโมงของแขกให้กลายเป็นการใช้จ่าย ตั้งแต่อาหาร เครื่องดื่ม กิจกรรม จนถึงบริการเสริมต่างๆ

รีสอร์ต 4,300 ล้านที่กำลังเปลี่ยนพัทยาเป็นจุดหมายครบวงจร

Non-Room Revenue 30% เกมตัวเลขที่กำลังนิยามเศรษฐกิจรีสอร์ตใหม่

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของ Grande Centre Point Voyage ไม่ใช่จำนวนห้องหรือขนาดสวนน้ำ แต่คือวิธีคิดเรื่องรายได้ LHMH ตั้งเป้าอัตราการเข้าพักปีแรก 75-80% และคาดว่าจะขึ้นถึง 90-95% ในช่วงไฮซีซัน พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีแรกประมาณ 1,300 ล้านบาท โดยคาดว่าสัดส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ค่าห้อง หรือ Non-Room Revenue จะอยู่ราว 30% ของทั้งหมด นี่คือประโยคที่สะท้อนทิศทางธุรกิจโรงแรมยุคใหม่อย่างชัดเจน การตั้งเป้า Non-Room สูงถึงเกือบหนึ่งในสามหมายความว่ารีสอร์ตมั่นใจว่ากิจกรรมภายใน ไม่ว่าจะเป็นสวนน้ำ ร้านอาหาร บาร์ เวลเนส กิจกรรมครอบครัวหรือพื้นที่ MICE จะไม่ใช่แค่สิ่งอำนวยความสะดวก แต่เป็นเสาหลักของรายได้ การย้ายโฟกัสจากจำนวนห้องพักไปสู่การออกแบบ ecosystem การใช้จ่ายแบบครบวงจร กำลังทำให้รีสอร์ตพัทยาหลายแห่งต้องกลับไปทบทวนโมเดลเดิมที่พึ่งพาค่าห้องเป็นหลัก

รีสอร์ต 4,300 ล้านที่กำลังเปลี่ยนพัทยาเป็นจุดหมายครบวงจร

คาแรกเตอร์ Guardians กับประสบการณ์แบบธีมพาร์กที่ดึงเวลาและกระเป๋าสตางค์

อีกมิติที่ Voyage นำมาใช้สร้างความต่างจากโรงแรมพัทยาทั่วไป คือการสร้างโลกของตัวละคร 12 Guardians อย่าง BOKO FUFUN PACHA ZOEY GAMMA และตัวอื่นๆ ที่โผล่ตามโซนต่างๆ ในรีสอร์ต ตั้งแต่แอนิเมชัน The Guardians of Xentier ไปจนถึงขบวนพาเหรดในล็อบบี้ทุกวันราว 12.30 น ดีไซน์แบบธีมพาร์กนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความน่ารักเท่านั้น แต่มีบทบาทสำคัญในการดึงให้ครอบครัวอยู่ในโครงการได้นานขึ้นและกลับมาใช้บริการซ้ำ ในสวนน้ำ Time Traveller Water Park แขกไม่ได้แค่เล่นเครื่องเล่น แต่ถูกชวนให้เดินทางผ่านเรื่องราวจาก Lost World ที่เต็มไปด้วยถ้ำธีมต่างๆ อย่าง Mars Cave Crystal Cave ไปจนถึง Ice Cave และ Lava Cave ก่อนทะลุ Time Tunnel สู่ Tomorrow Land ที่มี Float Slide Speed Tunnel Slide และ Indoor Hydro Pool ให้เลือกเปลี่ยนอารมณ์ ประสบการณ์ที่มีโครงเรื่องชัดแบบนี้ช่วยเปลี่ยนกิจกรรมเล่นน้ำธรรมดาให้กลายเป็นสินค้าเวลา ที่รีสอร์ตสามารถต่อยอดเป็นแพ็กเกจ กิจกรรม และสินค้าจากตัวละครในอนาคต

รีสอร์ต 4,300 ล้านที่กำลังเปลี่ยนพัทยาเป็นจุดหมายครบวงจร

พัทยาในฐานะ Complete Destination แข่งตลาดรีสอร์ทรูปแบบใหม่

Voyage ไม่ได้ยกระดับแค่แบรนด์ Grande Centre Point แต่กำลังขยายบทบาทของท่องเที่ยวพัทยาให้กว้างขึ้น LHMH วางเป้าหมายชัดว่าอยากให้พัทยาก้าวสู่ World-Class Family & MICE Destination โดยใช้เครือโรงแรมทั้งสามแห่งที่มีจุดขายต่างกันมาช่วยกันเติมเต็มตลาด ตั้งแต่ทำเลติดศูนย์การค้า ประสบการณ์ Space Theme จนถึงโมเดล Integrated Destination แบบ Voyage สำหรับนักท่องเที่ยว นี่หมายถึงตัวเลือกรีสอร์ตพัทยาที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ทะเลและถนนสายหลักอีกต่อไป แต่กลายเป็นเมืองที่สามารถวางแผนพักผ่อนแบบอยู่ยาว ทำงาน ประชุม และพักผ่อนในที่เดียวได้ ขณะเดียวกัน สำหรับผู้ประกอบการโรงแรมพัทยา โครงการนี้คือสัญญาณเตือนว่าการแข่งขันรอบใหม่จะไม่ได้วัดกันที่ดาวของโรงแรม แต่ที่ความสามารถในการออกแบบประสบการณ์และสร้างรายได้ Non-Room หากปรับตัวทัน พัทยามีโอกาสกลายเป็นต้นแบบเมืองรีสอร์ตครบวงจรของภูมิภาคได้ไม่ยาก จากมุมมองธุรกิจ รีสอร์ตที่ลงทุนกว่า 4,300 ล้านบาทและคาดหวังคืนทุนในราว 7 ปี แสดงให้เห็นความเชื่อมั่นต่อศักยภาพพัทยา และยังเป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันให้รายได้รวมของกลุ่มโรงแรม LHMH ปี 2569 มีโอกาสแตะราว 8,000 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 35% จากปีก่อนหน้า นี่ไม่ใช่แค่การเปิดโรงแรมใหม่ แต่คือการลองนิยามเศรษฐกิจรีสอร์ตรูปแบบใหม่ ที่หากสำเร็จ เมืองท่องเที่ยวอื่นย่อมต้องหันมาศึกษาอย่างใกล้ชิด

รีสอร์ต 4,300 ล้านที่กำลังเปลี่ยนพัทยาเป็นจุดหมายครบวงจร

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!