ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์คืออะไร และทำไมกำลังเปลี่ยนหน้าตาเมือง
ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ คือรูปแบบห้างและคอมมูนิตี้มอลล์ที่ออกแบบให้เป็นพื้นที่ใช้ชีวิตครบวงจร ผสมผสานการช้อปปิ้ง การกิน ดื่ม ทำงาน พักผ่อน และทำกิจกรรมครอบครัวในที่เดียว โดยเน้นประสบการณ์และบรรยากาศมากกว่าการขายสินค้าเพียงอย่างเดียว มีการเลือกทำเลที่เชื่อมต่อการเดินทางสะดวก ขยายเวลาเปิดบริการให้ยืดหยุ่น และจัดฟังก์ชันพื้นที่ให้รองรับไลฟ์สไตล์เฉพาะกลุ่ม เช่น คนทำงานเป็นกะ ครอบครัวนักท่องเที่ยว และคนเมืองที่มองหาพื้นที่นั่งเล่นนานหลายชั่วโมง
ทิศทางนี้กำลังเขย่าโฉมวงการค้าปลีก โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้าใหม่กรุงเทพที่ไม่พอใจกับการเป็นแค่ที่ช้อป แต่ต้องการเป็น “ที่ใช้ชีวิต” ของคนเมือง การเปิดตัวโครงการรีเทลไลฟ์สไตล์อย่าง ONN ANU ใจกลางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และการขยายสนามเด็กเล่นในร่มขนาดใหญ่ของ HarborLand ที่เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต คือสัญญาณชัดเจนว่าศูนย์การค้าไม่ได้แข่งกันที่จำนวนร้าน แต่แข่งกันที่ความหมายในชีวิตประจำวันของผู้คน
ONN ANU ห้างสรรพสินค้าใหม่กรุงเทพที่กล้าท้าชนเวลากลางคืน
ONN ANU คือห้างสรรพสินค้าใหม่กรุงเทพที่สะท้อนความกล้าเสี่ยงของผู้พัฒนาโครงการยุคใหม่อย่างชัดเจน โครงการนี้อยู่ภายใต้การพัฒนาของบริษัท พีเพิล พลาซ่า จำกัด กลุ่มเดียวกับศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน และถูกวางตัวให้เป็น “ห้องรับแขก” ของย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มากกว่าจะเป็นห้างใหญ่เต็มรูปแบบ การลงทุนรวมกว่า 400 กว่าปลายล้านบาทเพื่อเนรมิตตึกพื้นที่ประมาณ 3,000 ตารางเมตรให้กลายเป็นโครงการรีเทลไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ในชื่อ ONN ANU สะท้อนความเชื่อมั่นว่าศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ยังมีอนาคต
หัวใจของกลยุทธ์ไม่ใช่แค่ดีไซน์ แต่คือเวลาเปิดให้บริการที่ยาวถึง 19 ชั่วโมง ตั้งแต่ 07.00 น. ถึง 02.00 น. ของวันถัดไป เพื่อตอบโจทย์คนทำงานกะดึก บุคลากรทางการแพทย์ และคนนอนดึกที่ยังไม่มีพื้นที่ใช้ชีวิตในย่านนี้อย่างแท้จริง คอนเซ็ปต์ “ONN TO RECHARGE ON TO YOUR JOURNEY” ไม่ได้เป็นแค่สโลแกนสวยหรู แต่คือการประกาศตัวว่า ห้างนี้เกิดมาเพื่อเป็นจุดแวะเติมพลังของคนเมืองที่ตารางชีวิตไม่ตรงกับห้างแบบเดิม
จาก Medical Hub สู่คอมมูนิตี้กลางดึก ย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ เปลี่ยนเกม
เบื้องหลังการเกิดขึ้นของ ONN ANU คือการยอมรับความจริงว่าย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ไม่ได้คึกคักแบบเดิมอีกต่อไป การจัดระเบียบรถตู้และโครงข่ายรถไฟฟ้าที่ขยายออกไปทำให้คนที่เคยต้องเข้ามาต่อรถลดลงอย่างชัดเจน แต่ในทางกลับกัน ย่านนี้กลับเติบโตขึ้นในฐานะ Medical Hub ใจกลางเมือง รายล้อมด้วยโรงพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ นักศึกษา และที่พักอาศัยหลากหลายระดับราคา
ผู้บริหารจึงเลือกมองหาขุมทรัพย์ใหม่ในพฤติกรรมคนกลุ่มนี้ แทนที่จะรอให้ทราฟฟิกแบบเดิมกลับมา ONN ANU ถูกออกแบบให้มีสัดส่วนร้านอาหารและ Grab & Go ราว 60% และพื้นที่นั่งนาน 40% รองรับทั้งการซื้อแบบเร่งด่วนและการนั่งพักผ่อนยาวหลายชั่วโมง การจัดรอบเวลาเปิดร้านตั้งแต่เช้าจนถึงตี 2 พร้อมแม่เหล็กอย่างร้านบุฟเฟ่ต์ที่เปิดถึงดึก ทำให้ห้างนี้มีโอกาสกลายเป็นคอมมูนิตี้กลางดึกของคนทำงานกะและคนนอนดึก มากกว่าจะเป็นแค่จุดเปลี่ยนรถเหมือนในอดีต
HarborLand เชียงใหม่ สนามเด็กเล่นในร่มที่ผลักห้างให้เป็นจุดหมายครอบครัว
อีกด้านหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านสู่ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์คือการเติบโตของสนามเด็กเล่นในร่มขนาดใหญ่ HarborLand เปิดสาขาแรกและใหญ่ที่สุดในภาคเหนือที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต บนพื้นที่กว่า 2,700 ตารางเมตร มาในธีม MUAN JAI FESTIVAL ที่ตั้งใจปักหมุดให้เป็นแลนด์มาร์กความสุขระดับโลกแห่งใหม่สำหรับเด็กและทุกคนในครอบครัว
การเลือกทำเลในศูนย์การค้าที่ติดกับสนามบินไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือการวางตัวให้เป็นจุดหมายของครอบครัวสายเที่ยวที่ต้องการพื้นที่ปลอดภัย สนุก และใช้เวลาร่วมกันก่อนหรือหลังการเดินทาง สนามเด็กเล่นในร่มลักษณะนี้ผลักให้ห้างจากเดิมที่เป็นแค่ที่ซื้อของ กลายเป็นส่วนหนึ่งของแผนท่องเที่ยวของครอบครัว นักท่องเที่ยวที่บินมาถึงเชียงใหม่สามารถพาเด็กมาเล่นในพื้นที่ที่ควบคุมอากาศและความปลอดภัยได้ ในขณะที่ผู้ใหญ่ใช้บริการร้านอาหารหรือเดินช้อปในห้างไปพร้อมกัน
ห้างไม่ใช่แค่ที่ช้อป แต่คือโครงสร้างพื้นฐานของการใช้ชีวิตยุคใหม่
เมื่อมองภาพรวม ทั้ง ONN ANU และ HarborLand เชียงใหม่กำลังส่งสารเดียวกันว่า รีเทลยุคใหม่ต้องขาย “เวลาและประสบการณ์” มากกว่าสินค้า ONN ANU ใช้เวลาเปิดบริการยาว 19 ชั่วโมงเพื่อรองรับคนทำงานกะดึกและคนนอนดึกที่ยังไม่มีพื้นที่ใช้ชีวิตในเมือง ขณะที่ HarborLand ใช้สนามเด็กเล่นในร่มขนาดใหญ่เป็นแม่เหล็กดึงครอบครัวและนักท่องเที่ยวเข้าสู่ศูนย์การค้า
ทิศทางต่อไปยิ่งชัด เมื่อ ONN ANU เตรียมพัฒนาพื้นที่ Co-working Space ชั้น 2M และ Rooftop Viewpoint ช่วงปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570 และหากโมเดลนี้สำเร็จ แผนรีโนเวตเซ็นเตอร์วันครั้งใหญ่ก็จะนำแนวคิดเดียวกันไปต่อยอด โดยจะทยอยปรับทีละเฟสและใช้เวลาหลายปี ในโลกที่การช้อปปิ้งออนไลน์ทำให้การซื้อของไม่จำเป็นต้องไปห้างอีกต่อไป ห้างที่อยู่รอดจะไม่ใช่ห้างที่ของเยอะที่สุด แต่คือห้างที่ทำให้คนรู้สึกว่า ถ้าไม่ไป จะเสีย “ช่วงเวลาคุณภาพ” บางอย่างไปต่างหาก






