ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ปราบปรามนอมินีต่างชาติบนเกาะสมุย สัญญาณเตือนนักลงทุนอสังหาฯ

ปราบปรามนอมินีต่างชาติบนเกาะสมุย สัญญาณเตือนนักลงทุนอสังหาฯ
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอมินีต่างชาติ ที่ดิน: เมื่อช่องโหว่กฎหมายกลายเป็นภัยต่อเจ้าของทรัพย์

นอมินีต่างชาติ ที่ดิน คือรูปแบบการถือครองทรัพย์สินและสิทธิในที่ดินโดยคนต่างชาติผ่านนิติบุคคลหรือบุคคลสัญชาติไทยที่ถือหุ้นหรือถือครองกรรมสิทธิ์แทน เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของกฎหมายที่ดินไทยและสร้างการควบคุมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยมิชอบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการแข่งขันทางธุรกิจ ความเป็นเจ้าของทรัพย์ของคนไทย และความน่าเชื่อถือของระบบการลงทุนโดยรวมในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ดินมีมูลค่าสูงอย่างยิ่ง

หัวใจของปฏิบัติการเฟส 7 บนเกาะสมุยไม่ใช่แค่การ "ทลายเครือข่ายนอมินี" แต่คือการประกาศว่ารัฐต้องการเปลี่ยนเกมการลงทุนอสังหาริมทรัพย์จากยุคใช้ช่องโหว่ มาเป็นยุคที่ทุกดีลต้องตอบโจทย์กฎหมายที่ดินไทยอย่างชัดเจน นักลงทุนต่างชาติที่มองชายหาดสวยเป็นโอกาส ทำใจได้แล้วว่าโครงสร้างบริษัทที่ตั้งมาเพื่อ "ถือครองที่ดินแทนต่างด้าว" กำลังถูกตรวจละเอียดแบบไม่เผื่อช่องให้พลิกเกมในภายหลัง การคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวจึงอาจเป็นความประมาทที่มีราคาแพงที่สุดสำหรับทั้งเจ้าของทุนและคนไทยที่ยอมเป็นผู้ถือหุ้นลวง

ปราบปรามนอมินีต่างชาติบนเกาะสมุย สัญญาณเตือนนักลงทุนอสังหาฯ

เฟส 7 เกาะสมุย ปฏิบัติการเชิงตัวเลขที่ใหญ่สุดของเครือข่ายชายหาด

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยร่วมกับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 7” ในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย เบื้องหลังการบุกค้นไม่ใช่การตั้งข้อสงสัยลอย ๆ แต่เกิดจากการวิเคราะห์ฐานข้อมูลนิติบุคคล 12,906 บริษัทในพื้นที่ พบว่ามีผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลต่างด้าว 8,254 บริษัท และมีลักษณะเข้าข่ายนอมินี 875 บริษัท ก่อนคัดกรองจนเหลือเป้าหมายชัดเจน 61 บริษัทที่ถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวม 42 แปลง เนื้อที่ 33 ไร่ 1 งาน 51 ตารางวา มูลค่ารวมประมาณ 1,500 ล้านบาท การดำเนินคดีจึงไม่ใช่แค่การโชว์ผลงาน แต่เป็นการสั่นคลอนโครงสร้างทุนริมชายหาดที่สร้างบนความเงียบของเอกสารจดทะเบียน

ผลสืบสวนลึกกว่านั้นชี้ให้เห็นภาพกว้างของการถือครองที่ดินส่อผิดกฎหมาย 3,892 บริษัท โดยพบว่ามี 138 บริษัทที่มีพฤติกรรมผิดกฎหมายชัดเจน และอีก 2,579 บริษัทเข้าข่ายเป็นนอมินีใช้คนไทยถือหุ้นหรือที่ดินแทนต่างชาติ ตัวเลขเหล่านี้บอกเราว่าเกม "ตั้งบริษัทก่อนซื้อที่" ไม่ใช่ข้อยกเว้นของนักลงทุนไม่กี่ราย แต่กลายเป็นวัฒนธรรมที่ฝังตัวลึกในตลาดอสังหาริมทรัพย์ชายทะเล การที่รัฐเลือกเกาะสมุยเป็นเวทีใหญ่ในเฟส 7 จึงเป็นการส่งสัญญาณตรงไปยังนักลงทุนทั่วทั้งภูมิภาคว่า ยุคปล่อยผ่านโครงสร้างนิติบุคคลส่อแววผิดกฎหมายกำลังปิดฉากลงอย่างจริงจัง

ปราบปรามนอมินีต่างชาติบนเกาะสมุย สัญญาณเตือนนักลงทุนอสังหาฯ

จากเกาะพะงันโมเดลถึงหัวหิน: ปราบปรามนอมินีในหลายจังหวัดกำลังสร้างมาตรฐานใหม่

เฟส 7 บนเกาะสมุยไม่ได้เกิดโดด ๆ แต่ต่อยอดจากยุทธศาสตร์ "เกาะพะงันโมเดล" ที่ตำรวจใช้สืบสวนเชิงลึกเครือข่ายคนต่างด้าวทำธุรกิจผิดกฎหมายในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ก่อนหน้าเฟสล่าสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติแบ่งปฏิบัติการออกเป็น 6 เฟส ครอบคลุม 7 จังหวัดท่องเที่ยวตั้งแต่สุราษฎร์ธานี พังงา ภูเก็ต กระบี่ ชลบุรี เชียงใหม่ ไปจนถึงหัวหิน ซึ่งถูกปฏิบัติการเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม โดยมีเป้าหมายร่วมคือปราบปรามการใช้คนไทยเป็นนอมินีถือครองที่ดินแทนต่างด้าวและจัดระเบียบการลงทุนให้แข่งขันอย่างเป็นธรรม ภาพรวมทั้ง 6 เฟส เจ้าหน้าที่ตรวจค้นที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้องกับ 238 บริษัท รวม 272 แปลง พื้นที่ 184 ไร่ 6 งาน 93.3 ตารางวา มูลค่ารวมประมาณ 2,839 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนว่ารัฐกำลังจัดการกับปรากฏการณ์ ไม่ใช่ปัญหาเดี่ยว

ศาลอนุมัติหมายจับ 178 หมาย หมายค้น 143 หมาย และจับกุมผู้ต้องหาได้ 91 คน โดยมีคำพิพากษาลงโทษแล้ว 20 คดี ให้จำคุกคนละ 1 ปี 3 เดือน ปรับ 15,000 บาท และสั่งให้จัดการจำหน่ายที่ดินที่ได้มาโดยไม่ชอบภายในระยะเวลาที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนด ซึ่งไม่น้อยกว่า 180 วันแต่ไม่เกิน 1 ปี ประโยคที่ควรถูกจำไว้คือ "หากไม่จำหน่ายที่ดินภายในเวลาที่กำหนด ให้อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้นได้" นี่คือการตอกย้ำว่าที่ดินไม่ใช่สินทรัพย์ที่สามารถซุกปัญหาไว้ใต้โครงสร้างบริษัทได้อีกต่อไป เจ้าของทุนที่เชื่อว่าคดีจะยืดเยื้อจนเอาตัวรอดจึงต้องคิดใหม่ เพราะการปราบปรามนอมินีต่างชาติ ที่ดินกำลังถูกยกระดับให้เป็นนโยบายด้านความโปร่งใส ไม่ใช่แค่แคมเปญข่าวดังชั่วคราว

ความเสี่ยงทางกฎหมาย: เมื่อถือครองที่ดินแทนต่างด้าวกลายเป็นบ่วงผูกมือลงทุน

จุดที่นักลงทุนและเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ต้องมองตรง ๆ คือความเสี่ยงทางกฎหมายที่ไม่ใช่แค่ค่าปรับหรือโทษจำคุก แต่คือการสูญเสียทรัพย์สินหลักอย่างที่ดิน การปราบปรามนอมินีที่เกาะสมุยเฟส 7 นำไปสู่การร้องทุกข์ดำเนินคดี 60 คดี ผู้ต้องหา 88 คน เป็นคนไทย 26 คน และบุคคลต่างด้าว 62 คน ตัวเลขนี้บอกว่าคนไทยที่ยอมถือหุ้นแทน ไม่ใช่แค่ "ผู้ช่วย" แต่ถูกมองเป็นผู้ร่วมกระทำผิดเต็มตัว ในมุมของผู้ซื้อและนักลงทุน การเข้าร่วมโครงสร้างที่ตั้งใจหลบเลี่ยงกฎหมายที่ดินไทยจึงเท่ากับการยอมรับความเสี่ยงที่ถึงที่สุดแล้วอาจจบด้วยคำสั่งให้จำหน่ายที่ดินออกไป พร้อมการควบคุมโดยตรงของกรมที่ดินหากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล

สำหรับคนที่ต้องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะพื้นที่ชายหาดยอดนิยม อย่างเกาะสมุย ปฏิบัติการครั้งนี้ส่งข้อความชัดว่า "ต่างชาติลงทุนได้ แต่ต้องทำถูกกฎหมาย" โครงสร้างนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อถือครองที่ดินแทนต่างด้าว จะถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะเจ้าหน้าที่ใช้ฐานข้อมูลบริษัทจดทะเบียน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน และกรมสรรพากรในแบบบูรณาการ ข้อเท็จจริงนี้ทำให้โมเดลบริษัทเปลือกข้างนอกไทย ข้างในต่างชาติกลายเป็นสูตรที่มีความเสี่ยงสูงสุด นักลงทุนที่ยังถือโฉนดผ่านนอมินีอยู่ในมือ ต้องเริ่มมองหาทางเปลี่ยนผ่านไปสู่โครงสร้างที่กฎหมายเปิดช่องรองรับอย่างโปร่งใส ก่อนที่หมายค้นและหมายจับจะเดินมาถึงประตูวิลล่าชายหาดของตัวเอง

บทสรุป: ปราบปรามนอมินีไม่ใช่สงครามกับทุน แต่คือการรีเซ็ตกติกา

เมื่อมองภาพรวม ปฏิบัติการปราบปรามนอมินีต่างชาติ ที่ดินตั้งแต่เกาะพะงัน เกาะสมุย ไปจนถึงหัวหิน ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นสงครามกับนักลงทุนต่างชาติ แต่คือการรีเซ็ตกติกาให้ชัดว่าใครลงทุนได้ ในรูปแบบใด และต้องเคารพกฎหมายที่ดินไทยอย่างไร สำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุชัดว่าต้องการป้องกันการเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มทุนต่างชาติ และเปิดโอกาสให้คนต่างด้าวลงทุนได้ถูกต้องตามกฎหมายควบคู่กับการปราบปรามการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ ในมุมของผู้ถือครองอสังหาฯ น้ำหนักจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าจะเลี่ยงตรวจสอบอย่างไร แต่ต้องหันมาถามว่าโครงสร้างที่ใช้วันนี้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายหรือไม่

เกาะสมุย ปฏิบัติการเฟส 7 แสดงให้เห็นชัดว่ารัฐพร้อมใช้ข้อมูลและเครื่องมือทุกด้านเพื่อจัดการกับนิติบุคคลที่เข้าข่ายนอมินีต่างชาติ ไม่ว่ามูลค่าที่ดินจะสูงเพียงใดหรือผู้ถือหุ้นจะมีหลายสัญชาติแค่ไหน สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการอยู่ในเกมระยะยาว ทางเลือกไม่ใช่การหาช่องโหว่ใหม่ แต่คือการสร้างโครงสร้างการถือครองและการบริหารธุรกิจที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่พึ่งชื่อคนไทยเป็นแค่ฉากหน้า เมื่อกติกาใหม่ถูกบังคับใช้อย่างต่อเนื่อง ผู้ที่ปรับตัวทันจะได้ประโยชน์จากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้น ส่วนผู้ที่ยังผูกตัวเองกับนอมินีจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางกฎหมายที่ยิ่งนานวันยิ่งไม่มีที่ให้หลบซ่อน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!