ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อจอใหญ่ไม่พอ อุตสาหกรรมหนังไทยต้องรอดด้วยตลาดต่างประเทศและ IP

เมื่อจอใหญ่ไม่พอ อุตสาหกรรมหนังไทยต้องรอดด้วยตลาดต่างประเทศและ IP
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สมการใหม่ของอุตสาหกรรมหนังไทย เมื่อรายได้หดแต่ต้นทุนพุ่ง

อุตสาหกรรมหนังไทย คือระบบนิเวศของการผลิต เผยแพร่ และต่อยอดภาพยนตร์ที่เชื่อมโยงผู้สร้าง นักลงทุน โรงภาพยนตร์ และผู้ชมเข้าด้วยกัน มีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศ การขายสิทธิ์เผยแพร่ และการบริหารทรัพย์สินทางปัญญา โดยพึ่งพาตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศควบคู่กันไป ท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนการผลิตและพฤติกรรมผู้ชมยุคสตรีมมิง

ปัญหาหลักของอุตสาหกรรมหนังไทยวันนี้คือ รายได้ในประเทศหดตัว ขณะที่ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง ก่อนโควิด รายได้รวมของหนังทั้งไทยและต่างประเทศในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และเชียงใหม่เคยแตะระดับ 5,000 ล้านบาทต่อปี แต่หลังโควิดตัวเลขร่วงลงเหลือ 1,800 ล้านบาท ก่อนจะฟื้นมาเพียงราว 2,800-3,000 ล้านบาทเท่านั้น ขณะเดียวกัน GDH ระบุว่าต้นทุนการสร้างหนังหนึ่งเรื่องจากเดิมราว 40-50 ล้านบาท เมื่อรวมงบการตลาดแล้วขยับขึ้นไปถึง 70 ล้านบาทต่อเรื่อง หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 30% ภายใต้สมการรายได้หด ต้นทุนพุ่ง ถ้าใครยังหวังพึ่งแต่รายได้หน้าโรงเพียงช่องเดียว ก็แทบไม่มีทางรอด

เมื่อจอใหญ่ไม่พอ อุตสาหกรรมหนังไทยต้องรอดด้วยตลาดต่างประเทศและ IP

GDH กับแผนโต 74% ที่วางเดิมพันบนตลาดต่างประเทศ

ในช่วงที่หลายค่ายกำลังหายใจหอบ GDH กลับเลือกเดินเกมรุกอย่างชัดเจน จินา โอสถศิลป์ ประกาศเป้ารายได้ปี 2569 ไว้ที่ 556 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 74% จาก 318 ล้านบาทในปี 2568 และครึ่งปีแรกก็รับรู้รายได้ไปแล้วกว่า 200 ล้านบาท ประโยคนี้แปลตรงไปตรงมาว่า GDH ไม่ได้มองตัวเองเป็นผู้รอดชีวิต แต่เป็นผู้นำคลื่นใหม่ของอุตสาหกรรมหนังไทย

แกนสำคัญของแผนโตไม่ใช่การขายตั๋วในประเทศ แต่คือการขยายตลาดต่างประเทศและต่อยอด IP ธุรกิจหนัง ให้ยาวที่สุด เดิมทีรายได้จากการส่งหนังไปฉายต่างประเทศของ GDH มีสัดส่วนเพียง 20-25% ของรายได้รวม แต่หลังความสำเร็จของ ฉลาดเกมส์โกง หลานม่า และ โกฮัง..หัวใจโกโฮม สัดส่วนนี้ขยับขึ้นมาแตะ 50% ในปีนี้ หนังอย่าง 404 สุขีนิรันดร์ ยังทำสถิติเป็นหนังไทยรายได้สูงสุดในตลาดเวียดนามด้วยตัวเลข 100 ล้านบาท ช่วยพยุงผลประกอบการปีที่ผ่านมา ขณะที่ โกฮัง..หัวใจโกโฮม ก็ขายสิทธิ์ไปฉายแล้วกว่า 40 พื้นที่ทั่วโลก สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่ารายได้สำคัญของสตูดิโอไม่ได้อยู่ในเขตกรุงเทพฯ แต่กระจายอยู่รอบโลก

จากหนังหนึ่งเรื่องสู่จักรวาล IP เมื่อสตูดิโอต้องคิดแบบ Entertainment Ecosystem

ในยุคที่บ็อกซ์ออฟฟิศไม่พอเลี้ยงทั้งอุตสาหกรรม การสร้างหนังเพียงเพื่อขายตั๋วคือการเดินเข้าสนามรบโดยไม่มีเกราะป้องกัน GDH จึงเลือกขยับบทบาทตัวเองจากผู้ผลิตหนังไปสู่ระบบนิเวศบันเทิงเต็มรูปแบบ หรือ Entertainment Ecosystem ที่เชื่อมหนัง ซีรีส์ แอนิเมชัน การศึกษา เกม สินค้า และการบริหารทรัพย์สินทางปัญญาเข้าด้วยกัน พูดง่ายๆ คือหนังหนึ่งเรื่องไม่จบที่เครดิตท้ายเรื่อง แต่เป็นจุดเริ่มของธุรกิจยาวหลายปี

ในทางปฏิบัติ เราเห็นการจับมือกับบริษัทเกมและบอร์ดเกมอย่าง YGGDRAZIL GROUP Siam Board Games และ Fairplay Studios เพื่อนำคอนเทนต์อย่าง โกฮัง..หัวใจโกโฮม ไปพัฒนาต่อ การขายลิขสิทธิ์รีเมกก็กลายเป็นอีกท่อรายได้สำคัญ ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ ถูกขายลิขสิทธิ์ให้ต่างประเทศทำเวอร์ชันใหม่หลายครั้ง ขณะที่ แฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว ถูกรีเมกในอินเดีย และ หลานม่า เปิดทางให้สตูดิโอฮอลลีวูดอย่าง Miramax ซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้างเวอร์ชันอเมริกัน โดย GDH ยังได้มีส่วนร่วมด้านความคิดสร้างสรรค์และส่วนแบ่งรายได้เพิ่มหากหนังประสบความสำเร็จ นี่คือภาพชัดว่าการบริหาร IP ธุรกิจหนัง ไม่ใช่คำหรู แต่คือเครื่องช่วยหายใจของสตูดิโอสมัยใหม่

CineAsia และเวทีนานาชาติ เส้นเลือดใหญ่ของตลาดต่างประเทศ

การจะพึ่งรายได้จากต่างประเทศไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ต้องมีเวทีจับคู่กันอย่างเป็นระบบ งาน CineAsia 2022 คือหนึ่งในสนามสำคัญนั้น เพราะเป็นนิทรรศการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับนานาชาติที่รวบรวมผู้สร้าง ผู้กำกับ ค่ายภาพยนตร์ ผู้จัดจำหน่าย และผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ทั่วเอเชีย รวมกว่า 2,000 คนจาก 50 ประเทศ การจัดงานเมื่อวันที่ 5-8 ธันวาคม 2565 ที่โรงภาพยนตร์ไอคอน ซีเนคอนิค และทรูไอคอน ฮอลล์ กลายเป็นจุดที่สายตาของคนทำหนังโลกหันมามองตลาดนี้อีกครั้ง

ภายในงานมีทั้งการแสดงเทคโนโลยีอุปกรณ์ภาพยนตร์ไปจนถึงการฉายไลน์อัปหนังฮอลลีวูดล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์วางแผนตลาดได้ทันเวลา ที่สำคัญกว่านั้น งานลักษณะนี้คือโอกาสให้ค่ายหนังใช้ซอฟต์พาวเวอร์จากเนื้อหาและโลเคชันถ่ายทำ ผลักดันผลงานไปสู่ตลาดต่างประเทศและสร้างภาพของการเป็นศูนย์กลางคอนเทนต์ในระดับภูมิภาค เมื่อผู้จัดประกาศว่า CineAsia 2023 จะกลับมาจัดที่เดิมอีกครั้ง ก็เท่ากับแสงสปอตไลต์จะยังส่องลงมาที่ตลาดนี้ต่อเนื่อง ใครที่พร้อมเอาหนังไปเสนอบนเวที จะมีโอกาสปิดดีลต่างประเทศได้มากกว่าคนที่รอให้ลูกค้ามาเคาะประตูเอง

เมื่อจอใหญ่ไม่พอ อุตสาหกรรมหนังไทยต้องรอดด้วยตลาดต่างประเทศและ IP

อนาคตของหนังไทยอยู่ที่ตลาดต่างประเทศและ IP ไม่ใช่บ็อกซ์ออฟฟิศในประเทศ

เมื่อมองภาพรวม สิ่งที่เกิดขึ้นกับ GDH คือบทเรียนสำคัญของทั้งอุตสาหกรรม รายได้รวมของหนังในประเทศยังห่างจากระดับก่อนโควิดมาก ขณะที่ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นเกือบ 30% ต่อเรื่อง การหวังให้ตลาดกลับไปเหมือนเดิมจึงไม่ใช่แผนธุรกิจที่รับผิดชอบต่อคนทำงานเบื้องหลัง นักแสดง และนักลงทุนอีกต่อไป

ทางรอดระยะยาวคือการคิดหนังทุกเรื่องให้มีศักยภาพออกสู่ตลาดต่างประเทศตั้งแต่ขั้นพัฒนาเรื่อง และออกแบบให้ต่อยอด IP ได้หลายทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นการขายสิทธิ์ฉาย การรีเมก เกม การศึกษา หรือสินค้า ในขณะเดียวกัน การร่วมผลิตกับพันธมิตรต่างประเทศเพื่อให้หนังออกฉายในหลายประเทศพร้อมกันตามเป้าของ GDH ใน 3 ปีข้างหน้า คือวิธีลดความเสี่ยงจากตลาดเดียว การผลักดันมาตรการอย่าง Cash Rebate ที่คาดว่าจะเริ่มใช้ต้นปีหน้า ก็จะช่วยจูงใจให้มีการลงทุนผลิตมากขึ้น สุดท้ายแล้วอนาคตของอุตสาหกรรมหนังไทยจะไม่วัดจากรายได้หน้าโรงปีต่อปี แต่จากความสามารถในการสร้างจักรวาล IP ที่ขายซ้ำบนเวทีโลกได้ไม่รู้จบ

เมื่อจอใหญ่ไม่พอ อุตสาหกรรมหนังไทยต้องรอดด้วยตลาดต่างประเทศและ IP

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!