จังหวะรุกครั้งใหญ่ของ LHMH และเหตุผลที่ต้องจับตา
กลยุทธ์ขยายธุรกิจโรงแรมแบบมัลติแบรนด์ของ LHMH คือการลงทุนและพัฒนาเครือโรงแรมหลายระดับราคา ตั้งแต่ลักชัวรี มิดสเกล ไปจนถึงบัดเจ็ตคุณภาพ เพื่อจับกลุ่มนักเดินทางที่มีพฤติกรรมและกำลังจ่ายแตกต่างกันบนทำเลท่องเที่ยวเมืองไทยสำคัญ ทั้งเมืองชายทะเลและศูนย์กลางเศรษฐกิจ โดยเน้นสร้างประสบการณ์ พอร์ตโฟลิโอระยะยาว และรายได้ประจำผ่านโครงการโรงแรมขนาดใหญ่และเครือข่ายโรงแรมราคาขายได้จริง
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่การเปิดโรงแรมเพิ่มตามวัฏจักรท่องเที่ยว แต่คือการวางหมากระยะยาวกับอุตสาหกรรม Hospitality ที่กำลังฟื้นและแข่งขันสูง LHMH เปิดตัวแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา โรงแรมลำดับที่ 10 ของแบรนด์ และเป็นสาขาที่ 3 ในเมืองพัทยา พร้อมห้องพัก 494 ห้อง มูลค่าลงทุนกว่า 4,300 ล้านบาท การทุ่มเงินระดับนี้สะท้อนความเชื่อมั่นว่าพัทยาจะเปลี่ยนโฉมจากเมืองชายทะเลสู่จุดหมายครอบครัวและ MICE ระดับโลก ขณะเดียวกันฝั่งโรงแรมบัดเจ็ตคุณภาพอย่าง GO! Hotel ก็เดินเกมรุกเพื่อปูพรมให้ครบ 77 จังหวัด กลายเป็นขาเติบโตสำคัญของกลุ่ม

แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา: จากโรงแรมพัทยาใหม่สู่เดสทินেশনในตัวเอง
แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา ไม่ได้ถูกออกแบบมาเป็นแค่โรงแรมพัทยาใหม่เพื่อเติมห้องพักในระบบ แต่ตั้งใจจะเป็นเดสทินชันในตัวเอง ด้วยแนวคิด The Borderless Journey ที่ย้ำว่าการเดินทางคือการใช้เวลาร่วมกันและสร้างความทรงจำมากกว่าการหาที่นอนหนึ่งคืน โรงแรมนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่าแสนตารางเมตร ใจกลางพัทยา เมืองท่องเที่ยวที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค
หัวใจของการลงทุนกว่า 4,300 ล้านบาทคือการสร้างประสบการณ์เต็มวัน ตั้งแต่ Time Traveller Water Park ขนาดกว่า 20,000 ตารางเมตร ที่แบ่งธีม Lost World และ Tomorrow Land พร้อมเครื่องเล่นหลากหลาย ไปจนถึงฟิตเนส Crimson Canyon พื้นที่ออกกำลังกายกว่า 1,400 ตารางเมตรและโซนเวลเนสครบฟังก์ชัน ตามด้วย Voyage Circuit สนามโกคาร์ตไฟฟ้า สนามฟุตซอล และโซนความบันเทิง Midnight Nebula เกือบ 1,000 ตารางเมตร ห้องพักและสวีทรวม 494 ห้องทั้งหมดมองเห็นวิวทะเล การออกแบบเน้นความโปร่งสบายและเทคโนโลยีช่วยยกระดับความสะดวกตลอดการเข้าพัก นี่คือภาพชัดว่าลักชัวรีแบบเจ้าพระยาลักชัวรีที่เน้นคุณภาพอาคารและประสบการณ์กำลังถูกใช้เป็นอาวุธหลักในการชิงลูกค้ากลุ่มครอบครัวและ MICE ศักยภาพสูง

กลยุทธ์ Quality First และรายได้ที่ต้องโตให้ทันความเสี่ยง
LHMH ไม่ซ่อนว่าเดินเกมนี้ด้วยวิธีลงทุนหนักแล้วหวังเก็บเกี่ยวระยะยาว แนวคิดการพัฒนาแบรนด์แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ตั้งอยู่บนหลักการ 4 ข้อ ได้แก่ Quality First ลงทุนกับคุณภาพอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวก Experience-driven ที่ออกแบบประสบการณ์มากกว่าห้องพัก Thai Hospitality ที่ผสานความอบอุ่นแบบไทยกับมาตรฐานสากล และ Continuous Innovation ที่ทำให้แต่ละโรงแรมมีแคแรกเตอร์ของตัวเอง นี่คือสูตรเดียวกับเชนลักชัวรีระดับโลก แต่ถูกลองเชิงผ่านโรงแรมสัญชาติไทย
คำถามคือรายได้จะโตทันการลงทุนหรือไม่ บริษัทตั้งเป้ารายได้ปีแรกของแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยาที่ 1,300 ล้านบาท และใช้โครงการนี้เป็นเครื่องยนต์ดันรายได้กลุ่มโรงแรมสู่ระดับ 8,000 ล้านบาทในปี 2569 เติบโตราว 35% จากปีก่อน นี่คือเป้าหมายที่ท้าทาย เพราะต้องพึ่งดีมานด์นักท่องเที่ยวศักยภาพสูงและตลาด MICE จากทั่วโลกในจังหวะที่การแข่งขันเมืองท่องเที่ยวชายทะเลเดือดกว่าที่เคย อย่างไรก็ตามหากภาพยกระดับพัทยาเป็น World-Class Family & MICE Destination เป็นจริง โรงแรมแห่งนี้จะกลายเป็นแม่เหล็กสำคัญของทั้งเมืองโดยปริยาย

GO! Hotel และเครือข่ายบัดเจ็ตคุณภาพ: ขาเติบโตที่คนมองข้าม
ฝั่งลักชัวรีดึงสายตานักลงทุน แต่ความเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อผู้เดินทางส่วนใหญ่กลับอยู่ในตลาดบัดเจ็ตคุณภาพ GO! Hotel กำลังเดินเกมรุกตลาดโรงแรมระดับคุณภาพราคาจับต้องได้ ด้วยแนวคิด สุข สะดวก สบาย สุดคุ้ม วางตัวเป็นตัวเลือกตรงกลางระหว่างโรงแรมราคาระดับสูงและเกสต์เฮาส์โลคอลที่มาตรฐานไม่แน่นอน จุดขายคือราคาเริ่มต้นราว 1,000 บาทต่อคืนแต่ได้มาตรฐานสูง ทำเลดี และอยู่ใกล้ศูนย์การค้าในเครือ สร้างระบบนิเวศการใช้ชีวิตที่แขกไม่ต้องพึ่งบริการในโรงแรมอย่างเดียว
การเปิดแฟล็กชิพ GO Hotel กรุงเทพ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิและโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ลาดกระบัง ด้วยขนาด 179 ห้องและงบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท แพงกว่าปกติเท่าตัว คือสัญญาณชัดว่ากลุ่มนี้ถูกมองเป็นสินทรัพย์ระยะยาว ไม่ใช่แค่ที่พักราคาถูก ผู้บริหารตั้งเป้าขยายปีละ 5 สาขา เพื่อปูพรมให้ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศหากดีมานด์และทำเลเอื้อ โดยเริ่มต่อยอดจากฐานเดิมในเขต EEC อย่างชลบุรีและระยอง และเตรียมเปิดสาขาใหม่ที่ขอนแก่น นครสวรรค์ เชียงราย อยุธยา และเชียงใหม่ภายในปีเดียวกัน การขยายนี้ไม่เพียงรองรับนักเดินทาง แต่ยังถูกวางให้เป็นแรงหนุนให้รายได้ธุรกิจโรงแรมของกลุ่มแตะ 3,000 ล้านบาทตามมุมมองบวกต่อภาพรวมการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว

มัลติแบรนด์ ลักชัวรีถึงบัดเจ็ต: ใครได้ประโยชน์จากเกมรุกครั้งนี้
เมื่อมองภาพรวมจะเห็นว่ากลยุทธ์การขยายธุรกิจโรงแรมกำลังเปลี่ยนจากการแข่งเปิดสาขา มาเป็นการจัดพอร์ตทั้งลักชัวรี มิดเรนจ์ และบัดเจ็ตคุณภาพให้ครบเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางทุกกลุ่ม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยาเล่นเกมบนสุดของพีระมิด จับกลุ่มครอบครัวและ MICE ศักยภาพสูงผ่านประสบการณ์แบบเดสทินชัน ในขณะที่ GO! Hotel ช่วยเก็บดีมานด์มหาศาลของนักเดินทางทั่วไปที่ต้องการราคาสมเหตุสมผลแต่ไม่ยอมลดเรื่องคุณภาพ
สำหรับนักท่องเที่ยว ผลกระทบเชิงปฏิบัติคือทางเลือกที่หลากหลายขึ้นทั้งในพัทยาและหัวเมืองต่างจังหวัด ผู้ที่มองหาโรงแรมพัทยาใหม่ที่ให้มากกว่าสระว่ายน้ำและหาดทรายจะมีตัวเลือกอย่าง Grande Centre Point Voyage Pattaya ซึ่งเป็นมากกว่าที่พักและมอบประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่สำหรับทุกเจเนอเรชัน ส่วนคนเดินทางทำงานหรือท่องเที่ยวในเมืองรองจะได้ตัวเลือกโรงแรมคุณภาพใกล้ศูนย์การค้าและโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งหมดนี้กำลังผลักให้ทำเลท่องเที่ยวเมืองไทยถูกยกระดับทั้งด้านราคา ประสบการณ์ และมาตรฐานบริการ หากผู้ประกอบการรักษาสมดุลระหว่างการลงทุนหนักกับการรักษาคุณภาพได้ เกมรุกครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับทั้งนักเดินทาง เมืองท่องเที่ยว และรายได้ของกลุ่มในระยะยาว







