ยุทธศาสตร์ใหม่ของการลงทุนท่องเที่ยว เมื่อโรงแรมขายประสบการณ์มากกว่าห้องพัก
ยุทธศาสตร์การลงทุนท่องเที่ยวแบบใหม่ของผู้พัฒนาโรงแรมรายใหญ่ คือการขยายพอร์ตโรงแรมไปยังทำเลศักยภาพสูง เช่น พัทยาและริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมยกระดับตัวโรงแรมให้เป็นจุดหมายปลายทางครบวงจรที่ผสานที่พัก การกิน ดื่ม ความบันเทิง สวนน้ำ และพื้นที่จัดอีเวนต์ เพื่อจับดีมานด์จากนักท่องเที่ยวและงานระดับโลก เช่น Tomorrowland ไทย และการประชุมองค์กรนานาชาติ เปลี่ยนจากการขายเพียงห้องพักไปสู่การขายประสบการณ์ที่สามารถตั้งราคาพรีเมียมได้ มุมมองของ LHMH สะท้อนชัดว่าใครเข้าใจพลังของอีเวนต์ก่อน ย่อมวางหมากบนทำเลได้คุ้มกว่า การเดินเกมรุกครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพิ่มโรงแรมใหม่พัทยา แต่คือการประกาศว่าผู้เล่นรายนี้จะใช้ทุกอีเวนต์ใหญ่เป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนรายได้และรีพอร์ตผลตอบแทนของพอร์ตโรงแรมทั้งกลุ่ม

Grande Centre Point Voyage Pattaya โรงแรมใหม่พัทยาที่ออกแบบมาเพื่อปล่อยดีมานด์ให้เต็มที่
หัวใจของเกมรุกพัทยาคือ Grande Centre Point Voyage Pattaya โรงแรมลำดับที่ 10 ภายใต้แบรนด์ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ และเป็นแห่งที่ 3 ในเมืองพัทยา มูลค่าลงทุนกว่า 4,300 ล้านบาท มีห้องพัก 494 ห้อง และตั้งเป้ารายได้ปีแรก 1,300 ล้านบาท โครงการนี้ถูกวางตำแหน่งเป็น Integrated Destination Hotel รวมที่พัก สวนน้ำ ความบันเทิง ร้านอาหาร และพื้นที่ประชุมและอีเวนต์ในที่เดียว เพื่อให้แขกมีเหตุผลใช้เวลาทั้งวันในโรงแรม ไม่ใช่แค่กลับมานอน แนวคิด The Borderless Journey ที่ถูกใส่เข้ามาไม่ได้เป็นเพียงคำสวยหรู แต่ตอบโจทย์เทรนด์การท่องเที่ยวแบบครอบครัวและกลุ่ม MICE ที่ต้องการประสบการณ์ครบวงจร ตั้งแต่ Time Traveller Water Park กว่า 20,000 ตารางเมตร Voyage Circuit สนามโกคาร์ตไฟฟ้า Midnight Nebula โซนเกม ไปจนถึง The Sand Theatre ที่สร้างจักรวาลตัวละครของตัวเองในโรงแรมเดียว เมื่อทุกองค์ประกอบดึงให้แขกอยู่ในพื้นที่ได้นาน แบรนด์ก็มีอำนาจในการตั้งราคาพรีเมียมและเพิ่มรายได้ต่อหัวได้ชัดเจน

Tomorrowland ไทย ดันราคาห้องพัทยา 3 เท่า โอกาสหรือความเสี่ยงต่อผู้บริโภค
การที่ Tomorrowland ไทย ถูกจัดที่ Wisdom Valley จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 11-13 ธันวาคม กลายเป็นตัวเร่งสำคัญของตลาดโรงแรมพัทยา LHMH ประเมินว่าช่วงอีเวนต์ ราคาห้องพักในพัทยาโดยรวมปรับเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 3 เท่า สะท้อนดีมานด์จากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าร่วมงานอย่างชัดเจน ประโยคนี้ควรถูกจดจำในฐานะข้อเท็จจริงที่ว่า เมื่ออีเวนต์ระดับโลกลงพื้นที่ การตั้งราคาห้องพักก็ขยับตามแรงดีมานด์ทันที ในมุมผู้ประกอบการ การใช้ Tomorrowland ไทย เป็นตัวดันราคาห้องถือว่าเฉียบ เพราะช่วยดันรายได้ทั้งปีให้สูงขึ้น และรองรับเป้ารายได้รวมกลุ่มโรงแรมที่ตั้งไว้ว่าจะทะลุ 8,000 ล้านบาท เติบโตราว 35 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อนหน้าซึ่งเป็นสถิติสูงสุด แต่ในมุมผู้บริโภค นี่คือสัญญาณชัดว่าการเดินทางไปเมืองที่มีอีเวนต์ใหญ่ ต้องวางแผนจองล่วงหน้าและเตรียมรับราคาพุ่ง หากไม่อยากถูกดีมานด์เล่นงานจนต้องจ่ายแพงเกินเหตุ

จากเยาวราชถึงริมเจ้าพระยา เกมสร้างแลนด์มาร์กใหม่ของ LHMH ในกรุงเทพฯ
ขณะพัทยาเดินหน้าเป็น World-Class Family & MICE Destination ฝั่งกรุงเทพฯ LHMH ก็ไม่ปล่อยให้พอร์ตโรงแรมหยุดนิ่ง หลังจากเดินหน้าโครงการ Grande Centre Point Chinatown กรุงเทพฯ มูลค่าการลงทุน 3,600 ล้านบาท บนที่ดินเช่าเกือบ 4 ไร่ มีห้องพัก 351 ห้อง พื้นที่ใช้สอยกว่า 40,000 ตารางเมตร และเตรียมเปิดไตรมาส 2 ปี 2571 โครงการนี้ถูกออกแบบให้มากกว่าโรงแรม ด้วยพื้นที่เชิงพาณิชย์รองรับร้านค้า ร้านอาหารระดับท็อป รวมถึงร้านที่อยู่ในกลุ่มมิชลินไกด์ประมาณ 20 ร้าน และจอ LED ขนาดใหญ่เพื่อสร้างจุดเช็กอินดึงทราฟฟิก สิ่งที่น่าสนใจคือการประกาศว่าก้าวถัดไปจะเล็งทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อสร้างแลนด์มาร์กใหม่ที่มีศักยภาพทั้งด้านท่องเที่ยวและการสร้าง Destination ของตัวเอง เมื่อเยาวราชถูกปั้นให้เป็นฐาน และเจ้าพระยาเป็นหมุดหมายต่อไป ภาพที่เห็นคือการขยายพอร์ตโรงแรมแบบมีเรื่องราวและทำเลแตกต่าง ข้ามหลายเซกเมนต์ราคา แต่ยึดหลักเดียวกันคือ การใช้โลเคชันแข็งแรงมาผสมกับประสบการณ์ที่ออกแบบเฉพาะ

บทสรุป เกมรุกที่กล้าเสี่ยงเพื่ออัพเกรดทั้งเมืองและพอร์ตโรงแรม
เมื่อมองภาพรวม กลยุทธ์ของ LHMH ในการขยายพอร์ตโรงแรมไม่ใช่การเพิ่มจำนวนห้องพักในทำเลเดิม แต่คือการวางหมากให้พอร์ตครอบคลุมหลายเมือง หลายราคา และหลายรูปแบบประสบการณ์ ทั้งโรงแรมใหม่พัทยาที่เป็น Themed Hotel ในกลุ่ม Limited Collection การปั้นเยาวราชให้เป็นแลนด์มาร์ก และการเล็งเจ้าพระยาเพื่อสร้าง Destination แห่งใหม่ นี่คือเกมรุกที่กล้าเสี่ยง เพราะต้องลงทุนก้อนใหญ่ล่วงหน้าก่อนอีเวนต์และดีมานด์จะมาจริง แต่ก็สะท้อนความเชื่อว่าการลงทุนท่องเที่ยวในยุคนี้ต้องยึดคุณภาพและประสบการณ์เป็นหลัก ไม่ใช่แข่งราคาถูก เมื่อ Tomorrowland ไทย และการประชุม IMF-World Bank เข้ามาเติมดีมานด์ แบรนด์ที่เตรียมโครงสร้างพร้อมแล้วจะเก็บเกี่ยวผลตอบแทนได้เต็มที่ ในขณะที่ผู้บริโภคต้องฉลาดเลือกว่าจะจ่ายแพงเพื่อประสบการณ์ครบวงจร หรือกระจายการใช้จ่ายไปยังตัวเลือกอื่นที่ยังไม่ถูกอีเวนต์ดันราคา







