ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมกะรีสอร์ต 4.3 หมื่นล้าน พลิกโฉมพัทยาสู่เดสติเนชั่นระดับโลก

เมกะรีสอร์ต 4.3 หมื่นล้าน พลิกโฉมพัทยาสู่เดสติเนชั่นระดับโลก
ความสนใจ|ที่เที่ยวต่างประเทศ

จากเมืองปาร์ตี้สู่ World-Class Family & MICE Destination

รีสอร์ตพัทยา integrated destination คือรูปแบบจุดหมายปลายทางที่รวมโรงแรม สวนน้ำ พื้นที่ประชุม ความบันเทิง และกิจกรรมสำหรับครอบครัวไว้ในอาณาจักรเดียว สร้างประสบการณ์การเดินทางแบบไร้รอยต่อให้ผู้เข้าพักสามารถพักผ่อน ทำงาน สังสรรค์ และใช้เวลาร่วมกันหลายเจเนอเรชันโดยไม่ต้องออกไปไหน พร้อมตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไป กลุ่มครอบครัว และกลุ่มธุรกิจที่ต้องการสถานที่จัดประชุมหรืออีเวนต์ที่มีบรรยากาศการพักผ่อนครบครัน การตัดสินใจของ LHMH ในการลงทุนกว่า 4,300 ล้านบาทเพื่อสร้าง Grande Centre Point Voyage พัทยา ไม่ใช่แค่การเพิ่มอีกหนึ่งโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวชายทะเล แต่คือการประกาศว่าพัทยาพร้อมยกระดับตัวเองสู่ “World-Class Family & MICE Destination” อย่างจริงจัง เมืองที่ครั้งหนึ่งถูกมองว่าเน้นสายกลางคืน กำลังถูกรีแบรนด์ใหม่ให้เป็นจุดหมายระดับพรีเมียมสำหรับครอบครัวและนักธุรกิจจากทั่วโลก การเลือกคอนเซ็ปต์ The Borderless Journey จึงสะท้อนวิสัยทัศน์ชัดเจนว่าอนาคตท่องเที่ยวพัทยาจะไม่ได้ถูกจำกัดแค่ทะเล แต่คือประสบการณ์ครบวงจรที่แข่งขันกับรีสอร์ตคอมเพล็กซ์ระดับนานาชาติได้

เมกะรีสอร์ต 4.3 หมื่นล้าน พลิกโฉมพัทยาสู่เดสติเนชั่นระดับโลก

Grande Centre Point Voyage: Integrated Destination ที่กล้าเก่งกว่าแค่โรงแรม

จุดแข็งของ Grande Centre Point Voyage ไม่ใช่จำนวนห้องพัก แต่คือการออกแบบให้เป็น integrated destination ตัวจริง ทั้งโครงการถูกพัฒนาบนพื้นที่กว่า 111,100 ตารางเมตรและวางตัวเป็นโรงแรมในกลุ่ม Limited Collection ที่เน้นเรื่องราวและธีมเฉพาะตัว แนวคิดของแบรนด์แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ คือการสร้าง “จุดหมายปลายทางที่ผู้คนอยากกลับมา” ผ่าน Quality First, Experience-driven, Thai Hospitality และ Continuous Innovation ซึ่ง Voyage ถูกใช้เป็นสนามจริงในการพิสูจน์ว่าคอนเซ็ปต์นี้ทำงานได้แค่ไหน ในเชิงธุรกิจ เป้าหมายชัดมาก บริษัทตั้งเป้าให้ Voyage มีอัตราการเข้าพักปีแรก 75–80% และดันขึ้นเป็น 90–95% ในช่วงไฮซีซัน โดยราคาห้องพักเฉลี่ยตั้งใจจะสูงกว่าโรงแรม 5 ดาวทั่วไปในพื้นที่ราว 15–20% พร้อมเป้ารายได้ปีแรก 1,300 ล้านบาท และระยะเวลาคืนทุนประมาณ 7 ปี ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความมั่นใจว่าโมเดล integrated destination ที่มีคุณภาพสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้จริง ไม่ใช่แค่เติมเครื่องเล่นแล้วหวังให้คนแวะมา

เมกะรีสอร์ต 4.3 หมื่นล้าน พลิกโฉมพัทยาสู่เดสติเนชั่นระดับโลก

สวนน้ำ Time Traveller และ Halo Convention: หัวใจที่ทำให้ Voyage เกิดมาเพื่อครอบครัวและ MICE

หากดูให้ลึก โมเดลท่องเที่ยวพัทยา MICE ใหม่ที่ Voyage พยายามผลักดันเกิดจากการรวมสองหัวใจหลักเข้าด้วยกัน หนึ่งคือ Time Traveller Water Park สวนน้ำขนาดกว่า 20,000 ตารางเมตร สองคือ Halo Convention Centre ศูนย์ประชุมแบบไม่มีเสาด้วยเพดานสูง 8 เมตรที่ออกแบบมาเพื่อรองรับอีเวนต์ระดับสากล การรวมสวนน้ำ ความบันเทิง ร้านอาหาร เทคโนโลยี และพื้นที่จัดประชุมไว้ในอาณาจักรเดียว ทำให้รีสอร์ตพัทยา integrated destination แห่งนี้ไม่ใช่แค่ที่พัก แต่คือระบบนิเวศสำหรับทั้งครอบครัวและองค์กร สิ่งที่น่าสนใจคือบริษัทคาดหวังรายได้ที่ไม่ใช่ค่าห้องพักสูงถึง 30% ในปีแรก ซึ่งจะช่วยสร้างกระแสเงินสดต่อเนื่องแม้ช่วงโลว์ซีซัน นี่คือคำประกาศสำคัญว่าอนาคตโรงแรมหรูจะไม่ได้อยู่รอดด้วยค่าห้อง แต่ต้องอยู่ได้ด้วย “ประสบการณ์” ที่ผู้คนยอมจ่ายเพื่อกิจกรรม ร้านอาหาร และอีเวนต์ ถ้า Voyage ทำสำเร็จ จะกลายเป็นต้นแบบให้โครงการอื่นในพัทยาและเมืองท่องเที่ยวอื่นต้องคิดใหม่ว่าการลงทุนด้านความบันเทิงและ MICE ไม่ใช่ของแถม แต่คือแก่นรายได้

เมกะรีสอร์ต 4.3 หมื่นล้าน พลิกโฉมพัทยาสู่เดสติเนชั่นระดับโลก

DreamWorks สวนน้ำ และสงครามเดสติเนชั่นระดับโลกริมทะเลพัทยา

ในอีกฟากหนึ่งของเมือง Aquatique พัทยาก็กำลังถูกปั้นให้เป็นอาณาจักรความบันเทิงริมทะเล โดยมีโรงแรมธีม DreamWorks Animation และสวนน้ำพัทยา DreamWorks เป็นหมุดสำคัญ โปรเจกต์นี้เกิดจากการร่วมมือของ AWC กับ Universal Destinations & Experiences เตรียมสร้างโรงแรมธีม DreamWorks แห่งแรกในประเทศพร้อมสวนน้ำอลังการในพัทยา โรงแรมลักชูรีแห่งนี้วางแผนให้มีห้องพักกว่า 300 ห้อง เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจจาก Shrek, How to Train Your Dragon, Madagascar และ Trolls พร้อมห้องพักแบบ Pool Access ที่เชื่อมตรงสู่อาณาจักรเครื่องเล่นน้ำทั้งโซนอินดอร์และเอาต์ดอร์ เมื่อวาง Voyage ฝั่งหนึ่งและ DreamWorks อีกฝั่ง พัทยากำลังเข้าสู่ “สงครามเดสติเนชั่น” ที่น่าสนใจ เมืองเดียวแต่มีหลายเมกะโปรเจกต์สร้างโลกต่างกัน ทั้งโลกแห่งนักเดินทางไฮเอนด์ โลกครอบครัวสายซิ่งสวนน้ำ และโลกแอนิเมชันฮอลลีวูด สำหรับนักเดินทาง นี่คือข่าวดี เพราะตัวเลือกคุณภาพเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สำหรับผู้ประกอบการ นี่คือแรงกดดันให้คิดให้ใหญ่ขึ้นกว่าแค่โรงแรมติดทะเลแล้วจบ

เมกะรีสอร์ต 4.3 หมื่นล้าน พลิกโฉมพัทยาสู่เดสติเนชั่นระดับโลก

บทสรุป: เมกะโปรเจกต์ที่ไม่ได้แค่ดันรายได้ แต่กำลังเขียนภาพใหม่ให้พัทยา

เมื่อดูพร้อมกันทั้งด้านตัวเลขและวิสัยทัศน์ จะเห็นว่าการลงทุน Voyage มูลค่า 4,300 ล้านบาท และแผนพอร์ตโฟลิโอของ LHMH ที่ตั้งเป้าดันรายได้รวมกลุ่มโรงแรมแตะ 8,000 ล้านบาทในปี 2569 พร้อมเติบโตราว 35% จากปีก่อน ไม่ได้เกิดจากความเชื่อแบบลอยๆ แต่จากการอ่านเกมท่องเที่ยวโลกที่กำลังหันมาหา multi-generational travel และ Bleisure & MICE อย่างจริงจัง ผู้เดินทางยุคใหม่ต้องการสถานที่ที่ให้ทั้งงานและความสุขในทริปเดียว และพัทยากำลังถูกออกแบบใหม่ให้ตอบโจทย์นี้ ในมุมของคนพัทยา โครงการระดับนี้สร้างงานกว่า 1,000 ตำแหน่งและกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ในมุมของนักเดินทาง เมืองที่เคยมีภาพจำแบบเดิมกำลังกลายเป็นสนามทดลองของเดสติเนชั่นระดับโลก ทั้ง Voyage DreamWorks และโครงการใหม่อย่าง Grande Centre Point Chinatown กรุงเทพฯ ที่จะเปิดในไตรมาส 2 ปี 2571 คำถามต่อจากนี้คือ เมืองอื่นจะเรียนรู้อะไรจากพัทยา และใครจะกล้าเดินเกม integrated destination เพื่อยกระดับตัวเองขึ้นสู่เวทีโลกเหมือนกันบ้าง

เมกะรีสอร์ต 4.3 หมื่นล้าน พลิกโฉมพัทยาสู่เดสติเนชั่นระดับโลก

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!