ภูเก็ตจากเมืองท่องเที่ยวสู่สนามแข่งอสังหาริมทรัพย์ลักชัวรี
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ลักชัวรีในภูเก็ตคือการพัฒนาและซื้อขายที่อยู่อาศัยระดับบน เช่น วิลล่าหรูภูเก็ตและคอนโดพรีเมียม ที่มุ่งตอบโจทย์ผู้มีความมั่งคั่งสูงทั้งไทยและต่างชาติ เน้นความเป็นส่วนตัว ทำเลใกล้ชายหาด คุณภาพงานออกแบบระดับสากล และรองรับการอยู่อาศัยระยะยาวมากกว่าการพักผ่อนระยะสั้น ส่งผลให้ภูเก็ตกำลังเปลี่ยนบทบาทจากเมืองท่องเที่ยวไปสู่จุดหมายปลายทางการลงทุนและการใช้ชีวิตในอสังหาริมทรัพย์ลักชัวรีอย่างชัดเจน ประเด็นสำคัญคือดีมานด์จากนักท่องเที่ยวต่างชาติซื้อบ้านและบ้านหลังที่สองที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ผู้พัฒนารายใหญ่เลือกใช้กลยุทธ์พรีเมียมทั้งด้านราคา ดีไซน์ และพันธมิตรระดับโลกเพื่อจับตลาดบน การที่ภูเก็ตมีมูลค่าที่อยู่อาศัยเสนอขายรวมถึง 176,538 ล้านบาทและครองอันดับหนึ่งนอกกรุงเทพฯ สะท้อนว่าตลาดอสังหาฯภูเก็ตไม่ได้เป็นแค่กระแสชั่วคราว แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างใหม่ของเศรษฐกิจบนเกาะนี้

ดีลระดับโลก ANANN VILLAS และการบุกตลาดของ Plus Property
การที่ ANAN จับมือกับ Christie’s International Real Estate Thailand เพื่อขายอนันณ์ วิลล่า จำนวน 12 หลังในโครงการมิรา วัลเลย์ ถือเป็นสัญญาณชัดว่าผู้พัฒนาภูเก็ตกำลังเล็งเป้าลูกค้าระดับโลกอย่างจริงจัง วิลล่าแต่ละหลังตั้งราคาในช่วง 90–120 ล้านบาท เจาะกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงที่ต้องการงานออกแบบเฉพาะบุคคล วัสดุแบรนด์ชั้นนำ และมาตรฐานการบริหารจัดการแบบสากล ความร่วมมือผ่านเครือข่ายนายหน้ากว่า 125 แห่งในกว่า 50 ประเทศ คือการประกาศว่าภูเก็ตพร้อมเล่นในลีกเดียวกับเมืองรีสอร์ตระดับโลก ในอีกด้าน Plus Property ในเครือแสนสิริเลือกกลยุทธ์ “Local Touch with Global Standard” ประกาศโรดแมป 3 ปีขยายธุรกิจบริหารโครงการในภูเก็ตจาก 30 โครงการกว่า 10,000 ยูนิต ไปสู่เป้าหมาย 65 โครงการ เน้นคอนโดและพูลวิลล่า รองรับทั้งลูกค้าไทยและต่างชาติ พร้อมตั้งเป้าเพิ่มรายได้จาก 95 ล้านบาทเป็น 150 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยราว 16.5% ต่อปี นี่คือการปูโครงสร้างบริการหลังการขายให้ตลาดลักชัวรีเดินต่อได้อย่างมั่นคง ไม่ใช่แค่ขายแล้วจบ

โบทานิก้าและโซนลายัน บางเทา เชิงทะเล: ฐานที่อยู่อาศัยระดับบน
ฝั่งผู้เล่นท้องถิ่น โบทานิก้า ลักซูรี่ วิลล่าเลือกเดินเกมอัลตราลักชัวรีอย่างชัดเจน ด้วยโครงการ BOTANICA Sky Valley พูลวิลล่าจำนวนจำกัดเพียง 18 หลัง บนทำเลลายันที่เชื่อมโยงบางเทาและเชิงทะเล วิลล่าราคาเริ่มต้น 71.4 ล้านบาทและสูงสุด 149.3 ล้านบาทสะท้อนว่าตลาดพร้อมจ่ายเพื่อบ้านที่รองรับการพำนักจริงและชีวิตครอบครัวระยะยาว ไม่ใช่แค่บ้านพักตากอากาศชั่วคราว แนวคิดสถาปัตยกรรมแบบ Yacht-Inspired และการวางผังแบบ Pavilion ท่ามกลางวิวภูเขาพาโนรามา คือการยกระดับมาตรฐานวิลล่าหรูภูเก็ตให้มีเอกลักษณ์ชัดเจน ข้อมูลจากศูนย์วิจัยอสังหาฯไทยชี้ว่าอำเภอถลางมีโครงการมากที่สุดถึง 411 โครงการ โดยโซนเชิงทะเล บางเทา ลายัน ศรีสุนทร และเทพกระษัตรีกำลังเป็นเป้าหมายหลักของตลาดวิลล่าหรูและบ้านพักตากอากาศ ด้วยข้อได้เปรียบด้านความใกล้สนามบิน สิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพำนักระยะยาว เมื่อดีมานด์ระดับบนหันมามองบ้านที่อยู่ได้จริงตลอดปี ผู้เล่นที่เข้าใจทำเลและวิธีออกแบบชีวิตในบ้านจึงได้เปรียบอย่างชัดเจน

Beach Lifestyle บนกะตะ–กะรน และตัวเลขการเติบโตที่ไม่ธรรมดา
อีกฟากหนึ่งของเกาะ ผู้พัฒนาอย่าง TITLE เลือกจับเทรนด์ Beach Lifestyle ด้วยการเปิดตัวโครงการ Fizz และ The Kuartz บนหาดกะตะและหาดกะรน Fizz เป็นคอนโดใกล้ชายหาดมูลค่าโครงการกว่า 1,100 ล้านบาท ส่วน The Kuartz เป็นคอนโดพรีเมียมมูลค่า 1,400 ล้านบาท ตั้งใจตอบโจทย์กลุ่ม Long-stay Digital Nomad และครอบครัวกำลังซื้อสูงที่อยากใช้ชีวิตติดทะเลแบบยาวๆ การวางตำแหน่งโครงการให้สอดรับทั้งสีสันของกะตะและความสงบของกะรน คือการสร้างภาพภูเก็ตให้เป็น World Destination ด้านการอยู่อาศัยริมชายหาด ไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยวฤดูกาลเดียว ตัวเลขจากผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดลักชัวรีสะท้อนแรงซื้อชัดเจน โดยระบุว่าซัพพลายบ้านหรูเพิ่มขึ้น 315% และยอดขายขยายตัว 368% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิดในปี 2019 ขณะเดียวกันมีการรายงานว่ายอดขายวิลล่าหรูภูเก็ตกลุ่มราคา 90 ล้านบาทขึ้นไปพุ่ง 50% ซึ่งตอกย้ำว่าดีมานด์ในระดับบนเติบโตเร็วกว่าซัพพลาย เมื่อรวมกับการที่ภูเก็ตกำลังเปลี่ยนผ่านสู่จุดหมายปลายทางการอยู่อาศัยและถือครองอสังหาริมทรัพย์ระยะยาว ภาพของตลาดจึงชัดเจนว่ากำลังเข้าสู่ยุคทองของอสังหาริมทรัพย์ลักชัวรี

ผลกระทบต่อคนทั่วไป และทิศทางต่อไปของตลาดภูเก็ต
แม้ข่าววิลล่าหรูหลักสิบล้านจะดูไกลตัว แต่ผลกระทบต่อคนภูเก็ตและผู้ซื้อทั่วไปกลับใกล้กว่าที่คิด การที่นักท่องเที่ยวต่างชาติซื้อบ้านและบ้านหลังที่สองเพิ่มขึ้น ทำให้ค่าเช่าและราคาที่อยู่อาศัยโดยรอบโครงการลักชัวรีขยับตาม ขณะเดียวกันการมีผู้เล่นอย่าง Plus Property เข้ามาบริหารโครงการจำนวนมากด้วยมาตรฐานสากล ช่วยให้เจ้าของบ้านต่างชาติอยู่อาศัยแบบ Worry-free แต่ก็สร้างแรงกดดันให้ผู้ประกอบการรายเล็กต้องยกระดับบริการตาม ด้านบวกคือการลงทุนในโครงการคุณภาพสูงตั้งแต่พูลวิลล่าถึงคอนโดไลฟ์สไตล์ ทำให้โครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกบนเกาะดีขึ้น ทั้งโรงเรียนนานาชาติ เมดิคัลฮับ และโครงการไลฟ์สไตล์ขนาดใหญ่ที่ดึงคนมาพำนักระยะยาวมากขึ้น แต่หากปล่อยให้ตลาดวิ่งไปเฉพาะกลุ่มบน ภูเก็ตอาจเสี่ยงต่อการเป็นเมืองที่คนท้องถิ่นเข้าถึงที่อยู่อาศัยยากขึ้น ทิศทางต่อไปจึงควรเป็นการบาลานซ์ระหว่างการผลักดันตลาดอสังหาฯภูเก็ตให้เป็นฮับลักชัวรีระดับโลก กับการวางนโยบายที่ทำให้คนทั่วไปยังมีโอกาสอยู่และเติบโตบนเกาะเดียวกัน






