DLSS mod AMD Radeon คืออะไร และทำไมผู้ใช้ RDNA 3 ควรสนใจ
DLSS mod AMD Radeon คือม็อดโอเพนซอร์สที่นำเทคโนโลยีอัปสเกล DLSS Super Resolution ของค่ายหนึ่งมาให้การ์ดจอ AMD Radeon สถาปัตยกรรม RDNA 3 สามารถใช้งานได้ผ่านเลเยอร์ความเข้ากันได้และบริดจ์ซอฟต์แวร์บนลินุกซ์ โดยแปลคำสั่ง CUDA ให้จีพียู AMD เข้าใจเพื่อเร่งเฟรมเรตในเกมที่รองรับ DLSS แต่ไม่มี FSR เวอร์ชันใหม่รองรับ จุดสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อนคือ นี่ไม่ใช่ฟีเจอร์ทางการจาก AMD หรือผู้ผลิตเกม แต่เป็นทางลัดที่ชุมชนสร้างขึ้นเพื่อสู้กับข้อจำกัดของเทคโนโลยีอัปสเกลแบบปิด จึงทั้งน่าตื่นเต้นและน่ากังวลในเวลาเดียวกัน มันแสดงให้เห็นว่าผู้ใช้ Radeon พร้อมเสี่ยงเพื่อได้คุณภาพภาพและเฟรมเรตในระดับที่เคยมีเฉพาะบนการ์ด GeForce เท่านั้น

เบื้องหลัง d4r และ RDNA 3 DLSS support: ทางลัดหลายชั้นแลกกับประสิทธิภาพ
หัวใจของกระแสนี้คือม็อด d4r หรือ DLSS 4 Radeon ที่นักพัฒนาในชุมชนเผยแพร่บนแพลตฟอร์มโอเพนซอร์ส เพื่อพอร์ต DLSS Super Resolution มาลงการ์ด RDNA 3 โดยตรง แนวคิดฟังดูเรียบง่าย แต่การทำงานจริงซับซ้อนมาก เพราะต้องผ่านทั้ง OptiScaler d4r_nvngx.dll แกน NGX ทางการ ไฟล์ nvngx_dlss.dll และ nvcuda.dll ผ่านบริดจ์ Wine ก่อนส่งต่อให้ ZLUDA แปลโค้ด CUDA แล้วค่อยเรียกใช้เคอร์เนล RDNA 3 เนทีฟ โครงสร้างเลเยอร์ซ้อนกันถึงเจ็ดขั้นทำให้ DLSS บน Radeon ไม่มีทางเร็วเท่า Radeon upscaling technology อย่าง FSR 4 ซึ่งถูกรองรับโดยฮาร์ดแวร์โดยตรง ตามข้อมูลที่เผยแพร่ FSR 4 ทำเฟรมเฉลี่ยได้สูงกว่าทุกโหมด DLSS บน RX 7700 XT แม้ DLSS 3 Quality จะขยับถึง 72.4 FPS ขณะที่ FSR 4 เฉลี่ย 76 FPS ใน Silent Hill Townfall ที่ความละเอียด QHD
ตัวเลขจริงบน RX 7700 XT และข้อจำกัดฮาร์ดแวร์ Navi 32
เมื่อดูตัวเลขอย่างละเอียด จะเห็นว่าม็อดนี้ไม่ได้ไร้ประโยชน์ แต่ก็ไม่ได้วิเศษเหนือ FSR สำหรับ RX 7700 XT ที่ใช้เป็นตัวทดสอบ DLSS 3 โหมด Quality ทำเฟรมเฉลี่ย 72.4 FPS ขณะที่ DLSS 4 อยู่ที่ราว 69.4 FPS และ DLSS 4.5 เหลือประมาณ 51.5 FPS ส่วน FSR 4 กวาดไปที่เฉลี่ย 76 FPS ในเกมเดียวกัน แถมยังมีโหมด Ultra Performance ของ DLSS 4 ที่ดันเฟรมเรตได้ถึงราว 94.5 FPS บนการตั้งค่าทดสอบที่เผยแพร่ ทำให้ภาพรวมอยู่ในระดับเล่นได้สบาย แม้จะต้องผ่านเลเยอร์ซอฟต์แวร์มากมายก็ตาม อย่างไรก็ดี RDNA 3 DLSS support ในตอนนี้ไม่เท่าเทียมทุกชิป ม็อดต้องใช้ RDNA 3 เป็นขั้นต่ำ และผู้พัฒนาระบุว่าการ์ด Navi 32 อย่าง RX 7800 XT และ RX 7700 XT น่าจะเป็นกลุ่มเดียวที่รัน DLSS 4 และ 4.5 ได้เต็มความเร็ว เพราะเคอร์เนลที่ใช้ไม่ตรงกับ Navi 31 หรือ 33 ทำให้ DLSS 4.5 บน Navi 31 ทำงานได้เพียงครึ่งความเร็ว และบางรุ่นใช้ DLSS 4 แบบขาดส่วน transformer ไป
ข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบต่อผู้เล่น Radeon วันนี้
ในมุมผู้ใช้ Radeon ม็อดนี้คือชัยชนะเชิงสัญลักษณ์มากกว่าชัยชนะด้านประสิทธิภาพ เพราะมันพิสูจน์ว่าชุมชนสามารถเจาะกำแพงเทคโนโลยีปิดของ DLSS และดึงมาใช้บนฮาร์ดแวร์ค่ายอื่นได้ แม้ต้องจ่ายราคาเป็นความยุ่งยากและเฟรมเรตที่ช้ากว่า FSR 4 ทุกโหมดก็ตาม สำหรับเกมที่ติดอยู่กับ FSR 1 หรือ FSR 2 และไม่มีการอัปเดต Radeon upscaling technology รุ่นใหม่ ม็อดแบบนี้เปิดช่องให้ภาพคมขึ้นและเฟรมเสถียรมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ใช้บนเครื่องที่ใช้ลินุกซ์และ Proton เช่นพีซีเกมแบบสำเร็จรูปบางชนิด แต่ข้อเสียก็แรงพอๆ กัน ม็อดทำงานเฉพาะบนลินุกซ์ผ่าน Proton ไม่มีรองรับบนวินโดวส์เลยในสถานะปัจจุบัน ทำให้ผู้ใช้ส่วนใหญ่แตะไม่ถึง อีกทั้งใช้งานได้เฉพาะ RDNA 3 และไม่รองรับ RDNA 2 หรือ RDNA 4 ในตอนนี้ ถ้าคุณไม่สบายใจกับการปรับแต่งลึกและรับความเสี่ยงด้านเสถียรภาพ การรอ FSR 4.1 อย่างเป็นทางการยังเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลกว่า
อนาคตของ DLSS บน AMD: ม็อดวันนี้คือแรงกดดันสู่ความเปิดกว้างพรุ่งนี้
คำถามสำคัญคือ ต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับ DLSS mod AMD Radeon และผู้ใช้ RDNA 3 ทั้งฝั่งผู้พัฒนาไม่ยืนยันว่ากำลังทำเวอร์ชันวินโดวส์อยู่หรือไม่ แต่เปิดช่องให้คนอื่นต่อยอดโค้ดโอเพนซอร์สต่อไป อีกทั้งยังมีช่องว่างด้านเคอร์เนล RDNA 3 บางรุ่นที่อาจถูกเติมเต็มในอนาคตเพื่อลดช่องว่างประสิทธิภาพกับ Navi 31 และ 33 ถ้าเส้นทางนี้เดินต่อได้เรื่อยๆ และมีโครงการอื่นมาร่วมผลัก ดุลอำนาจของเทคโนโลยีอัปสเกลในตลาดจีพียูอาจเปลี่ยนไปไม่มากก็น้อย ในมุมมองของผู้เขียน ม็อด d4r ไม่ได้มีไว้ให้ทุกคนใช้ แต่มันมีไว้เพื่อส่งข้อความว่า ผู้ใช้ไม่ยอมให้คุณภาพภาพและเฟรมเรตผูกขาดโดยเทคโนโลยีปิดอีกต่อไป การที่ RDNA 3 DLSS support เกิดขึ้นโดยชุมชน ไม่ใช่ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ คือสัญญาณเตือนให้ทั้งค่ายสีเขียวและสีแดงต้องคิดใหม่เรื่องความเปิดกว้าง หากอยากให้แพลตฟอร์มของตนยังน่าเลือกในสายตาผู้เล่นระยะยาว






