บริษัทใหญ่เร่งสร้าง Private AI เปลี่ยนเกมดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน

บริษัทใหญ่เร่งสร้าง Private AI เปลี่ยนเกมดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

Private AI ในองค์กรไทย: จากเครื่องมือทดลองสู่ยุทธศาสตร์แข่งขันระยะยาว

Private AI strategy คือแนวทางที่องค์กรออกแบบและใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์บนโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลของตัวเอง ทั้งบน Local Cloud หรือระบบ On-premise เพื่อควบคุมความปลอดภัยของข้อมูล ลดความเสี่ยงจากการรั่วไหล และปรับแต่งโมเดลให้ตรงกับบริบทธุรกิจเฉพาะ ทำให้ AI ไม่ใช่เพียงเครื่องมือสำเร็จรูปจากภายนอก แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมองค์กรที่ผูกกับการบริหารหนี้ การบริหารความเสี่ยง และการสะสมข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความสามารถแข่งขันในระยะยาวและรองรับเมกะเทรนด์ AI ธุรกิจที่กำลังเร่งตัวขึ้นในทุกอุตสาหกรรม

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของบริษัทขนาดใหญ่สะท้อนภาพชัดว่า AI ในองค์กรไทยไม่ได้อยู่ในขั้นทดลองอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นแกนกลางของดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน การออกแบบผลิตภัณฑ์ และการบริหารความเสี่ยง AI ในกระบวนการทำงานจริง การตัดสินใจลงทุนของผู้เล่นอย่างกลุ่มสามาร์ท ที่วางรากฐาน Private AI ควบคู่ไปกับโครงสร้างพื้นฐานไอซีที และผู้ให้คำปรึกษาอย่างบลูบิค ที่รับอานิสงส์จากกระแส AI, Cloud และ Data Center คือสัญญาณว่าตลาดกำลังย้ายจากการ “ทดลองใช้” ไปสู่การ “ลงทุนเพื่อเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ” อย่างเป็นทางการ

บริษัทใหญ่เร่งสร้าง Private AI เปลี่ยนเกมดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน

สามาร์ท: ปูพื้น Private AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อเกมยาว

กลุ่มสามาร์ทเลือกเดินเกม AI แบบไม่รีบร้อน แต่ตั้งใจแน่นเรื่องฐานราก เริ่มจากการทดลองใช้ AI ภายในองค์กรเพื่อจัดการงานเอกสารโครงการ การสกัดข้อมูลซับซ้อน และการลดภาระงานรูทีนของพนักงาน ก่อนจะคิดถึงการขายออกสู่ตลาด แนวทางนี้ทำให้บริษัทเข้าใจข้อจำกัดจริงของการเป็น System Integrator ที่ต้องรับมือข้อมูลมหาศาล และใช้สนามภายในเป็นพื้นที่ทดสอบความแม่นยำและความปลอดภัยของระบบ AI อย่างแท้จริง จุดสำคัญคือการปูทางสู่ Private AI ด้วยโมเดลเฉพาะองค์กรที่ประมวลผลบน Local Cloud หรือ On-premise เพื่อตอบโจทย์เรื่องข้อมูลไม่หลุด ซึ่งถูกวางเป็น New S-Curve ใหม่ของธุรกิจ

ตัวเลขครึ่งปีแรกตอกย้ำว่ากลยุทธ์นี้ไม่ได้มาแทนธุรกิจหลัก แต่มาเสริมพลังให้แข็งแรงขึ้น สามาร์ททำรายได้รวม 5,679 ล้านบาท เติบโต 7% และมีกำไรสุทธิ 280 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะเดียวกันมี Backlog ในมือ 14,889 ล้านบาท และตั้งเป้าดันให้แตะ 20,000 ล้านบาทปลายปีผ่านการเข้าประมูลงานใหม่กว่า 10,000 ล้านบาท เมื่อผู้บริหารประกาศชัดว่ากำลังเปลี่ยนจากโมเดลรับเหมาระบบเดิมไปสู่ Digital Solution Provider ที่มี Private AI, Data Center และ EV เป็น Growth Engine ใหม่ ก็ชัดเจนว่าบริษัทไม่ได้มอง AI เป็นโครงการเสริม แต่คือยุทธศาสตร์โครงสร้างที่เชื่อมตั้งแต่ระบบ ERP ของภาครัฐไปจนถึงโครงสร้างพลังงานรองรับ Data Center ในอนาคต

บริษัทใหญ่เร่งสร้าง Private AI เปลี่ยนเกมดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน

BBIK และเมกะเทรนด์ AI: ที่ปรึกษาดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันกลายเป็นผู้เล่นศูนย์กลาง

ในฝั่งที่ปรึกษา บลูบิค (BBIK) กำลังพิสูจน์ว่าเมกะเทรนด์ AI ธุรกิจไม่ใช่คำพูดสวย แต่แปรเป็นตัวเลขผลประกอบการจริงได้ บริษัทรายงานกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ในช่วง 6 เดือนแรกอยู่ที่ 162 ล้านบาท โต 11% จากปีก่อน ขณะที่รายได้รวม 738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY โดยมีมูลค่างานคงเหลือ 1,341 ล้านบาท และคาดว่าจะรับรู้รายได้มากกว่า 899 ล้านบาทภายในปีนี้ พร้อมตั้งเป้าเติบโตทั้งปี 20% สิ่งที่ผลักตัวเลขให้เดินหน้าไม่ใช่การเพิ่มพนักงานอย่างเดียว แต่คือความต้องการลงทุนด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน โดยเฉพาะโครงการ AI, Cloud Migration และการยกระดับ Core System ที่ขยายตัวต่อเนื่องท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวนและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

BBIK จึงอยู่ในจุดที่น่าสนใจ: เป็นทั้งผู้แปลกลยุทธ์ AI ในองค์กรไทยให้เป็นแผนปฏิบัติ และเป็นผู้รับอานิสงส์โดยตรงจากเมกะเทรนด์ AI, Cloud และ Data Center ที่ขยายตัวต่อเนื่อง บทบาทที่ปรึกษาด้าน Digital Enterprise Transformation ทำให้บริษัทเข้าไปอยู่ใจกลางการออกแบบ Private AI strategy ของลูกค้า ตั้งแต่การเตรียมโครงสร้างข้อมูล การวางระบบบนคลาวด์ ไปจนถึงการเชื่อม AI เข้ากับกระบวนการบริหารความเสี่ยงและการบริหารหนี้จริง ข้อเท็จจริงที่ว่าอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มจาก 50% เป็น 54% ในปีเดียว เป็นคำยืนยันเชิงตัวเลขว่าโครงการ AI Transformation ไม่ได้แค่เพิ่มรายได้ แต่ยกระดับคุณภาพรายได้ให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

บริษัทใหญ่เร่งสร้าง Private AI เปลี่ยนเกมดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน

ทิพยประกันชีวิต: ‘Grow together with AI’ เมื่อ AI ไม่ได้มาแทนคนแต่เพิ่มศักยภาพ

ในอุตสาหกรรมการเงินและประกันชีวิต การนำ AI เข้าองค์กรมีความเสี่ยงต่อภาพลักษณ์เรื่องการแทนที่คนมากกว่าภาคอื่น ทิพยประกันชีวิตจึงเลือกตอบด้วยยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนอย่าง “Grow together with AI” ที่วางหลักว่า AI ไม่ใช่เครื่องมือปลดคน แต่เป็นการติดอาวุธให้บุคลากรมีขีดความสามารถสูงขึ้น แม่นยำขึ้น และนำพาบริษัทไปสู่เป้าหมายร่วมกัน กลยุทธ์นี้เน้นการผสานเทคโนโลยี AI เพื่อสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างยั่งยืน ครอบคลุมการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วย Big Data และ AI เพื่ออ่าน Customer Insights อย่างแม่นยำ การยกระดับบริการทุกช่องทาง และการจัดการข้อมูลเพื่อบริหารความเสี่ยง AI ให้สมดุลกับการคุ้มครองลูกค้า

ผลลัพธ์ครึ่งปีแรกชี้ชัดว่าทิศทางนี้ไม่ใช่เพียงคำขวัญ เบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 4,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% โดยเบี้ยใหม่ 3,391 ล้านบาท โตถึง 36.5% และกำไรสุทธิ 504 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 194% ขณะที่อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) สูงถึง 313% สะท้อนเสถียรภาพทางการเงินควบคู่การเติบโต คำกล่าวของผู้บริหารว่า “กลยุทธ์ Grow together with AI ไม่ใช่การทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ใช่การนำ AI มาทดแทนคน แต่คือการติดอาวุธให้บุคลากรมีขีดความสามารถที่สูงขึ้น” จึงควรถูกอ่านเป็นแนวทางให้ทั้งอุตสาหกรรมการเงิน: หาก AI ถูกวางเป็นพันธมิตรของทีม ไม่ใช่คู่แข่ง ผลตอบแทนที่ได้อาจเป็นทั้งตัวเลขเติบโตและความไว้วางใจที่เพิ่มขึ้นพร้อมกัน

บริษัทใหญ่เร่งสร้าง Private AI เปลี่ยนเกมดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน

บทสรุป: AI จะเป็นข้อได้เปรียบเฉพาะของผู้ที่กล้าเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร

เมื่อมองภาพรวมของสามาร์ท บลูบิค และทิพยประกันชีวิต จะเห็นจุดร่วมสำคัญอย่างหนึ่ง: ทุกบริษัทไม่ได้พูดถึง AI ในองค์กรไทยในฐานะเครื่องมือเสริมเล็กๆ แต่พูดถึงมันในฐานะโครงสร้างใหม่ของธุรกิจ ทั้งการสร้าง Private AI strategy บนระบบของตัวเอง การผูก AI กับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและพลังงาน ไปจนถึงการออกแบบวัฒนธรรมองค์กรที่พนักงานเติบโตไปพร้อมกับ AI ไม่ใช่ถูกแทนที่ การบริหารความเสี่ยง AI จึงไม่ใช่แค่เรื่องไซเบอร์ซีเคียวริตี้ แต่รวมถึงการบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ หากองค์กรยังใช้โมเดลเดิมในโลกที่คู่แข่งกำลังสร้าง Data Center และ AI เฉพาะองค์กรเพื่อสะสมข้อมูลเชิงลึก การเสียเปรียบจะเกิดขึ้นในระดับโครงสร้างไม่ใช่แค่โครงการ

ในทางกลับกัน บริษัทที่มอง AI เป็นการลงทุนระยะยาว ยอมปรับกระบวนการทำงาน โครงสร้างพื้นฐาน และบทบาทคนในองค์กรให้รองรับดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันจริง กำลังได้รับผลตอบแทนเป็นทั้งการเติบโตของรายได้และกำไร รวมถึงฐานงานในมือที่แน่นกว่าคู่แข่ง เมื่อเมกะเทรนด์ AI ธุรกิจเดินหน้าต่อ บทบาทของที่ปรึกษาอย่าง BBIK และผู้เล่นโครงสร้างพื้นฐานอย่างสามาร์ทจะยิ่งสำคัญ เพราะพวกเขาเป็นผู้วาง “ถนนหลัก” ให้บริษัทอื่นขับ AI เข้าสู่การทำงานจริง ส่วนแนวทางของทิพยประกันชีวิตกำลังสอนว่า หากองค์กรกล้าประกาศว่า AI จะเติบโตไปพร้อมกับคน ผลที่ตามมาคือความเชื่อมั่นจากลูกค้าและตลาดในแบบที่ตัวเลขเพียงอย่างเดียวไม่สามารถซื้อได้

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!