ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ตลาดก่อสร้างเผชิญพายุสมบูรณ์แบบ งบรัฐหด น้ำท่วมซ้ำ และคอนโดฯ ชะลอ

ตลาดก่อสร้างเผชิญพายุสมบูรณ์แบบ งบรัฐหด น้ำท่วมซ้ำ และคอนโดฯ ชะลอ
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ตลาดก่อสร้างไทย 2569 คืออะไร และกำลังเผชิญอะไรอยู่

ตลาดก่อสร้างไทย 2569 คือภาพรวมกิจกรรมการรับเหมาและพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งภาครัฐและเอกชนในช่วงปีงบประมาณ 2569-2570 ที่กำลังเผชิญแรงกดดันพร้อมกันจากงบประมาณภาครัฐลดลง ภาวะตลาดคอนโดฯ ชะลอเพราะหนี้ครัวเรือนและเกณฑ์สินเชื่อเข้มงวด รวมถึงผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมที่ซ้ำเติมความเชื่อมั่นผู้บริโภคและนักลงทุน จนทำให้ผู้เล่นต้องทบทวนแผนลงทุนและใช้กลยุทธ์ใหม่เพื่อเอาตัวรอด

มุมมองต่อวันนี้ชัดเจนว่า เราไม่อยู่ในวัฏจักรชะลอตัวธรรมดา แต่กำลังเผชิญพายุสมบูรณ์แบบสามลูกที่มาบรรจบกัน หนึ่ง งบลงทุนรัฐถูกหั่นลง ทำให้เครื่องยนต์ก่อสร้างฝั่งโครงสร้างพื้นฐานอ่อนแรง สอง ตลาดคอนโดมิเนียมในเมืองใหญ่แม้เริ่มฟื้น แต่ยังเต็มไปด้วยสต็อกค้างและการเลื่อนเปิดตัวโครงการใหม่ สาม ภัยพิบัติด้านสภาพภูมิอากาศอย่างน้ำท่วมที่ทำให้เรื่องความเสี่ยงทำเลกลายเป็นประเด็นหลัก การทำธุรกิจรับเหมาและโครงการอสังหาริมทรัพย์จึงไม่ใช่แค่เรื่องจับจังหวะเศรษฐกิจอีกต่อไป แต่เป็นการจัดพอร์ตความเสี่ยงแบบรอบด้าน

ตลาดก่อสร้างเผชิญพายุสมบูรณ์แบบ งบรัฐหด น้ำท่วมซ้ำ และคอนโดฯ ชะลอ

งบประมาณภาครัฐลดลง กดเครื่องยนต์โครงสร้างพื้นฐานให้เดินช้าลง

แรงกระแทกก้อนแรกในตลาดก่อสร้างไทย 2569 มาจากงบลงทุนรัฐที่หดตัวลงอย่างชัดเจน งานโครงสร้างพื้นฐานซึ่งเคยเป็นเสาหลักของผู้รับเหมาเริ่มมีสัญญาณชะลอ โดยการประเมินล่าสุดชี้ว่า มูลค่าก่อสร้างภาครัฐจะลดลงราว 5% จากปีก่อน เหลือประมาณ 927,000 ล้านบาท ขณะที่กรอบงบประมาณรายจ่ายปีงบ 2570 ในหมวดงบลงทุนถูกจัดสรรลดลงถึง 13% เหลือเพียง 496,000 ล้านบาท นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนกระดาษ แต่หมายถึงงานใหม่ที่น้อยลง โครงการที่ต้องทบทวน และการแข่งขันแย่งเค้กชิ้นเล็กลงของผู้รับเหมา

การตัดงบยังส่งผลตรงไปยังสี่หน่วยงานหลักด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งกรมทางหลวง กรมชลประทาน กรมทางหลวงชนบท และกรมโยธาธิการและผังเมืองที่ต่างถูกลดงบลงตั้งแต่ 10% ถึง 17% YoY แม้ยังมีโครงการ Mega project ต่อเนื่องอย่างสนามบินอู่ตะเภาหรือรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วยพยุง แต่ความล่าช้าในการเปิดประมูลงานใหม่และข้อจำกัดทางการคลังจากการกู้เงินเพิ่มเติม ทำให้อนาคตงานรัฐไม่แน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น การลดงบลงทุนก่อสร้างในปีถัดไปลงอีก 8% เหลือราว 790,000 ล้านบาทยิ่งตอกย้ำว่า ผู้รับเหมาที่พึ่งงานภาครัฐเป็นหลักกำลังยืนอยู่บนฐานรายได้ที่เปราะบางอย่างยิ่ง

น้ำท่วมซ้ำ ซัพพลายล้น และตลาดคอนโดฯ ชะลอหนัก

ด้านที่อยู่อาศัยคือสมรภูมิที่สะท้อนวิกฤตความเชื่อมั่นอย่างชัดที่สุด การสำรวจตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ณ สิ้นไตรมาส 3 พบว่าตลาดยังฟื้นตัวอย่างช้า ผู้ประกอบการเปิดโครงการใหม่เพียง 8 โครงการ รวม 3,737 ยูนิต แม้ตัวเลขยูนิตจะเพิ่มขึ้น 80.35% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังเป็นการเดินเกมแบบระมัดระวังสูง ท่ามกลางกำลังซื้อชะลอ หนี้ครัวเรือนพุ่ง และเกณฑ์อนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวด เหตุการณ์น้ำท่วมฝั่งตะวันออกล่าสุดยิ่งซ้ำเติมบรรยากาศความไม่มั่นใจ ทำให้โครงการใหม่กว่า 1,000 ยูนิตในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกถูกสั่งเลื่อนเปิดตัวออกไป เพราะดีเวลลอปเปอร์กังวลทั้งภาพลักษณ์ทำเลและอุปสงค์ระยะสั้น

โครงสร้างตลาดวันนี้คือภาพของสต็อกค้างสะสมมากกว่าตลาดร้อนแรง ซัพพลายคอนโดในกรุงเทพฯ ที่อยู่ระหว่างการขายมีทั้งสิ้น 167,841 ยูนิต ขายแล้วเพียง 61.48% หรือ 103,191 ยูนิต ทำให้เหลือยูนิตคงค้างรอการระบายสูงถึง 64,650 ยูนิต หรือ 38.52% ของซัพพลายทั้งหมด ไม่แปลกที่ผู้พัฒนาหันไปเร่งขายโครงการสร้างเสร็จด้วยการทำโปรโมชันหนัก และมีการลดราคาบางโครงการลงมากกว่า 50% เพื่อดึงยอดและรักษากระแสเงินสด เมื่อประกอบกับการคาดว่าทั้งปีจะมีการเปิดตัวคอนโดใหม่ราว 20,000 ยูนิต ซึ่งยังต่ำกว่าก่อนโควิดอย่างมาก ตลาดคอนโดฯ ในปีนี้จึงเป็นตลาดของผู้ซื้อเต็มตัว และถูกประเมินว่าเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในรอบหลายทศวรรษ

ตลาดก่อสร้างเผชิญพายุสมบูรณ์แบบ งบรัฐหด น้ำท่วมซ้ำ และคอนโดฯ ชะลอ

จากคอนโดฯ สู่โรงงานและศูนย์ข้อมูล จุดสว่างท่ามกลางพายุ

เมื่อโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์เต็มไปด้วยแรงกดดัน ภาคเอกชนจึงเริ่มโยกเม็ดเงินไปยังสินทรัพย์ที่มีทิศทางชัดกว่า โดยภาพรวมมูลค่าก่อสร้างเอกชนปีนี้ถูกประเมินว่าแทบไม่เติบโต อยู่ราว 598,000 ล้านบาท เพิ่มเพียง 1% YoY การเปิดโครงการใหม่เพื่ออยู่อาศัยทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียมหดตัวแรง คาดว่าจะเหลือเพียง 44,000 หน่วย จากช่วงก่อนหน้าที่เคยแตะ 102,000–107,000 หน่วย สาเหตุหลักมาจากหนี้ครัวเรือนสูง ความเสี่ยงถูกปฏิเสธสินเชื่อในกลุ่มราคาปานกลางลงล่าง และสต็อกล้นตลาดในกลุ่มบนที่ต้องใช้เวลาระบายมากกว่า 4 ปี

ท่ามกลางฝั่งที่อยู่อาศัยที่อืดอาด กลับมีจุดสว่างชัดในงานก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมและศูนย์ข้อมูล โรงงานใหม่ขยายตัวตามยอดอนุมัติส่งเสริมการลงทุนที่เพิ่มขึ้นถึง 45% YoY ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 เป็นมูลค่ารวม 1.036 ล้านล้านบาท ขับเคลื่อนด้วยเงินลงทุนจากต่างชาติที่ยังไหลเข้า เทรนด์การลงทุน Data Center เติบโตโดดเด่น สนับสนุนการสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และเปิดงานใหม่ทั้งการก่อสร้างอาคารเฉพาะ รวมถึงการปรับปรุงอาคารเก่าให้เป็นอาคารประหยัดพลังงานหรือ Green Building เมื่อรวมกับทิศทางที่ดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่เริ่มกระจายพอร์ตจากเมืองหลวงไปยังเมืองท่องเที่ยวและเมืองเศรษฐกิจสำคัญ ภาพรวมจึงชัดว่าทุนเอกชนกำลังหมุนจากคอนโดฯ ไปยังโรงงาน ศูนย์ข้อมูล และโลจิสติกส์มากขึ้น

ตลาดก่อสร้างเผชิญพายุสมบูรณ์แบบ งบรัฐหด น้ำท่วมซ้ำ และคอนโดฯ ชะลอ

ปีที่ยากที่สุดในรอบหลายทศวรรษ หรือจังหวะจัดระเบียบใหม่ของอุตสาหกรรม

คำถามสำคัญคือ ตลาดก่อสร้างไทย 2569 กำลังเดินสู่ทางตัน หรือกำลังจัดระเบียบใหม่เพื่อลดจุดอ่อนในระบบ ภาพรวมวันนี้ชัดเจนว่าธุรกิจที่หวังพึ่งเพียงงานรัฐหรือโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยแบบเดิมกำลังถูกบีบให้ปรับตัว ทั้งจากงบรัฐที่หดและข้อจำกัดการคลังที่ทำให้ต้องหันไปใช้กลไก PPP หรือกองทุนโครงสร้างพื้นฐานแทน ซึ่งเพิ่มทั้งความซับซ้อนและการแข่งขันในตลาดผู้รับเหมา ฝั่งดีเวลลอปเปอร์ต้องเรียนรู้ว่าการกว้านที่ดิน เปิดคอนโดฯ จำนวนมาก แล้วรอให้ตลาดดูดซับแบบในอดีตไม่ใช่สูตรสำเร็จอีกต่อไป เมื่อภาวะหนี้ครัวเรือนสูงและเกณฑ์สินเชื่อเข้มงวดทำให้กำลังซื้อกลุ่มกลางล่างเปราะบางมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม วิกฤตครั้งนี้ก็คือบททดสอบคัดกรองผู้เล่นและรูปแบบธุรกิจที่ยืดหยุ่นกว่า ผู้รับเหมาที่สามารถบริหารกระแสเงินสด กระจายรับงานไปสู่กลุ่มที่มีศักยภาพอย่างศูนย์ข้อมูล โรงงานอุตสาหกรรม หรืออาคารเขียว และกล้าลงทุนใช้เทคโนโลยีอย่าง BIM หรือระบบอัตโนมัติ เพื่อลดต้นทุนแรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพ มีโอกาสจะออกจากพายุครั้งนี้ในฐานะผู้ชนะ ขณะเดียวกัน ฝั่งอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยก็ต้องกลับไปตั้งต้นที่โจทย์คุณภาพทำเล การออกแบบที่ตอบไลฟ์สไตล์ และการตั้งราคาที่สอดคล้องกับศักยภาพรายได้จริงของผู้ซื้อมากขึ้น หากมองในมุมนี้ ปีที่ถูกเรียกว่ายากที่สุดในรอบหลายทศวรรษ อาจกลายเป็นปีที่อุตสาหกรรมกลับมาเติบโตบนฐานที่แข็งแรงและมีวินัยกว่าเดิม

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

พายุสามลูกถล่มก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ งบรัฐหด น้ำท่วมซ้ำ ใจผู้ซื้อไม่มา

พายุสามลูกถล่มก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ งบรัฐหด น้ำท่วมซ้ำ ใจผู้ซื้อไม่มา

กลัฟขายทุกอย่าง3 ต.ค. 2569
กฎหมายรับผิดนิวเคลียร์ใหม่ พลิกเกมลงทุนเล็กรีแอกเตอร์นิวเคลียร์

กฎหมายรับผิดนิวเคลียร์ใหม่ พลิกเกมลงทุนเล็กรีแอกเตอร์นิวเคลียร์

แอนของใช้ทุกวัน25 ส.ค. 2569
เทศกาลภาพยนตร์ระดับสากล เครื่องยนต์เศรษฐกิจและซอฟต์พาวเวอร์อาเซียนใหม่

เทศกาลภาพยนตร์ระดับสากล เครื่องยนต์เศรษฐกิจและซอฟต์พาวเวอร์อาเซียนใหม่

ชยุต ทวีชัย25 ส.ค. 2569
สะพานเบลีย์ชั่วคราวเปิดทางเหนือ ฟื้นถนนและความหวังการท่องเที่ยว

สะพานเบลีย์ชั่วคราวเปิดทางเหนือ ฟื้นถนนและความหวังการท่องเที่ยว

พชร ศรีประเสริฐ25 ส.ค. 2569
สายการบินเอเชียกำไรหด แม้ท่องเที่ยวคึกคัก

สายการบินเอเชียกำไรหด แม้ท่องเที่ยวคึกคัก

กมลชนก จันทร์เพ็ญ25 ส.ค. 2569
เมื่อศูนย์การค้าเปลี่ยนเป็นสวนสนุก ประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟ 3D กำลังเขย่าโลกเที่ยวเอเชีย

เมื่อศูนย์การค้าเปลี่ยนเป็นสวนสนุก ประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟ 3D กำลังเขย่าโลกเที่ยวเอเชีย

พิชชาพร แสงอรุณ25 ส.ค. 2569
Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!