BOI to IPO คืออะไร และทำไมตลาดหลักทรัพย์ถึงกลายเป็นด่านหน้า New Economy
BOI to IPO โครงการ คือความร่วมมือด้านการส่งเสริมการลงทุนและตลาดทุนที่ออกแบบให้บริษัทในกลุ่มเศรษฐกิจใหม่และนักลงทุนต่างชาติที่ตั้งฐานผลิตในประเทศ สามารถเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ไทยได้สะดวกขึ้น พร้อมรับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีเพิ่มเติม เป้าหมายคือเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อนด้วยการลงทุน เทคโนโลยี และธุรกิจมูลค่าสูง แทนการพึ่งพาการบริโภคและกิจกรรมดั้งเดิมเพียงด้านเดียว
หัวใจของโครงการนี้คือการใช้ตลาดทุนเป็นเครื่องเร่งการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่ที่ระดมทุนของบริษัทใหญ่เดิม แต่เป็นประตูต้อนรับคลื่นธุรกิจ New Economy ที่ BOI ช่วยดึงเข้ามาผ่านมาตรการส่งเสริมการลงทุน วันที่ 17 กันยายน มีพิธีลงนาม MOU ระหว่าง BOI สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเดินหน้าโครงการนี้อย่างเป็นทางการ นี่ไม่ใช่การปรับแต่งกฎเล็กน้อย แต่เป็นการจัดวางบทบาทใหม่ให้ตลาดหลักทรัพย์ไทยในห่วงโซ่การเติบโตของธุรกิจเทคโนโลยีตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

จากฐานผลิตสู่ฐานธุรกิจ: ทำไมเงินลงทุนกว่า 5 ล้านล้านจึงต้องไหลผ่านตลาดหลักทรัพย์ไทย
เศรษฐกิจที่โตต่ำเรื้อรังสะท้อนปัญหาระดับการลงทุนที่ไม่พอ การกระตุ้นการบริโภคช่วยได้แค่ระยะสั้น รัฐจึงหันมาเดินนโยบายใช้การลงทุนเป็นตัวนำอย่างจริงจัง ในช่วงประมาณสามปีมีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมมากกว่า 5 ล้านล้านบาท ครอบคลุม Semiconductor Electronics PCB ห่วงโซ่ AI Digital ยานยนต์ไฟฟ้า หุ่นยนต์ Humanoid และชิ้นส่วนอากาศยาน ตัวเลขนี้คือคลื่นทุนต่างชาติและทุนเทคโนโลยีที่กำลังจะเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ
โครงการ BOI to IPO จึงถูกออกแบบเป็นสะพานเชื่อมจากโรงงานไปสู่กระดานหุ้น เป้าหมายไม่ใช่ให้บริษัทมองประเทศนี้เป็นแค่ฐานผลิตค่าจ้างถูก แล้วระดมทุนและทำ R&D ที่อื่น แต่ผลักให้ใช้ตลาดหลักทรัพย์ไทยเป็นแหล่งทุนระยะยาวในการขยายกำลังผลิต วิจัย พัฒนาซัพพลายเชน และรุกตลาดโลก แนวคิดนี้ต่อยอดจากตัวอย่างบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติที่เข้ามาตั้งโรงงานและเข้าจดทะเบียนแล้วในอดีต แต่คราวนี้ขยายไปสู่คลัสเตอร์ New Economy ใหม่ทั้งหมด

7 หุ้นนางฟ้าไทย: กลยุทธ์สร้างสัญลักษณ์ New Economy บนกระดานหุ้น
ผู้กำหนดนโยบายประกาศชัดว่าต้องการสร้างหุ้น 7 นางฟ้าไทยในตลาดหลักทรัพย์ไทย ผ่านการผลักดันผู้ประกอบการ New Economy เข้าจดทะเบียนเป็นกลุ่มแรก นี่ไม่ใช่แค่การลอกโมเดลหุ้นเทคโนโลยีในต่างประเทศ แต่เป็นเกมการเมืองเชิงสัญลักษณ์ หากตลาดมองเห็นกลุ่มบริษัทเติบโตสูง มีเทคโนโลยี มีฐานทุนต่างชาติ และจดทะเบียนในประเทศ ความเชื่อมั่นต่อศักยภาพ New Economy ไทยจะเปลี่ยนทันที
สิ่งที่น่าสนใจคือการใช้มาตรการภาษีเป็นแรงดึงดูดตรงจุด กลุ่มอุตสาหกรรม New Economy ที่ได้รับการรับรองจากตลาดหลักทรัพย์จะได้สิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่ม 3 ปี หรือเลือกการลดหย่อน 50 เปอร์เซ็นต์เพิ่มอีก 5 ปี จากเกณฑ์ปกติ นี่คือคำประกาศกับนักลงทุนว่า รัฐพร้อมเอียงกฎไปสนับสนุนธุรกิจเทคโนโลยีรุ่นใหม่อย่างเปิดหน้า และพร้อมให้ตลาดทุนเป็นเวทีหลักของการเติบโต ไม่ใช่เพียงพื้นที่เทรดหุ้นเก่า
โอกาสของนักลงทุนต่างชาติและบริษัทฐานผลิตที่อยากโตระดับภูมิภาค
จุดพลิกเกมของ BOI to IPO คือการเปิดให้ไม่ใช่เฉพาะบริษัทท้องถิ่นหรือผู้ลงทุนรายใหม่ แต่รวมถึงบริษัทจากทุกประเทศที่ตั้งฐานผลิตและดำเนินธุรกิจมาระยะหนึ่งแล้ว มีความมั่นคงและอยู่ในช่วงขยายตัว สามารถเข้าร่วมโครงการและเดินหน้าสู่การจดทะเบียนใน SET mai หรือ LiVEx ได้ พูดง่ายคือ ผู้ผลิตต่างชาติที่เคยคิดว่าตัวเองเป็นแค่โรงงานนอกออฟชอร์ ตอนนี้มีช่องทางใช้ตลาดหลักทรัพย์ไทยเป็นฐานทุนสำหรับการบุกตลาดภูมิภาค
นี่เป็นการเปลี่ยนความสัมพันธ์จากรัฐกับนักลงทุนต่างชาติ จากผู้ให้สิทธิประโยชน์โรงงาน กลายเป็นพาร์ตเนอร์ด้านตลาดทุนและการเติบโตระยะยาว เมื่อบริษัทต่างชาติเลือกจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย ขณะที่ฐานสาธิตเทคโนโลยีอยู่ในประเทศ ซัพพลายเชนจะปักรากลึกขึ้น อำนาจต่อรองของระบบเศรษฐกิจต่อบรรษัทข้ามชาติจะเพิ่มขึ้นโดยธรรมชาติ และนักลงทุนท้องถิ่นได้สิทธิ์เข้าไปเป็นเจ้าของร่วมในธุรกิจที่เดิมอยู่ไกลเกินเอื้อม
ผลต่อคนทำงาน นักลงทุนรายย่อย และอนาคต New Economy ไทย
หากมองจากมุมประชาชน โครงการนี้ไม่ได้ให้ประโยชน์แค่เจ้าของโรงงานหรือผู้ถือหุ้นใหญ่ เพราะรัฐบาลพยายามผูกการดึงดูดลงทุนเข้ากับการยกระดับทักษะแรงงานผ่านโครงการ Skill Bridge ซึ่งพาบุคลากรกว่า 70,000 คนเข้าสู่อุตสาหกรรมดิจิทัลเพียงสองไตรมาสที่ผ่านมา ช่วยสร้างงานรายได้สูงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี รวมถึงโครงการผลิตอุปกรณ์ส่งข้อมูลด้วยแสงที่จ้างงานคนไทยกว่า 20,000 ตำแหน่ง
สำหรับนักลงทุนรายย่อย โอกาสสำคัญคือการได้เข้าถึงหุ้น New Economy ไทย ตั้งแต่ช่วงต้นของการเติบโต แทนการรอซื้อบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติผ่านกองทุนทางอ้อม ตลาดหลักทรัพย์ไทยจึงกำลังถูกออกแบบใหม่ให้เป็นทั้งโรงเรียนของนักลงทุนและกระดานหลักของเศรษฐกิจยุคใหม่ หากการคัดเลือกบริษัท การกำกับดูแล และการสื่อสารกับสาธารณะทำได้โปร่งใส หุ้นนางฟ้าเหล่านี้จะไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ แต่จะเป็นตัวเร่งที่ทำให้เศรษฐกิจมีฐานใหม่ที่หลุดพ้นจากกับดักโตต่ำในระยะยาว






