ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ถนนไปสู่แหลมทอง: 20 ปีบนฟิล์มที่บันทึกภูมิทัศน์และพหุวัฒนธรรมภาคใต้

ถนนไปสู่แหลมทอง: 20 ปีบนฟิล์มที่บันทึกภูมิทัศน์และพหุวัฒนธรรมภาคใต้
ความสนใจ|รวมภาพถ่าย

นิยามใหม่ของการเดินทางผ่านเลนส์ฟิล์ม

“ถนนไปสู่แหลมทอง” คือ นิทรรศการภาพถ่ายสัญชาติวัฒนธรรมที่รวบรวมผลงานฟิล์มจำนวน 114 ภาพเพื่อบันทึกภูมิทัศน์ วิถีชีวิต และสถาปัตยกรรมของภาคใต้ ผ่านการเดินทางข้ามคาบสมุทรกว่า 150 วันของไชยยศ ปิ่นประดับ ซึ่งใช้กล้องฟิล์มดั้งเดิมระดับตำนานเพื่อสร้างบันทึกภูมิทัศน์ที่ผสานความทรงจำส่วนตัวกับมรดกพหุวัฒนธรรมอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง. แก่นของนิทรรศการนี้ไม่ใช่เพียงภาพสวย หากคือคำตอบเชิงภาพให้กับคำพูดของ มาร์แซล พรุสต์ ว่า “การเดินทางที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่การไปยังสถานที่ที่ไม่เคยรู้จัก แต่คือการมองโลกใบเดิมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป”. การกลับมาจับกล้องในวัย 74 ปีของอดีตช่างภาพผู้ร่วมก่อตั้งนิตยสารท้องถิ่นจึงเป็นทั้งการรื้อฟื้นความทรงจำและการตั้งคำถามใหม่ต่อภูมิภาคที่เป็นบ้านเกิดของเขา ภาพถ่ายท่องเที่ยวในชุดนี้จึงมีน้ำเสียงส่วนตัวชัดเจน แต่มองออกไปไกลกว่าตัวตนของศิลปิน สู่ภูมิทัศน์ของผู้คนและสังคมที่เปลี่ยนไป.

ถนนไปสู่แหลมทอง: 20 ปีบนฟิล์มที่บันทึกภูมิทัศน์และพหุวัฒนธรรมภาคใต้

แหลมทองในฐานะสมุดบันทึกสายใต้

นิทรรศการภาพถ่ายนี้จัดแสดงบนผนังโค้งชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม – 9 สิงหาคม 2569 แสดงให้เห็นว่าถนนจากปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ลงสู่ตากใบ นราธิวาส ไม่ใช่แค่เส้นทางขับรถ แต่คือเส้นประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ถูกซ้อนทับด้วยเรื่องเล่ามายาวนาน. เมื่อศิลปินขับรถลำพังข้ามคาบสมุทรจากฝั่งอันดามันสู่อ่าว เขาไม่เพียงเก็บภาพภูเขา ทะเล และบ้านเรือน หากตั้งใจอ่านชั้นความหมายที่ซ่อนอยู่ในสถาปัตยกรรมและพื้นที่ของชุมชน. ภาพอย่าง “กุฏิเจ้าอาวาส” วัดชลธาราสิงเหในอำเภอตากใบ ที่สะท้อนศิลปะพื้นถิ่นสกุลช่างสงขลา และ “ศาลาพระวิหารแดง” บนเขาตังกวน สถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปสีแดงที่ยังยืนหยัดอยู่เหนือเมืองชายฝั่ง แสดงให้เห็นว่าภาพถ่ายสัญชาติวัฒนธรรมสามารถจับความละเอียดอ่อนของการปะทะสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นกับอิทธิพลต่างถิ่นได้อย่างทรงพลัง ภาคใต้ในนิทรรศการจึงไม่ถูกโรแมนติไซส์แบบท่องเที่ยว หากถูกอ่านผ่านโครงสร้างทางสังคมที่หลอมรวมศาสนา ชาติพันธุ์ และการค้าเข้าด้วยกัน.

ถนนไปสู่แหลมทอง: 20 ปีบนฟิล์มที่บันทึกภูมิทัศน์และพหุวัฒนธรรมภาคใต้

กล้องฟิล์มระดับตำนานกับความดื้อดึงของเวลา

หัวใจที่ทำให้ “ถนนไปสู่แหลมทอง” แตกต่างจากนิทรรศการภาพถ่ายท่องเที่ยวทั่วไป คือการตัดสินใจกลับไปใช้กล้องฟิล์มดั้งเดิม Hasselblad Xpan กล้องฟิล์มพาโนรามาแบบ Rangefinder ระดับตำนาน. การเลือกเทคโนโลยีที่หลายคนมองว่าล้าสมัยในยุคดิจิทัล เป็นคำประกาศชัดเจนว่าศิลปินเชื่อในจังหวะช้า ความอดทน และวินัยในการคิดภาพก่อนลั่นชัตเตอร์ ฟิล์ม 50 ม้วนที่ถูกใช้ระหว่างเดือนกันยายน 2567 ถึงมกราคม 2568 จึงเป็นเหมือนแผ่นจารึกที่บันทึกภูมิทัศน์และชุมชนอย่างตั้งใจ. เกือบทุกภาพเกิดจากการกลับไปยังสถานที่เดิม 2-3 ครั้งเพื่อรอจังหวะแสงที่เหมาะที่สุด. การไม่ยอมให้ “ถ่ายแล้วค่อยเลือก” แบบดิจิทัลเข้าครอบงำ ทำให้ผลงานเต็มไปด้วยความแน่นขององค์ประกอบและการอ่านแสงที่แม่นยำ ภาพภูเขา เทือกเขาตะนาวศรีและสันกาลาคีรีที่โอบล้อมถนนสายใต้ถูกถ่ายทอดในมิติทั้งความยิ่งใหญ่และความอ่อนโยน. ความผิดพลาดอย่างฟิล์มเสียหาย 5 ม้วนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ซ้ำในวัย 70 กว่าปี แสดงให้เห็นว่าความดื้อดึงของการทำงานแบบแอนะล็อกยังมีที่ทางในโลกภาพถ่ายร่วมสมัย.

ถนนไปสู่แหลมทอง: 20 ปีบนฟิล์มที่บันทึกภูมิทัศน์และพหุวัฒนธรรมภาคใต้

ภาพถ่ายสัญชาติวัฒนธรรมในฐานะคลังความทรงจำภาคใต้

หากมองลึกกว่าระดับความงาม ภาพในนิทรรศการนี้ทำหน้าที่เป็นคลังข้อมูลทางสายตาเกี่ยวกับพหุวัฒนธรรมภาคใต้ ภูมิทัศน์ที่ถูกบันทึกไม่ใช่แค่ภูเขา ทะเล หรือวัดวา แต่รวมถึงชุมชนมุสลิม เมืองการค้า และพื้นที่ชายแดนที่มักถูกพูดถึงในมิติความขัดแย้ง มากกว่าในฐานะพื้นที่ชีวิตประจำวัน. การเลือกมุม “ธรรมดา ๆ ที่ชาวบ้านพบเห็นในชีวิตประจำวัน แต่ซ่อนรายละเอียด แสง เงา และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจเอาไว้” คือการปฏิเสธสายตานักท่องเที่ยวที่มองหาความแปลกใหม่แบบผิวเผิน. ภาพถ่ายสัญชาติวัฒนธรรมในที่นี้จึงทำหน้าที่ใกล้เคียงงานมานุษยวิทยาเชิงสายตา เพียงแต่ถูกเล่าโดยคนในภูมิภาคเอง ไม่ใช่นักวิชาการจากภายนอก. ความต่อเนื่องของเส้นทางจากปราณบุรีสู่ตากใบทำให้งานทั้งชุดกลายเป็นแผนที่ของความหลากหลายที่ค่อย ๆ เปลี่ยนโทน สี และภาษาเมื่อรถเคลื่อนลงใต้ บันทึกภูมิทัศน์จึงไม่แยกออกจากบันทึกความทรงจำของชุมชน และช่วยต้านทานการลืมเลือนร่องรอยทางประวัติศาสตร์ในยุคที่ทุกอย่างถูกกลบด้วยคอนเทนต์เร็ว ๆ บนหน้าจอ.

ถนนไปสู่แหลมทอง: 20 ปีบนฟิล์มที่บันทึกภูมิทัศน์และพหุวัฒนธรรมภาคใต้

บทสรุป: เมื่อถนนสายใต้กลายเป็นภาคเรียนของสายตา

นิทรรศการ “ถนนไปสู่แหลมทอง” จัดในรอบ 20 ปีของไชยยศ ปิ่นประดับ จึงไม่ใช่เพียงการรวมงานล่าสุด หากเป็นการทบทวนเส้นทางส่วนตัวของศิลปินที่เคยห่างกล้องฟิล์มไปเกือบสองทศวรรษ ก่อนจะหวนกลับมาในวัย 74 ปีพร้อมคำถามใหม่ต่อบ้านเกิด. การเดินทางจากฟิล์ม 50 ม้วนสู่หนังสือและนิทรรศการ แสดงให้เห็นว่าภาพถ่ายท่องเที่ยวสามารถก้าวข้ามบทบาท “ไกด์สถานที่” ไปเป็นหลักฐานเชิงสายตาเกี่ยวกับภูมิภาคที่กำลังเปลี่ยนแปลง. ประเด็นสำคัญคือ นิทรรศการภาพถ่ายเช่นนี้ผลักให้เราต้องถามตัวเองว่า เราอ่านภูมิทัศน์รอบตัวอย่างไร เรามองวัดโบราณ เทือกเขา และชุมชนชายทะเลเป็นเพียงฉากหลัง หรือในฐานะเรื่องเล่าที่เชื่อมโยงเราเข้ากับผู้คนอื่น ๆ บนถนนสายเดียวกัน. “ถนนไปสู่แหลมทอง” เตือนให้จำว่า การเดินทางที่มีความหมายอาจไม่ต้องไกล เพียงเรายอมใช้สายตาใหม่ต่อโลกใบเดิม และให้ภาพจากกล้องฟิล์มดั้งเดิมกลายเป็นครูสอนเรื่องเวลา ความอดทน และความผูกพันต่อดินแดนของเราเอง.

ถนนไปสู่แหลมทอง: 20 ปีบนฟิล์มที่บันทึกภูมิทัศน์และพหุวัฒนธรรมภาคใต้

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!