โปรแกรมฝึกอบรม AI คืออะไร และทำไมต้องเริ่มจากผู้นำในองค์กร
โปรแกรมฝึกอบรม AI คือหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อให้บุคลากรในองค์กรเข้าใจศักยภาพ ข้อจำกัด และวิธีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไปใช้แก้โจทย์ธุรกิจจริงอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แค่เรียนรู้เครื่องมือหรือทฤษฎี แต่เน้นกระบวนการคิด การวิเคราะห์ข้อมูล และการออกแบบโซลูชันที่สามารถสร้างผลลัพธ์ วัดผลได้ และเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ขององค์กรโดยตรง เพื่อให้คนทำงานก้าวจากผู้ใช้เทคโนโลยีไปสู่การเป็นผู้นำธุรกิจ AI ที่มีบทบาทกำหนดทิศทางการเปลี่ยนแปลงขององค์กรเอง สิ่งที่เห็นชัดจากการลงทุนสร้างโปรแกรมฝึกอบรม AI ภายในองค์กรคือการประกาศว่าเทคโนโลยีนี้ไม่ใช่แค่ของฝ่ายไอที แต่เป็นเรื่องยุทธศาสตร์ ระดับเดียวกับการลงทุนในธุรกิจใหม่ การเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร หรือการพัฒนาผู้นำรุ่นต่อไป ผู้นำที่เข้าใจ AI จึงไม่ได้ถูกคาดหวังให้ “ใช้เครื่องมือเป็น” เท่านั้น แต่ต้องมองเห็นว่า AI จะเปลี่ยนเกมการแข่งขันอย่างไร และต้องปรับบทบาทคน กระบวนการ และรูปแบบธุรกิจตามไปพร้อมกัน
CP-CoEX AI Business Accelerator: จากนโยบายสู่ห้องเรียนที่จับต้องได้
เครือเจริญโภคภัณฑ์เลือกตอบโจทย์ยุค AI ด้วยการสร้างพื้นที่เรียนรู้ของตัวเอง ผ่าน CP Innovation Center of Excellence ที่เปิดหลักสูตร CP-CoEX AI Business Accelerator รุ่นที่ 1 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ฝั่ง West เพื่อเชื่อมคนธุรกิจ นักเทคโนโลยี มหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญหลายอุตสาหกรรมเข้าหากัน นี่ไม่ใช่คอร์สระยะสั้นแบบฟังแล้วจบ เพราะหลักสูตรนี้ดึงผู้เข้าอบรม 60 คนจาก 11 บริษัทชั้นนำ ใช้เวลาเรียนยาว 12 สัปดาห์ รวม 96 ชั่วโมง และตั้งเป้าพัฒนา 7 Real Business AI Projects จากโจทย์ธุรกิจจริง โครงสร้างแบบนี้ส่งสัญญาณชัดว่ากลุ่มทุนใหญ่กำลังมอง AI เป็นเครื่องมือสร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ ไม่ใช่ของเล่นทดลองใช้ สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าตัวเลขคือท่าทีของผู้นำองค์กร ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ ย้ำว่า “ถึงสุดท้าย AI คือคนสร้างเพื่อให้คนใช้ และต้องใช้ให้เป็น เพราะฉะนั้นจากนี้ไปเครือเจริญโภคภัณฑ์ จะเปลี่ยนแปลง ไม่ให้ AI ทิ้งอยู่ข้างหลัง ก็ต้องสร้างคนในเครือซีพีให้เข้าใจใช้ AI” นี่คือคำประกาศว่าการสร้างคนให้เป็นผู้นำธุรกิจ AI คือหัวใจของการปรับองค์กร

Week 3: เมื่อ AI Opportunity ต้องแปลงเป็น Business Impact จริง
วันที่ 27 สิงหาคม 2569 หลักสูตร CP-CoEX เดินหน้าสู่ Week 3 ที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค พาผู้เรียน 60 คนจาก 11 บริษัท ก้าวจากการค้นหาและวิเคราะห์โจทย์ธุรกิจ ไปสู่การค้นหา AI Opportunity ที่มีศักยภาพต่อยอดเป็น AI Business Project และสร้างผลลัพธ์ให้กับธุรกิจได้จริง นี่คือจุดต่างสำคัญจากการอบรมเชิงทฤษฎีทั่วไป เพราะทุกกิจกรรมถูกออกแบบให้ตั้งคำถามว่า “โอกาส AI นี้จะสร้างผลลัพธ์อะไร วัดได้อย่างไร” ตั้งแต่ในห้องเรียน ช่วงเช้า ผู้เรียนถูกฝึกให้ใช้เครื่องมือรวบรวมและวิเคราะห์ Business Evidence อย่างเป็นระบบในหัวข้อ AI-Supported Evidence Gathering เพื่อให้แต่ละทีมรู้ว่าหลักฐานไหนเชื่อถือได้และมีน้ำหนักพอที่จะใช้ตัดสินใจทิศทาง AI Project ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ เข้ามาช่วยชี้ว่าหลักฐานแบบไหนจะนำไปสู่ AI Solution ที่เหมาะกับบริบทธุรกิจและสร้าง Impact สอดคล้องเป้าหมายองค์กรสูงสุด การเรียนรู้ใน Week 3 จึงเป็นอีกก้าวที่ผลักให้ผู้เรียนขยับจากการมองเห็นโจทย์ ไปสู่การมองเห็นโอกาสผ่าน Evidence ที่น่าเชื่อถือ ประสบการณ์จากธุรกิจจริง และมุมมองระดับโลก เพื่อให้ทั้ง 7 Project Teams นำ AI Opportunity ที่ค้นพบไปพัฒนาต่อเป็น AI Solution ที่ตอบโจทย์ธุรกิจและสร้าง Impact ได้จริงตลอดเส้นทางหลักสูตร

ผู้นำธุรกิจ AI: จากผู้ใช้เทคโนโลยีสู่คนที่ออกแบบการเปลี่ยนองค์กร
สิ่งที่ทำให้โปรแกรมฝึกอบรม AI แบบนี้ต่างจากการส่งคนไปเรียนคอร์สเทคโนโลยีทั่วไป คือการวางบทบาทผู้นำธุรกิจ AI ให้เป็นคนที่ออกแบบการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่คนที่สั่งซื้อระบบใหม่ การเรียนวันแรกของหลักสูตรถูกเชื่อมจากระดับนโยบายและ Leadership ไปสู่ Global AI Ecosystem ผ่านหัวข้อ Leading in the Age of AI โดยผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจากหลายองค์กรที่ร่วมถ่ายทอดมุมมองต่อการเปลี่ยนแปลงของ AI และบทบาทผู้นำยุคใหม่ สิ่งที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันคือ การแข่งขันในยุค AI ไม่ได้วัดกันที่ใครมีเทคโนโลยีก่อน แต่ที่ใครแปลง AI ให้เป็นขีดความสามารถขององค์กรได้เร็วกว่าผู้นำจึงต้องก้าวข้ามบทบาท AI User ไปเป็น AI Leader ที่เข้าใจทั้งศักยภาพและข้อจำกัดของเทคโนโลยี เลือกโจทย์ธุรกิจที่เหมาะสม ออกแบบ Operating Model ใหม่ สร้างคนให้ทำงานร่วมกับ AI และวางระบบ Responsible AI เพื่อความไว้วางใจและความยั่งยืนระยะยาว มุมมองจากภาคการเงินที่ถูกนำเข้าใน Week 3 ยิ่งตอกย้ำบทนี้ คุณกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร ซีอีโอ SCB 10X ชี้ว่า AI Transformation ไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ แต่ต้องถูกขับเคลื่อนในฐานะส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ธุรกิจ โดยเริ่มจากการเข้าใจลูกค้าและ Pain Point จริง ก่อนเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะกับโจทย์ และต้องยอมรับว่าการรอให้ทุกอย่าง “สมบูรณ์แบบ” อาจกลายเป็นความเสี่ยงต่อการแข่งขัน ในมุมนี้ โปรแกรมฝึกอบรม AI จึงทำหน้าที่เชื่อมช่องว่างระหว่างการนำเทคโนโลยีไปใช้ กับการเปลี่ยนกลยุทธ์ธุรกิจให้รองรับโลกใหม่ ที่คนทำงานต้องเติบโตไปพร้อมกับ AI ไม่ใช่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

จากองค์กรสู่ระดับเศรษฐกิจ: ทำไมการสร้างผู้นำธุรกิจ AI จึงเป็นเดิมพันใหญ่
เมื่อมองภาพกว้างกว่าระดับองค์กร การสร้างผู้นำธุรกิจ AI ผ่านโปรแกรมฝึกอบรมภายในเริ่มเชื่อมโยงกับคำถามด้านยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจด้วย ด้านนโยบายสาธารณะมีการชี้ว่า หากต้องการเปลี่ยนสถานะจากผู้ใช้ไปสู่ผู้สร้างเทคโนโลยี จำเป็นต้องสร้างระบบนิเวศ AI แบบครบวงจร ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล บุคลากร การวิจัยและพัฒนา ไปจนถึงการนำ AI ไปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจริง ใน Week 3 หลักสูตร CP-CoEX ขยายมุมมองจากธุรกิจไปสู่ระดับเศรษฐกิจ ผ่านหัวข้อ The Promise of AI: From Business Opportunity to Development Strategy โดยผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งตั้งคำถามตรงไปตรงมาว่า เมื่อ AI เปลี่ยนทั้งเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน และโครงสร้างพื้นฐาน ประเทศควรเตรียมตัวอย่างไรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และชี้ให้เห็นว่าการสร้างคุณค่าจาก AI ไม่ได้เกิดขึ้นเองแม้เทคโนโลยีจะแพร่หลาย สารสำคัญคือ หากองค์กรใหญ่ยังมอง AI เป็นแค่เครื่องมือเสริมงาน ฝั่งนโยบายจะขาดตัวอย่างจริงในการออกแบบยุทธศาสตร์ใหม่ การลงทุนสร้างผู้นำธุรกิจ AI ในองค์กรจึงไม่ใช่เรื่องของบริษัทเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการวางรากฐานระดับเศรษฐกิจ เพราะมันสร้างคนที่เข้าใจทั้งด้านเทคโนโลยีและด้านธุรกิจ พร้อมแปลงโอกาส AI ให้เป็นโครงการที่สร้างผลลัพธ์จริงในตลาด บทสรุปคือ ยุคที่ AI เปลี่ยนเกมเร็วระดับเสี้ยววินาทีทอง ผู้นำที่รอให้คำสั่งจากภายนอกจะถูกแซงได้ง่าย องค์กรที่กล้าสร้างโปรแกรมฝึกอบรม AI ของตัวเองกำลังลงทุนในทรัพยากรที่สำคัญที่สุด นั่นคือคนที่มอง AI เป็นกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่เครื่องมือ และคนกลุ่มนี้จะเป็นตัวตั้งตัวตีในการพาองค์กรและระบบเศรษฐกิจเดินเข้าสู่ยุคใหม่อย่างไม่ถูกทิ้งตามหลัง







