ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ปิดแตะปลุกหน้าจอ หยุดจอสว่างหลอน ช่วยเซฟแบต Android

ปิดแตะปลุกหน้าจอ หยุดจอสว่างหลอน ช่วยเซฟแบต Android
ความสนใจ|ทริกใช้งานมือถือ

แตะปลุกหน้าจอคืออะไร และทำไมถึงทำให้แบตหายเงียบ

ฟีเจอร์แตะปลุกหน้าจอหรือ tap-to-wake คือการตั้งค่าให้สมาร์ทโฟน Android เปิดหน้าจอได้ด้วยการแตะสองครั้งหรือยกเครื่องโดยไม่ต้องกดปุ่ม ซึ่งช่วยให้ปลดล็อกและดูแจ้งเตือนสะดวกขึ้น แต่ในชีวิตจริงฟีเจอร์นี้มักถูกทริกโดยไม่ตั้งใจเมื่อเครื่องอยู่ในกระเป๋า ทำให้หน้าจอติดขึ้นซ้ำๆ ขณะไม่ได้ใช้งาน และอาจทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าแบตเตอรี่ลดเร็วกว่าปกติทั้งที่ไม่ได้หยิบเครื่องมาใช้งานเลยโดยไม่ทันรู้ว่าเกิดจากการตั้งค่านี้

หากคุณสงสัยว่าแบตเตอรี่ลดเร็วทั้งที่วางเครื่องทิ้งไว้ เงื่อนงำสำคัญคือจอที่สว่างเองเพราะแตะปลุกหน้าจอหรือ tap-to-wake ซึ่งทำให้หน้าจอติดขึ้นเองจนแบตเตอรี่ลดลงโดยไม่รู้ตัว ฟังดูเหมือนปัญหาเล็กน้อย แต่การเปิดจอบ่อยๆ คือหนึ่งในกิจกรรมที่กินพลังงานมากที่สุดของสมาร์ทโฟน และยิ่งเครื่องอยู่ในกระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋าสะพายที่ผ้าสัมผัสหน้าจอตลอด โอกาสที่คำสั่งแตะหรือยกเครื่องจะไปกระตุ้นให้จอสว่างก็ยิ่งสูง การปิดแตะปลุกหน้าจอจึงเป็นวิธีประหยัดแบตเตอรี่ Android แบบไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานอื่น

ปิดแตะปลุกหน้าจอ หยุดจอสว่างหลอน ช่วยเซฟแบต Android

สัญญาณว่าแตะปลุกหน้าจอควรถูกปิด และเข้าใจสิ่งที่มือถือทำตอนเรานอน

ถ้าคุณชาร์จเต็มตอนเช้า วางเครื่องเฉยๆ แต่เย็นมาพบว่าแบตหายไปเยอะ โดยไม่เล่นเกมหรือดูวิดีโอยาวๆ โอกาสสูงว่าเครื่องเปิดหน้าจอเองระหว่างวันจากฟีเจอร์แตะปลุกหน้าจอ การกดปุ่มพาวเวอร์เพื่อเปิดหน้าจอหนึ่งครั้ง ย่อมคุมได้ง่ายกว่าปล่อยให้ชิ้นผ้าและการขยับตัวเป็นคนสั่งงานจอให้สว่างตลอดเวลา นี่คือเหตุผลชัดๆ ว่าทำไมคำสั่ง tap-to-wake disable ควรเป็นค่าเริ่มต้นของคนที่อยากหยุดปัญหาแบตเตอรี่ลดเร็ว

อีกด้านหนึ่ง เวลาเราวางเครื่องชาร์จตอนกลางคืน มือถือ Android ไม่ได้อยู่นิ่งๆ เบื้องหลังมีบริการชื่อ JobScheduler ที่จะเริ่มทำงานเมื่อเครื่องอยู่ในสภาพชาร์จไฟ เว้นว่างจากการใช้งาน และเชื่อมต่อ Wi‑Fi เพื่อรันงานต่างๆ ในช่วงเวลากลางคืน งานเหล่านี้รวมถึงการจัดการสตอเรจ ล้างไฟล์ขยะ จัดระเบียบฐานข้อมูลของแอป และประมวลผลข้อมูลบางอย่างของระบบ ฟังดูซับซ้อน แต่ทั้งหมดเกิดขึ้นอัตโนมัติ ต่างจากแตะปลุกหน้าจอที่เราเลือกปิดได้เองในไม่กี่ขั้น

วิธีปิดแตะปลุกหน้าจอใน Samsung Galaxy แบบละเอียด

สาย Android ที่ใช้ Samsung Galaxy แล้วรู้สึกว่าแบตไหลเงียบๆ ทั้งที่พกเครื่องไว้ในกระเป๋า ควรเริ่มจากการปิดแตะปลุกหน้าจอเป็นอันดับแรก เพราะเมนูของซัมซุงซ่อนฟีเจอร์เหล่านี้ไว้ในหมวดท่าทาง ทำให้ผู้ใช้หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเปิดอยู่ การตามไปปิดให้ครบทั้งแตะสองครั้งและยกเครื่องปลุกจอ จะช่วยลดโอกาสจอสว่างหลอนตอนเครื่องอยู่ในที่แคบหรือมืด เช่นในกระเป๋ากางเกงได้อย่างชัดเจน

  1. เปิด Settings แล้วเลือก Advanced features จากนั้นเข้าไปที่ Motions and gestures แล้วปิดสวิตช์ Double tap to turn on screen หรือในบางรุ่นใช้ชื่อ Double tap to wake up
  2. ในหน้า Motions and gestures เดียวกัน แนะนำให้ปิด Lift to wake เพิ่มด้วย เพื่อลดโอกาสปลุกหน้าจอจากการยกเครื่องโดยไม่ตั้งใจ
  3. ย้อนกลับไปหน้า Settings แล้วเลือก Display จากนั้นเปิดสวิตช์ Accidental touch protection เพื่อช่วยกันไม่ให้หน้าจอติดขึ้นมาเมื่อเครื่องอยู่ในที่มืดอย่างกระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋าสะพายตามที่หน้าซัพพอร์ตของซัมซุงระบุ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือผู้ใช้ปิดแค่ Double tap to turn on screen แต่ลืม Lift to wake หรือไม่เปิด Accidental touch protection ทำให้จอยังสว่างเองอยู่แม้จะคิดว่าปิดครบแล้ว

ปิดแตะปลุกหน้าจอบน OPPO และ vivo เพื่อหยุดจอสว่างเองในกระเป๋า

ผู้ใช้ OPPO และ vivo มักเจออาการคล้ายกันคือใส่เครื่องในกระเป๋า แล้วพอหยิบออกมาพบว่าจออยู่ในสถานะเปิด หรือมีแอปถูกแตะค้างโดยไม่รู้ตัว ปัญหานี้เชื่อมโยงกับฟีเจอร์แตะปลุกหน้าจอและท่าทางหน้าจอดับอื่นๆ ซึ่งถูกเปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้นและรวมกันอยู่ในเมนู gesture เดียว การตั้งใจปิดเฉพาะคำสั่งที่เกี่ยวกับการปลุกหน้าจอจะช่วยลดการปลุกจอแบบหลอนได้มาก โดยยังเก็บท่าทางอื่นที่จำเป็นไว้ได้

  1. บน OPPO ให้เข้า Settings เลือก Special Features แล้วไปที่ Gestures & Motions จากนั้นเข้าเมนู Screen-off Gestures แล้วปิดสวิตช์รวมของท่าทางขณะปิดหน้าจอ หรือปิดเฉพาะรายการแตะสองครั้งเพื่อปลุกหน้าจอ หากต้องการเก็บท่าทางอื่นอย่างการวาดตัวอักษรเพื่อเปิดกล้องหรือไฟฉายไว้ซึ่งก็เสี่ยงถูกทริกโดยไม่ตั้งใจเมื่อตัวเครื่องอยู่ในกระเป๋าได้เช่นกัน
  2. บน vivo ที่ใช้ Origin OS ให้เข้า Settings เลือก Shortcuts & Accessibility จากนั้นไปที่ Smart Motion ซึ่งรวมท่าทางปลุกหน้าจอทั้งการแตะสองครั้ง ยกเครื่องปลุก และท่าทางลัดอื่นๆ แล้วปิดเฉพาะรายการที่เกี่ยวกับการปลุกหน้าจอเพื่อลดปัญหาจอสว่างเอง

ความผิดพลาดที่เจอบ่อยคือปิดเฉพาะแตะสองครั้งแต่ปล่อยให้การวาดตัวอักษรหรือท่าทางอื่นยังทำงานอยู่ ทำให้หน้าจอยังถูกปลุกหรือสั่งงานแอปขณะอยู่ในกระเป๋าได้อยู่ดี

ใช้ช่องค้นหาใน Settings ให้เป็น และทดสอบว่าปิดแตะปลุกหน้าจอสำเร็จแล้ว

สมาร์ทโฟน Android แบรนด์อื่นๆ อาจเปลี่ยนชื่อเมนูหรือย้ายตำแหน่งฟีเจอร์แตะปลุกหน้าจอไปไว้คนละที่ แต่หัวใจคือทุกเครื่องล้วนมีตัวเลือกให้สั่ง tap-to-wake disable ผ่านสวิตช์เดียวใน Settings ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เทคนิคใดเป็นพิเศษ เพียงแต่ผู้ใช้จำนวนมากเลิกหาต่อเมื่อไม่เจอในเมนูหลัก ทำให้ต้องยอมอยู่กับปัญหาแบตเตอรี่ลดเร็วโดยไม่รู้ว่ามีปุ่มปิดรออยู่ในเครื่องตัวเอง

  1. เปิด Settings แล้วใช้ช่องค้นหาด้านบน พิมพ์คำง่ายๆ เช่น tap, wake, gesture หรือ pocket เพื่อให้ระบบพาไปยังหน้าตั้งค่าที่ถูกต้องของเครื่องรุ่นนั้นโดยตรง
  2. เมื่อปิดฟีเจอร์ตามที่ต้องการแล้ว ให้นำเครื่องใส่กางเกงเนื้อผ้าบาง หันหน้าจอออกด้านนอกแล้วเดินตามปกติสักระยะ จากนั้นลองหยิบเครื่องขึ้นมาดูว่าหน้าจอยังสว่างขึ้นเองหรือไม่
  3. อีกวิธีคือเข้าไปดูสถิติเวลาเปิดหน้าจอในเมนูแบตเตอรี่หรือเครื่องมือบันทึกเวลาเปิดหน้าจอที่ติดมากับเครื่อง แล้วเปรียบเทียบตัวเลขก่อนและหลังปิดฟีเจอร์แตะปลุกหน้าจอว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

หากหลังจากปิดแล้วจอไม่สว่างเองในกระเป๋า และสถิติเวลาหน้าจอเปิดลดลง แสดงว่าคุณจัดการจอหลอนได้สำเร็จและได้ความสบายใจกลับมาพร้อมแบตเตอรี่ที่อยู่ได้นานขึ้น

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!