สึโบฮาจิชูชาและวุ้นที่ไม่คุ้นลิ้น
ขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นคือขนมที่ให้ความสำคัญกับรสชาติละเอียดอ่อนและสัมผัสเฉพาะตัว ตั้งแต่เค้กเนื้อนุ่ม โมจิเหนียวหนึบ ไปจนถึงวุ้นใสที่เสิร์ฟได้ทั้งแบบหวานและรสสดชื่น
สึโบฮาจิ ร้านอิซากายะต้นตำรับจากฮอกไกโด เปิดตัว 3 แคมเปญ ได้แก่ Kyoto Dezaato, Kuzukiri Tokoroten และ Wacha Cafe โดยมัทฉะและโฮจิฉะเป็นแกนหลักของขนมกับเครื่องดื่ม จุดที่น่าจับตาคือวุ้นคุซึกิริโทโคโรเท็น ซึ่งหาทานได้ยากและมีเนื้อเด้งใส ต่างจากเค้กหรือขนมแป้งทั่วไป เลือกได้ทั้งแบบโอซาก้าที่เสิร์ฟกับซอสมัทฉะ ผงถั่วคินาโกะและถั่วแดงญี่ปุ่น หรือแบบโตเกียวที่ใช้ซอสพอนสึ งาคั่ว สาหร่ายและวาซาบิ ราคา 169 บาท ส่วนขนม Kyoto Dezaato มี 7 เมนู เช่น เค้กมัทฉะคุโมะ วาราบิโมจิพาร์เฟต์ และไดฟุกุไอศกรีมโฮจิฉะ แคมเปญขนมมีถึง 31 ธันวาคม ขณะที่เครื่องดื่ม 4 เมนู ราคา 119–139 บาท ให้บริการถึง 30 พฤศจิกายน สมาชิก IMPACT Family ได้ราคาขนมพิเศษ 149 บาทจากปกติ 179 บาท และ 169 บาทจากปกติ 199 บาทตามเมนู อีกทั้งมีมิสึมันจูราคา 99 บาท

แซนด์วิชทอดที่เล่นกับความกรอบและไส้
อาเกะซันโดะ หรือแซนด์วิชทอดสไตล์ญี่ปุ่น เป็นขนมที่นำของคุ้นเคยมาทำให้น่าสนใจขึ้นด้วยความต่างของเนื้อสัมผัส ขนมปังทอดจนด้านนอกกรอบ แต่ด้านในยังนุ่ม แล้วประกบกับไส้ที่มีทั้งครีม ผลไม้ และรสผสมผสาน จุดแข็งของแนวนี้ไม่ใช่แค่ความหวาน แต่คือการได้สัมผัสหลายแบบในคำเดียว
ร้าน Age Age จากกินซะนำเสนอแซนด์วิชทอดกับครีมเนียน โดยมีไส้ครีมและช็อกโกแลตเป็นตัวเลือกที่เข้มข้น ส่วนร้านอื่น ๆ ขยายแนวคิดไปยังคัสตาร์ดเครมบรูเล่ นามะช็อกโกแลต สตรอว์เบอร์รี และพิสตาชิโอ ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวอมหวานยังช่วยตัดความมันของครีมได้ดี จึงไม่จำเป็นต้องเลือกไส้หวานจัดทุกครั้ง ในมุมของคนกิน อาเกะซันโดะเหมาะกับวันที่อยากได้ขนมชิ้นเดียวที่ทั้งกรุบกรอบและอิ่มกว่าขนมครีมทั่วไป แต่ความน่าสนใจจะขึ้นอยู่กับการบาลานซ์น้ำมันจากขนมปังกับความหวานของไส้ หากเลือกไส้ผลไม้หรือครีมรสไม่หนัก ความกรอบของขนมปังก็จะเด่นโดยไม่กลบรสด้านใน

YO-CHI ให้คนกินประกอบถ้วยเอง
YO-CHI แบรนด์โฟรเซ่นโยเกิร์ตจากออสเตรเลียเปิดสาขาแรกในไทยที่โซน Groove เซ็นทรัลเวิลด์ โดยเริ่มให้บริการวันที่ 23 ตุลาคม 2569 จุดขายที่เข้ากับคนรุ่นใหม่คือโยเกิร์ตจากนมสดแท้ที่ไม่ใช้นมผง พร้อมรูปแบบบริการตนเอง ผู้กินเลือกโยเกิร์ตและท็อปปิ้งตามชอบ ก่อนชั่งน้ำหนักในราคา 73 บาทต่อ 100 กรัม วิธีนี้ทำให้แต่ละถ้วยปรับได้ตามความอยาก ไม่ต้องเลือกเมนูสำเร็จรูปเพียงแบบเดียว
มีรสให้เลือก 10 แบบ ตั้งแต่โยเกิร์ตรสเปรี้ยวซิกเนเจอร์ มะม่วง มัทฉะ ไปจนถึงมะพร้าวและอาซาอิ รวมทั้งตัวเลือกวีแกนและกลูเตนฟรี ท็อปปิ้งมีทั้งผลไม้สด คุกกี้โดว์ โมจิชิ้นเล็ก และซอสช็อกโกแลต ส่วนเยลลี่ชาไทยเป็นตัวเลือกพิเศษที่ชวนให้ถ้วยมีรสคุ้นเคยขึ้น การไม่ใช้นมผงเป็นจุดต่างที่อธิบายตำแหน่งของแบรนด์ได้ชัดกว่าแค่การตกแต่งร้านหรือการตามกระแส ข้อควรคิดคือการคิดราคาตามน้ำหนักทำให้ผู้กินควบคุมส่วนผสมได้ แต่การตักท็อปปิ้งเพิ่มก็ทำให้น้ำหนักรวมสูงขึ้นได้เช่นกัน
จุดร่วมคือประสบการณ์ที่สัมผัสได้
เมื่อวางขนมทั้งสามแนวไว้ด้วยกัน จุดขายไม่ได้อยู่ที่ชื่อญี่ปุ่นหรือหน้าตาสวยเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่รายละเอียดซึ่งผู้กินรับรู้ได้ทันที สึโบฮาจิให้ลองวุ้นเส้นใสกับซอสคนละบุคลิก อาเกะซันโดะตัดความกรอบของขนมปังกับไส้นุ่ม ส่วน YO-CHI ให้ประกอบถ้วยเองและเลือกท็อปปิ้งตามใจ ความต่างเหล่านี้ทำให้ขนมแต่ละชนิดมีเหตุผลให้เลือก ไม่ใช่เพียงขนมหวานรสเดียวในบรรจุภัณฑ์ใหม่
สำหรับคนที่อยากเริ่มจากรสชา Kyoto Dezaato เป็นทางเลือกที่มีทั้งมัทฉะและโฮจิฉะหลายรูปแบบ ส่วนคนชอบสัมผัสแปลกใหม่ควรลองคุซึกิริโทโคโรเท็น ขณะที่อาเกะซันโดะเหมาะกับคนที่อยากได้ความกรอบและไส้แน่นในชิ้นเดียว และโฟรเซ่นโยเกิร์ตตอบโจทย์คนที่อยากกำหนดรสกับปริมาณเอง ความเห็นของเราคือเมนูที่น่าจดจำที่สุดไม่จำเป็นต้องซับซ้อนที่สุด แต่ต้องทำให้วัตถุดิบและเนื้อสัมผัสมีบทบาทชัดเจน ขนมญี่ปุ่นใหม่เหล่านี้จึงน่าลองเมื่อเลือกจากรสชาติที่ชอบ มากกว่าตัดสินจากกระแสหรือรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว







