การฟื้นตัวของผลสอบ PISA 2025 คืออะไร และสำคัญอย่างไรต่อภาพรวมการศึกษาไทย
ผลสอบ PISA 2025 คือผลการประเมินสมรรถนะนักเรียนอายุราวสิบห้าปีในด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และการอ่าน ที่มุ่งวัดความสามารถในการนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง ไม่ใช่การท่องจำบทเรียน จึงเป็นดัชนีสำคัญที่สะท้อนคุณภาพการศึกษา ทักษะคิดวิเคราะห์ และความพร้อมของเยาวชนต่อการแข่งขันในโลกยุคใหม่ ทั้งในมิติวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และการอ่านเชิงเหตุผลที่เชื่อมโยงกับการคิดอย่างเป็นระบบและการเรียนรู้ตลอดชีวิต เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้แถลงผลโครงการ PISA 2025 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคะแนนเด็กไทยในทั้งสามด้านฟื้นตัวขึ้นพร้อมกันเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี หลังจากคะแนนตกต่ำและถดถอยต่อเนื่องนับตั้งแต่เข้าร่วมการประเมินตั้งแต่ปี 2000 การฟื้นตัวครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขสวยบนกระดาษ แต่เป็นจุดเปลี่ยนทางจิตวิทยาและนโยบาย ที่บอกว่าเมื่อระบบถูกกดลงมานาน ก็ยังสามารถดีดกลับได้ หากมีการยกระดับการสอนและการเรียนรู้อย่างจริงจัง

คะแนนเด็กไทยพุ่งครบสามด้าน แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ทุกตัวชี้วัด
หัวใจของผลสอบ PISA 2025 คือการที่คะแนนเด็กไทยเพิ่มขึ้นครบทั้งสามด้าน วิทยาศาสตร์เพิ่มจาก 409 เป็น 432 คะแนน หรือกระโดดขึ้นถึง 23 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 5.7 คณิตศาสตร์เพิ่มจาก 394 เป็น 407 คะแนน ขยับขึ้น 13 คะแนน หรือร้อยละ 3.2 ส่วนการอ่านเพิ่มจาก 379 เป็น 392 คะแนน เพิ่มขึ้น 13 คะแนน หรือร้อยละ 3.4 เมื่อรวมทั้งสามด้าน ประเทศไทยจึงขยับอันดับจากที่ 58 มาเป็นอันดับ 53 บนเวทีโลกในรอบล่าสุด โดยมีคะแนนวิทยาศาสตร์อยู่ที่ 432 คะแนน คณิตศาสตร์ 407 คะแนน และการอ่าน 392 คะแนน รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า "ผลการสอบ PISA 2025 ของนักเรียนไทยมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยขยับจากอันดับที่ 58 ในรอบปี 2022 ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 53" อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว คะแนนเด็กไทยยังอยู่ต่ำทุกด้าน วิทยาศาสตร์ของกลุ่มดังกล่าวเฉลี่ย 482 คะแนน ขณะที่เด็กไทยได้ 432 คะแนน คณิตศาสตร์เฉลี่ย 463 คะแนน เด็กไทยได้ 407 คะแนน และการอ่านเฉลี่ย 461 คะแนน แต่เด็กไทยได้เพียง 392 คะแนน ซึ่งหมายถึงช่องว่างถึง 69 คะแนนในด้านการอ่าน การดีดตัวครั้งนี้จึงเป็นเพียงก้าวแรกของการไต่ระดับขึ้นสู่มาตรฐานสากล ไม่ใช่สัญญาณว่าระบบการศึกษาไทยพ้นวิกฤตแล้ว
จากคะแนนถดถอยสู่จุดเปลี่ยน: ปัจจัยใดหนุนการฟื้นตัวครั้งนี้
หากมองย้อนหลังกว่ายี่สิบปี เส้นทางคะแนนเด็กไทยในผลสอบ PISA มีความชันเป็นขาลงชัดเจน เด็กไทยเคยทำคะแนนวิทยาศาสตร์ได้ 444 คะแนน คณิตศาสตร์ 427 คะแนน และการอ่าน 441 คะแนนในรอบหนึ่ง แต่ค่อย ๆ ลดลงจนในรอบก่อนหน้าตกไปอยู่ที่วิทยาศาสตร์ 409 คะแนน คณิตศาสตร์ 394 คะแนน และการอ่านเพียง 379 คะแนน ซึ่งถือว่าต่ำสุดเมื่อเทียบกับการประเมินเจ็ดครั้งที่ผ่านมา การที่ PISA 2025 แสดงให้เห็นว่าคะแนนกลับขึ้นครบสามด้านในช่วงที่ค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วกลับลดลงทั้งวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และการอ่าน ยิ่งทำให้การฟื้นตัวครั้งนี้มีนัยสำคัญ ไม่ใช่แค่การแกว่งตัวตามสภาพแวดล้อมโลก ปัจจัยที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือความพยายามยกระดับสมรรถนะของนักเรียนที่เริ่มขับเคลื่อนหลังคะแนนตกต่ำในรอบก่อน โดยมีการจัดทำชุดพัฒนาความรู้ 17 เล่ม อบรมศึกษานิเทศก์และครูแกนนำ ขยายผลสู่ครูกว่า 12,000 โรงเรียน และนำกิจกรรมไปใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมมากกว่าหนึ่งล้านคน เน้นการคิดวิเคราะห์ การตอบคำถามโดยแสดงเหตุผล และความคุ้นเคยกับการประเมินผ่านคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่การติวข้อสอบแบบท่องจำ แม้จะเร็วเกินไปที่จะระบุว่ามาตรการใดเป็นสาเหตุโดยตรง แต่แน่นอนว่าการขยับพร้อมกันทั้งสามด้านสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบมากกว่าปัจจัยเฉพาะหน้า
วิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ดีขึ้น การอ่านยังอ่อน และความหมายของการเพิ่มสัดส่วนผู้ผ่านระดับพื้นฐาน
จุดโดดเด่นที่สุดของผลสอบ PISA 2025 คือวิทยาศาสตร์ เพราะคะแนนเพิ่มขึ้นถึง 23 คะแนน และขยับกลับเข้าใกล้ระดับที่เด็กไทยเคยทำได้ในอดีตมากที่สุด ขณะที่คณิตศาสตร์และการอ่านเพิ่มขึ้นด้านละ 13 คะแนน แต่หากเทียบกับช่วงที่เคยทำได้ดีจะเห็นว่าระบบยังไม่กลับไปถึงระดับเดิม วิทยาศาสตร์ยังต่ำกว่าระดับที่ผ่านมา 12 คะแนน คณิตศาสตร์ต่ำกว่า 20 คะแนน และการอ่านต่ำกว่าถึง 49 คะแนน นี่คือสัญญาณว่าการฟื้นตัวครั้งนี้กำลังเกิดขึ้นบนฐานที่เคยถูกบั่นทอนมานาน จึงต้องการเวลาและมาตรการต่อเนื่องเพื่อไต่กลับขึ้น สิ่งที่ควรสนใจไม่น้อยไปกว่าคะแนนเฉลี่ยคือการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนนักเรียนที่มีสมรรถนะตั้งแต่ระดับพื้นฐานขึ้นไป วิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้น 12 เปอร์เซ็นต์ คณิตศาสตร์เพิ่มขึ้น 9 เปอร์เซ็นต์ และการอ่านเพิ่มขึ้น 6 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้สะท้อนว่ามีนักเรียนมากขึ้นที่ขยับจากกลุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบสู่กลุ่มที่มีทักษะเพียงพอในการใช้ความรู้แก้ปัญหา ซึ่งในเชิงการศึกษาไทย นี่คือการขยายฐานคุณภาพ ไม่ใช่แค่การผลักดันเด็กกลุ่มบนให้ได้คะแนนสูง จึงเป็นสัญญาณบวกที่อาจส่งผลต่อความเหลื่อมล้ำทางสมรรถนะในระยะยาวหากรักษาแนวโน้มนี้ไว้ได้
จากการยกระดับผลสอบสู่ยุทธศาสตร์ใหม่: หลักสูตร AI และโจทย์ใหญ่เรื่องการอ่าน
แม้ผลสอบ PISA 2025 จะสะท้อนการฟื้นตัว แต่ระยะห่างจากค่าเฉลี่ยสากลยังบอกชัดว่าระบบการศึกษาไทยยังไม่พ้นจุดวิกฤต โดยเฉพาะด้านการอ่านที่คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วถึง 69 คะแนน หน่วยงานที่รับผิดชอบเองก็ย้ำว่าผลรอบนี้ไม่ใช่หลักฐานว่าการศึกษาไทยดีแล้ว แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการดีดกลับที่ต้องรักษาและต่อยอด โจทย์ใหญ่หลังจากนี้จึงไม่ใช่การฉลองอันดับที่ 53 แต่คือการวิเคราะห์ให้ชัดว่าอะไรทำให้คะแนนดีขึ้น แล้วรักษาสิ่งที่ได้ผลไว้ขณะเร่งแก้จุดอ่อน โดยเฉพาะทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ที่เป็นรากฐานของการเรียนรู้ทุกวิชา ในระดับนโยบาย กระทรวงศึกษาธิการเตรียมยกระดับการจัดการเรียนรู้ด้วยการบูรณาการเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์เข้าไปในหลักสูตร มีแผนจัดทำกรอบการเรียนรู้ด้าน AI สำหรับครูและนักเรียนให้แล้วเสร็จภายในปี 2569 และปลูกฝังทักษะรู้เท่าทันสื่อและ AI ตั้งแต่ระดับประถม ผ่านการบูรณาการกับวิชาพื้นฐานอื่น เพื่อให้เด็กสามารถแยกแยะข้อมูลและใช้ AI ได้อย่างมีวิจารณญาณ แนวทางนี้สอดรับกับการประเมินรอบถัดไป ที่จะเพิ่มตัวชี้วัดด้านการรู้เท่าทันสื่อและ AI เข้ามา หากไทยจัดการได้ดี หลักสูตรใหม่อาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับทั้งวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และทักษะการอ่านไปพร้อมกัน






