ดีลลงทุนข้ามชาติยุคใหม่คืออะไร และทำไมต้องโฟกัส 3 สาขา
ความร่วมมือลงทุนข้ามชาติยุคใหม่คือกระบวนการที่รัฐและภาคเอกชนจากสองประเทศขึ้นไปตกลงกำหนดสาขายุทธศาสตร์ร่วมกัน เช่น พลังงานสะอาด เกษตรอัจฉริยะ และโลจิสติกส์ เพื่อเชื่อมเทคโนโลยี เงินทุน และตลาดเข้าด้วยกัน เป้าหมายไม่ใช่แค่เพิ่มยอดการค้า แต่คือการสร้างห่วงโซ่มูลค่าใหม่ร่วมกันในระยะยาวและยกระดับสถานะความสัมพันธ์สู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่มีกรอบเป้าหมายชัดเจน
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ระบุว่านายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เป็นประธานร่วมกับ Hon Todd McClay รัฐมนตรีการค้านิวซีแลนด์ และผู้บริหารหน่วยงาน Invest New Zealand จัดงาน Business Meeting ที่นครโอ๊คแลนด์ เพื่อเชื่อมผู้บริหารและนักลงทุนระดับสูงจากทั้งสองฝ่าย การประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมราว 50 คน แบ่งเป็นฝ่ายไทย 20 คน และนิวซีแลนด์ 30 คน สะท้อนว่าทั้งสองฝ่ายมองดีลนี้เกินกว่างานประชุมเชิงสัญลักษณ์

พลังงานสะอาด โอกาสจากจุดอ่อนด้านน้ำมันของทั้งสองฝ่าย
จุดที่น่าสนใจคือทั้งสองประเทศไม่มีทรัพยากรน้ำมันของตนเองและต่างได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันนำเข้าที่สูง รองนายกเอกนิติอธิบายว่ารัฐมนตรีด้านการลงทุนของนิวซีแลนด์แสดงความมุ่งมั่นร่วมกันในเรื่องการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าหมายด้านพลังงานในอัตรา 50 เปอร์เซ็นต์เท่ากัน จึงเลือกพลังงานหมุนเวียนเป็นแนวทางหลักในการร่วมลงทุน
การลงทุนนิวซีแลนด์ไทยในสาขาพลังงานสะอาดจึงไม่ได้เริ่มจากศูนย์ กลุ่มธุรกิจไทยอย่างบี กริม และปตท เริ่มจับคู่กับพันธมิตรรายใหญ่ในนิวซีแลนด์เพื่อลงโครงการพลังงานสะอาดร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว นี่คือจังหวะสำคัญเพราะโครงสร้างกฎกติกาถูกเตรียมไว้ทั้งในฝั่งไทยผ่านมาตรการ Thailand FastPass ที่ออกแบบให้การอนุมัติการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์เดินหน้าได้เร็วขึ้น และในฝั่งนิวซีแลนด์ที่มีระบบ Fast Track ลักษณะใกล้เคียงกัน หากระบบอนุมัติรวดเร็วแต่โครงการจริงเดินช้า การตั้งเป้าพลังงานสะอาด 50 เปอร์เซ็นต์ก็จะกลายเป็นตัวเลขบนเอกสาร

เกษตรอัจฉริยะ จากฟาร์มดั้งเดิมสู่ห้องแล็บวิจัย
รองนายกเอกนิติระบุชัดว่าทิศทางสำคัญคือการยกระดับภาคเกษตรสู่เกษตรอัจฉริยะ โดยต้องเน้นการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ไม่ใช่พึ่งรายได้จากวัตถุดิบขั้นต้นเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างที่ถูกหยิบยกคือกลุ่มบริษัทซีพีผ่านบริษัทซีพีเอฟที่เข้าไปวิจัยโปรตีนจากไก่ในนิวซีแลนด์ จากเดิมที่ส่งออกไก่เป็นชิ้น กลายเป็นการสกัดโปรตีนจากกระดูกไก่เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
มุมมองเชิงยุทธศาสตร์ตรงนี้ชัดเจนมาก การลงทุนนิวซีแลนด์ไทยไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเปิดตลาดสินค้าเกษตร แต่ต้องการต่อยอดเทคโนโลยีการเกษตรและเกษตรอัจฉริยะร่วมกัน นักลงทุนจากนิวซีแลนด์เองก็แสดงความสนใจเข้ามาลงทุนในเทคโนโลยีการเกษตรและ Smart Agriculture ในไทย หากความร่วมมือนี้เดินต่อเนื่อง การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากฟาร์มที่ใช้เทคโนโลยีสูงในนิวซีแลนด์กับพื้นที่ผลิตขนาดใหญ่ในไทยจะสร้างจุดแข็งใหม่ของภูมิภาคได้ แต่เงื่อนไขสำคัญคือต้องไม่ปล่อยให้ความร่วมมือหยุดแค่โครงการนำร่อง
โลจิสติกส์อาเซียนและสถานะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เป้าหมายโตสามเท่า
แม้การประชุมครั้งนี้จะถูกเสนอชื่อสาขายุทธศาสตร์ 3 ด้านคืออาหาร พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขั้นสูง แต่เบื้องหลังคือการแข่งขันเพื่อเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์อาเซียนด้วย นายนฤตม์ระบุว่าการเชื่อมผู้นำภาคเอกชนกว่า 40 รายครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อต่อยอดการยกระดับสู่สถานะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์และผลักดันให้มูลค่าการค้าระหว่างกันเติบโตสามเท่าภายในปี 2588
จุดได้เปรียบของการลงทุนนิวซีแลนด์ไทยคือโครงสร้างความตกลงการค้าเสรีที่มีอยู่แล้วถึงสามฉบับ ได้แก่ TNZCEP AANZFTA และ RCEP ซึ่งรองนายกเอกนิติย้ำว่าเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดให้เกิดการค้าการลงทุนที่จับต้องได้มากขึ้นในทั้งสองทิศทาง คำถามสำคัญคือจะใช้ความได้เปรียบนี้เชื่อมโลจิสติกส์อาเซียนอย่างไร หากห่วงโซ่การผลิตอาหาร เทคโนโลยี และพลังงานสะอาดถูกออกแบบให้ใช้ภูมิภาคนี้เป็นฐานขนส่งหลัก ประเทศในภูมิภาคจะมีน้ำหนักต่อรองในเศรษฐกิจโลกมากขึ้น ไม่ใช่แค่เป็นผู้ส่งออกวัตถุดิบราคาถูก
Thailand FastPass จะเป็นตัวเร่ง หรือแค่ป้ายสวยบนกระดาษ
มาตรการ Thailand FastPass ถูกพูดถึงในฐานะเครื่องมือปลดล็อกการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ให้เดินหน้าเร็วขึ้น โดยออกแบบให้มีระบบอนุมัติแบบเร่งด่วนคล้ายกับ BOI Fast Pass และสอดคล้องกับระบบ Fast Track ของ Invest New Zealand ที่พร้อมอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนต่างชาติ บทเรียนจากหลายประเทศคือระบบเร่งรัดจะมีความหมายก็ต่อเมื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมตัดสินใจและลดขั้นตอนทับซ้อนจริง
หาก Thailand FastPass ทำงานได้ตามที่ตั้งใจ การลงทุนนิวซีแลนด์ไทยในสามสาขาเป้าหมายคือพลังงานสะอาด เกษตรอัจฉริยะ และโลจิสติกส์อาเซียน จะมีโอกาสเดินหน้าอย่างต่อเนื่องและช่วยให้เป้าหมายการเติบโตของมูลค่าการค้าสามเท่าในปี 2588 ไม่ใช่แค่คำประกาศ แต่ถ้าระบบกลายเป็นเพียงชื่อใหม่ของกระบวนการเดิม ความพยายามยกระดับสู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ก็อาจสะดุดตั้งแต่หน้าประตูอนุมัติ นี่จึงเป็นเวลาที่ทั้งรัฐและเอกชนต้องพิสูจน์ว่ากลไกที่ออกแบบมาใหม่จะสร้างผลลัพธ์ที่ต่างจากอดีตจริงหรือไม่






