TAGTHAi คืออะไร และทำไมจึงสำคัญต่อท่องเที่ยวชุมชน
แพลตฟอร์มท่องเที่ยวดิจิทัล คือระบบออนไลน์ที่รวบรวมข้อมูล สถานที่ท่องเที่ยว บริการ การชำระเงิน และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ไว้ในที่เดียว เพื่อให้นักท่องเที่ยวค้นหา วางแผน และจับจ่ายได้อย่างสะดวก ขณะเดียวกันก็เปิดช่องให้ผู้ประกอบการรายเล็กในชุมชนเข้าถึงนักเดินทางโดยตรง ช่วยเชื่อมระหว่างการเดินทางกับการค้าขายของท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
กรณีของ TAGTHAi จุดเปลี่ยนสำคัญเริ่มชัด เมื่อมีการหารืออย่างเป็นทางการระหว่างรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กับประธานกรรมการบริษัทผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ซึ่งเป็นการคุยกันตรงๆ ว่าจะใช้แพลตฟอร์มนี้เป็นสะพานเชื่อมการท่องเที่ยวกับสินค้าและบริการของเศรษฐกิจชุมชนอย่างไร ท่าทีเช่นนี้สะท้อนชัดว่ารัฐไม่ได้มองการท่องเที่ยวเป็นแค่กิจกรรมพักผ่อน แต่เป็นเครื่องมือเศรษฐกิจที่ต้องดึงผู้ประกอบการรากหญ้าเข้ามาอยู่ในเกมให้ได้

จากแพลตฟอร์มหนึ่งในตลาด สู่โครงสร้างพื้นฐานท่องเที่ยวระดับชาติ
ทิศทางที่น่าสนใจคือรัฐบาลประกาศชัดว่าจะขยับจากการเน้นแค่จำนวนนักท่องเที่ยว ไปสู่การท่องเที่ยวเชิงเศรษฐกิจที่เน้นการใช้จ่ายและระยะเวลาพำนักของนักเดินทาง การยกระดับ TAGTHAi ไปสู่ National Tourism Integration Platform จึงไม่ใช่แค่การรีแบรนด์ แต่คือการตั้งใจให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานกลางของระบบท่องเที่ยว
ตัวเลขการใช้งานไม่ได้เล็ก ปัจจุบันแพลตฟอร์มนี้มียอดดาวน์โหลดราว 4.6 ล้านครั้ง มีผู้ลงทะเบียน 507,000 ราย และมีร้านค้ากว่า 3,300 ร้านบนระบบ ประโยคที่น่าจับตาคือ “ข้อมูลจากการใช้งานแพลตฟอร์มสามารถนำมาพัฒนาเป็น Tourism Data Intelligence” เพราะนี่คือหัวใจของการทำการตลาดเชิงข้อมูล ที่สามารถบอกได้ว่านักท่องเที่ยวสนใจอะไร ใช้จ่ายที่ไหน และควรพัฒนาท่องเที่ยวชุมชนแบบใดให้ตรงกับพฤติกรรมจริง
เมื่อแพลตฟอร์มท่องเที่ยวจับมือการเงิน: TAGTHAi Easy Pay เปลี่ยนทุกการเที่ยวเป็นการค้า
อีกก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าการท่องเที่ยวกำลังกลายเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลเต็มตัว คือความร่วมมือของ TAGTHAi กับธนาคารกสิกรไทย กลุ่มสยามพิวรรธน์ เดอะมอลล์ กรุ๊ป และเอ็ม บี เค ซึ่งร่วมกันยกระดับระบบนิเวศการท่องเที่ยวและการชำระเงิน การผูกแพลตฟอร์มท่องเที่ยวเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานการเงิน ทำให้นักท่องเที่ยวไม่ต้องสลับเครื่องมือหลายอย่างให้ยุ่งยาก
หัวใจของความร่วมมือนี้คือ TAGTHAi Easy Pay บริการกระเป๋าเงินดิจิทัลสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ให้แลกเงินบาท เติมเงินเข้า e-Wallet และสแกนจ่ายผ่าน Thai QR Payment ได้ทั่วประเทศ พร้อมสิทธิประโยชน์ในศูนย์การค้าชั้นนำ เช่น ส่วนลด 300 บาทเมื่อซื้อ TAGTHAi Bangkok Pass หรือแลกรับบัตร BTS One-Day Pass ได้ฟรี 1 ใบ ทิศทางนี้ชัดเจนว่า ต้องการดึงให้ทุกการใช้จ่ายของนักเดินทางไหลผ่านระบบดิจิทัล แล้วส่งต่อถึงร้านค้าและผู้ประกอบการท้องถิ่นให้มากที่สุด

ผลกระทบต่อท่องเที่ยวชุมชน: จากร้านเล็กในหมู่บ้านสู่หน้าจอนักท่องเที่ยว
สาระสำคัญของแพลตฟอร์มนี้ไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือการเปิดเวทีให้ธุรกิจท้องถิ่นได้ยืนในสายตานักท่องเที่ยว คุณค่าจริงจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสินค้าชุมชน อาหารท้องถิ่น งานหัตถกรรม และบริการเล็กๆ ในหมู่บ้านถูกดึงเข้ามาอยู่ในระบบและถูกมองเห็นในฐานะตัวเลือกการเดินทาง ไม่ใช่แค่ของฝากท้ายทริป
การที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศพร้อมทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยและสินค้าที่มีศักยภาพเข้าสู่ระบบ เป็นสัญญาณชัดว่านี่ไม่ใช่โครงการเทคโนโลยีที่อยู่โดดเดี่ยว แต่มีภาครัฐช่วยดึงเครือข่ายท่องเที่ยวชุมชนและ SME ท่องเที่ยวเข้ามาร่วม การจัดทำแคตตาล็อกสินค้าชุมชนและผ้าไทยบนแพลตฟอร์ม ก็ยิ่งทำให้ “การซื้อของ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์เดินทางอย่างแท้จริง
อนาคตของการกระจายรายได้ท้องถิ่นผ่านแพลตฟอร์มเดียว
เมื่อมองไปข้างหน้า แนวคิดยกระดับ TAGTHAi ให้เป็นแพลตฟอร์มบูรณาการท่องเที่ยวระดับชาติหมายความว่า นักท่องเที่ยวจะใช้แอปเดียววางแผนทริป เข้าถึงข้อมูล และจ่ายเงินแบบไร้รอยต่อ ขณะที่ภาครัฐและเอกชนหลายหน่วยไม่ต้องสร้างแพลตฟอร์มซ้ำซ้อนอีกต่อไป นี่คือทิศทางที่มีเหตุผลทั้งเชิงประสิทธิภาพและเชิงเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม หากต้องการให้การกระจายรายได้ท้องถิ่นเกิดขึ้นจริง แพลตฟอร์มต้องไม่หยุดแค่ตัวเลขดาวน์โหลดหรือสิทธิประโยชน์ในเมืองใหญ่ แต่ต้องลงลึกถึงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการชุมชน ให้พร้อมขายในโลกดิจิทัล ทั้งด้านคุณภาพสินค้า เนื้อหาออนไลน์ และบริการหน้างาน บทสรุปคือ TAGTHAi เปิดประตูให้แล้ว แต่การที่ท่องเที่ยวชุมชนและ SME ท่องเที่ยวจะก้าวผ่านประตูนี้ได้หรือไม่ ยังขึ้นอยู่กับการสนับสนุนต่อเนื่องและการมีเสียงของชุมชนในโต๊ะออกแบบแพลตฟอร์มด้วย






