Pajero Generation 5 คืออะไร และทำไมสายลุยต้องให้ความสนใจ
Pajero Generation 5 สเปกใหม่คือรถเอสยูวีสไตล์ Cross-Country ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มเจเนอเรชันล่าสุด เน้นการขับขี่ออฟโรดควบคู่กับความสบายทางไกล ใช้เครื่องดีเซล 2.4 ลิตรเทอร์โบแปรผันกำลัง 204 แรงม้า ระบบขับเคลื่อน 4WD ใหม่พร้อมโหมดการขับหลากหลาย รองรับเบาะ 3 แถว 7 ที่นั่งเพื่อการเดินทางของครอบครัวและการบรรทุกสัมภาระ การออกแบบตัวถังทรงกล่องและมิติตัวรถที่ใหญ่ช่วยให้ภาพลักษณ์ใกล้เคียงรถออฟโรดพรีเมียมกลุ่มเดียวกับ Prado และ Everest แต่สื่อสารชัดว่าตั้งใจเป็นรถลุยที่ใช้งานทุกวันได้ ไม่ใช่แค่รถแข่งดักการ์ในตำนานอีกต่อไป การเปิดตัวเจเนอเรชันที่ 5 อย่างเป็นทางการถูกย้ำชัดว่าเป็นการกลับมาของ “ราชาออฟโรด” สไตล์ Cross-Country SUV ขณะเดียวกันมีการประกาศสเปกสำหรับตลาดนี้ออกมาครบถ้วน จุดสำคัญคือแนวทางออกแบบที่เปลี่ยนจากเอสยูวีทรงเหลี่ยมหรู ไปสู่ทรงกล่องเน้นเนื้อที่ใช้สอยและความแกร่งอย่างจริงจัง ทำให้ภาพรวม Pajero ใหม่ดูเป็นรถลุยสายครอบครัวที่กล้าไปชนกลุ่มพรีเมียมมากขึ้น โดยไม่ทิ้งรากเหง้าออฟโรด

ดีเซล 2.4 ลิตร 204 แรงม้าและระบบ 4WD ใหม่คือหัวใจของสายออฟโรด
จุดที่ทำให้ Pajero Generation 5 น่าสนใจสำหรับคนซื้อรถออฟโรด 7 ที่นั่งคือเครื่องดีเซล 2.4 ลิตร รหัส 4N16 GEN2 เทอร์โบแปรผันแบบ Single Variable-Geometry Turbocharger ให้กำลัง 204 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาทีและแรงบิด 480 นิวตันเมตรที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดพร้อมโหมดสปอร์ตและ Paddle Shift ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่า Pajero ใหม่ไม่ได้มาเล่นในฝั่งประหยัดอย่างเดียว แต่เน้นสมรรถนะลากของหนักและยึดเกาะทางชันอย่างจริงจัง โควตหนึ่งที่น่าจับตาคือ “ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II มีให้เลือกถึง 4 รูปแบบและโหมดการขับ 7 โหมด ทำงานร่วมกับระบบ Super-All Wheel Control” การมีทั้ง 2H, 4H, 4HLc และ 4LLc พร้อมโหมด NORMAL, ECO, POWER, SAND, GRAVEL, SNOW, MUD แปลว่าผู้ใช้สามารถปรับบุคลิกการลุยตามพื้นผิวได้ละเอียดกว่ารถออฟโรดทั่วไป ในเชิงภาพรวมระบบนี้ทำให้ Pajero ใหม่มีของไปสู้กับคู่แข่งสายจริงจังอย่าง Prado ที่เด่นด้านช่วงล่าง และ Everest ที่ขึ้นชื่อเรื่องอิเล็กทรอนิกส์ช่วยลุยได้แบบไม่เสียหน้า

ตัวถังทรงกล่องและห้องโดยสาร 7 ที่นั่ง สไตล์ครอสคันทรีสายครอบครัว
ดีไซน์ภายนอกของ Pajero Generation 5 มาในทรงกล่องชัดเจน เล่นเส้นสันตั้งแต่กระจังหน้าแนวนอนสไตล์ Kendo Mask ในรุ่นเริ่มต้นและรุ่นกลาง และลายรังผึ้ง Honeycomb ในรุ่นท็อป พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED รูปตัวทีลากยาวบนโลโก้และไฟหน้า LED ทรงเล็ก มิติตัวรถยาว 4,920 มิลลิเมตร กว้าง 1,925 มิลลิเมตร สูง 1,910 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,870 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดจากพื้น 230 มิลลิเมตร และความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร ตัวเลขระยะต่ำสุดจากพื้น 230 มิลลิเมตรบอกชัดว่าตั้งใจให้ลุย ไม่ใช่แค่เอสยูวีสูงกว่ารถเก๋งเล็กน้อย เมื่อเทียบภาพรวมกับ Prado และ Everest แล้ว Pajero ใหม่ไปอยู่ในกลุ่ม Cross-Country SUV เต็มตัว มิติยาวและฐานล้อใหญ่ช่วยให้เนื้อที่เบาะสามแถวใช้งานจริงได้ เบาะหน้าไฟฟ้าปรับ 8 ทิศทาง มีระบบจดจำตำแหน่ง เบาะตอนที่สองเลื่อน 150 มิลลิเมตร พับแบบ 60:40 และตอนที่สามพับ 50:50 ทำให้รถออฟโรด 7 ที่นั่งคันนี้ตอบโจทย์ทั้งการนั่งเต็มคันและการแปลงพื้นที่บรรทุกสัมภาระ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ซื้อครอบครัวมักให้ความสำคัญไม่แพ้สมรรถนะลุย

เทคโนโลยีภายในและสเปกรุ่นย่อย สายพรีเมียมต้องการอะไรจาก Pajero ใหม่
ภายใน Pajero Generation 5 พยายามตอกย้ำภาพแฟล็กชิปมากกว่ารถลุยดิบ ๆ ด้วย Monolithic Dual Display ที่รวมมาตรวัดดิจิทัลและจออินโฟเทนเมนต์ โดยมีให้เลือกทั้งชุด 12.3 นิ้วในรุ่นเริ่มต้นและรุ่นกลาง และจอใหญ่ 14.3 นิ้วในรุ่นท็อป รองรับ Android Auto และ Apple CarPlay แบบไร้สาย ฟังก์ชัน “มัลติมิเตอร์” แสดงความสูงจากระดับน้ำทะเล เข็มทิศ อุณหภูมิภายนอก องศาความลาดชันและการกระจายแรงบิดซ้ายขวาแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นของเล่นที่คนขึ้นเขาลงเนินจะได้ใช้มากกว่าคนขับในเมือง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 3 โซนช่วยให้ทุกแถวตั้งอุณหภูมิแยกอิสระได้ ลำโพง Dynamic Sound Yamaha Ultimate 12 จุดพร้อมแอมพลิฟายเออร์ 2 ชุดและระบบชดเชยเสียงรบกวนมีในรุ่นกลางและรุ่นท็อป ส่วนรุ่นเริ่มต้นมีลำโพง 6 จุด วัสดุภายในใช้เทคนิค Kimekomi และตะเข็บรูปตัว S บนหนังสังเคราะห์คุณภาพสูง รวมถึงกระจก Acoustic Glass รอบคัน สิ่งเหล่านี้ทำให้ Pajero ใหม่ยกระดับไปใกล้กลุ่มพรีเมียมอย่างจริงจัง ผู้ซื้อที่เคยมองว่า Pajero เป็นรถลุยแข็ง ๆ จะต้องยอมรับว่าครั้งนี้ความสบายและความเงียบเป็นจุดขายหลักไม่แพ้สมรรถนะ

ภาพรวมสเปกไทย 3 รุ่นย่อย และทิศทางต่อไปในตลาดออฟโรด
ในสเปกไทย Pajero Generation 5 เปิดขาย 3 รุ่นย่อยคือรุ่นเริ่มต้น รุ่นกลาง และรุ่นท็อป โดยเป็นครั้งแรกที่มีรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อให้เลือกควบคู่กับรุ่น 4WD นี่คือสัญญาณว่าแบรนด์ต้องการเปิดกว้างให้คนที่ชอบภาพลักษณ์รถลุย แต่ใช้งานหลักบนถนนดำและห่วงความคุ้มค่าค่าใช้จ่าย ดูแผนแล้วรถรุ่นนี้ผลิตจากโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบังและเตรียมเปิดราคาอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 ตุลาคม จากนั้นจะขยายสู่ตลาดอื่นต่อไป ในระดับโลกมีการระบุว่า Pajero ใหม่เตรียมเปิดขายในประเทศต้นทางและออสเตรเลียช่วงปลายปี 2026 และวางแผนทำตลาดกว่า 100 ประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2027 สำหรับตลาดออฟโรดพรีเมียม นี่คือการกลับมาท้าชนกับ Prado และ Everest ในมุมที่แตกต่าง เน้น Cross-Country SUV ที่ลุยได้ เทคโนโลยีเยอะ และรองรับครอบครัวเต็มรูปแบบ ผู้ซื้อที่กำลังมองหารถออฟโรด 7 ที่นั่งสมรรถนะสูงแต่ยังต้องการความสบายและความทันสมัย จึงควรจับตาดูราคาและแพ็กเกจออปชันในวันเปิดตัวอย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นตัวชี้ชัดว่ารถคันนี้จะขึ้นไปยืนตรงไหนในสมรภูมิสายลุยระดับพรีเมียม







