ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

คนไทยเที่ยวต่างประเทศทะลุสถิติใหม่ จีนขึ้นแท่นจุดหมายเบอร์หนึ่ง

คนไทยเที่ยวต่างประเทศทะลุสถิติใหม่ จีนขึ้นแท่นจุดหมายเบอร์หนึ่ง
ความสนใจ|ที่เที่ยวต่างประเทศ

นิยามกระแสคนไทยเที่ยวต่างประเทศยุคใหม่

กระแสคนไทยเที่ยวต่างประเทศคือปรากฏการณ์ที่ผู้เดินทางจากไทยออกไปใช้เวลาพักผ่อน ทำงาน ศึกษา และเยี่ยมญาติในต่างแดน โดยยอมจ่ายเงินและเวลาเพื่อประสบการณ์ข้ามพรมแดน การเดินทางเหล่านี้สะท้อนทั้งกำลังซื้อ รสนิยมในการเลือกจุดหมายปลายทาง และความมั่นใจต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและโลก ซึ่งกำลังเปลี่ยนโฉมสมดุลการท่องเที่ยวในภูมิภาคอย่างชัดเจน ตัวเลขล่าสุดยืนยันว่าคนไทยไม่ได้แค่กลับมาเที่ยวเมืองนอก แต่กำลังเที่ยวหนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ปี 2568 มีคนไทยเดินทางเที่ยวต่างประเทศ 13.06 ล้านคนและใช้จ่ายรวม 5.59 แสนล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ทั้งในแง่จำนวนคนและการใช้จ่าย เฉลี่ยแล้วเงินไหลออกจากประเทศเพื่อการท่องเที่ยวต่างแดนกว่า 1,530 ล้านบาทต่อวัน หรือประมาณ 42,790 บาทต่อทริป คิดเป็น 6,609 บาทต่อวัน ตัวเลขนี้บอกชัดว่าคนไทยกำลังถือกระเป๋าเดินทางกับกระเป๋าสตางค์ไปพร้อมกัน ไม่ใช่เที่ยวแบบรัดเข็มขัดอีกต่อไป

คนไทยเที่ยวต่างประเทศทะลุสถิติใหม่ จีนขึ้นแท่นจุดหมายเบอร์หนึ่ง

ทำไมจีนจึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่ง

การที่จีนกลายเป็นจีนจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของคนไทยไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สะท้อนว่าคนไทยกำลังให้ความสำคัญกับความง่ายและความคุ้มค่าในการเดินทางมากกว่าชื่อประเทศหรูหรา ฟรีวีซ่าจีนคือชนวน แต่สิ่งที่ผลักดันให้คนแห่ไปคือสมการระหว่างราคา ประสบการณ์ และเวลา จีนดึงดูดนักเดินทางไทย 3.06 ล้านคน เกือบหนึ่งในสี่ของคนไทยที่ออกเที่ยวต่างประเทศทั้งหมด และโกยรายจ่ายรวมกว่า 120,253 ล้านบาท หรือราว 39,317 บาทต่อทริป พำนักเฉลี่ย 6.9 วัน ใช้เงินวันละประมาณ 5,670 บาท ตัวเลขนี้ต่ำกว่าญี่ปุ่นราว 24% แต่ยังให้ประสบการณ์ครบ ทั้งมหานคร เมืองประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ ไปจนถึงเมืองหิมะ ข้อตกลงยกเว้นวีซ่าถาวรไทย–จีนที่มีผลตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 ลดต้นทุนด้านเงินและเวลา ทำให้การไปจีนกลายเป็นการตัดสินใจที่ไม่ซับซ้อนของคนไทยที่อยากเที่ยวเอเชียตะวันออกแบบคุ้มค่า คำพูดเดียวที่จับใจสาระของกระแสนี้คือ “ฟรีวีซ่าช่วยลดอุปสรรค ส่วนความคุ้มค่าช่วยให้จีนแข่งขันกับจุดหมายอื่นได้ดีขึ้น” เมื่อคนไทยเห็นว่าค่าใช้จ่ายไม่โหดเกินไปแต่สิ่งที่ได้รับกลับมาหลากหลาย จีนจึงขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งเร็วกว่าที่หลายคนคาด

มาเลเซีย ลาว ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร สะท้อนกลยุทธ์ดึงนักเดินทางต่างกัน

ห้าอันดับปลายทางยอดฮิตที่คนไทยเที่ยวต่างประเทศมากที่สุดคือจีน มาเลเซีย ลาว ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร แต่ละประเทศไม่ได้ชนะใจคนไทยด้วยสูตรเดียวกัน สิ่งนี้สะท้อนว่าเกมท่องเที่ยวสมัยใหม่คือการแข่งขันด้านความสะดวก การเชื่อมต่อ และประสบการณ์ มากกว่าการอัดโปรโมชั่นราคาถูกเพียงอย่างเดียว มาเลเซียขึ้นอันดับสองด้วยนักเดินทางไทย 1.72 ล้านคน ใช้จ่ายรวมประมาณ 33,381 ล้านบาท หรือราว 19,407 บาทต่อทริป พำนักเฉลี่ย 4.2 วัน ใช้เงินวันละ 4,652 บาท จุดแข็งคือพรมแดนติดกัน เดินทางได้ทั้งรถยนต์ รถโดยสาร รถไฟ และเครื่องบิน ทำให้การไปเที่ยวหรือช้อปปิงไม่ต้องวางแผนยุ่งยาก การที่เมืองใหญ่อย่างกัวลาลัมเปอร์ ปีนัง ยะโฮร์บาห์รู เป็นทั้งเมืองท่องเที่ยวและฮับการเดินทาง ยิ่งตอกย้ำว่า Accessibility กลายเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันเต็มตัว ลาวในอันดับสาม มีคนไทยไปเที่ยว 1.44 ล้านคน ใช้จ่ายประมาณ 22,057 ล้านบาท หรือราว 15,313 บาทต่อทริป พำนักเฉลี่ย 3.6 วัน ใช้เงินวันละ 4,229 บาท สิ่งที่เปลี่ยนเกมคือรถไฟลาว–จีนที่เปิดปี 2564 ทำให้การเดินทางจากเวียงจันทน์ไปวังเวียงและหลวงพระบางเร็วขึ้นและเชื่อมต่อไปจีนตอนใต้ได้ง่าย Connectivity ที่ดีจึงไม่ได้มีผลต่อการค้าเท่านั้น แต่ยังทำให้คนไทยมองลาวเป็นทริปสั้นที่ “ไปถึงไว ใช้เวลาไม่เปลือง” ญี่ปุ่นอยู่อันดับสี่ด้วยนักเดินทาง 1.23 ล้านคน แต่ครองตำแหน่งตลาดพรีเมียม คนไทยใช้จ่ายรวม 63,269 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 51,558 บาทต่อทริป เห็นชัดว่าคนไทยยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่ออาหาร วัฒนธรรม ความปลอดภัย และระบบขนส่งที่มั่นใจได้ ด้านสหราชอาณาจักรซึ่งอยู่ในห้าอันดับแรก เป็นตลาดไกลที่เติบโตถึง 39.7% มีคนไทยเดินทาง 4.92 แสนคน ใช้เงินเฉลี่ยสูงถึง 131,089 บาทต่อทริป จากการพำนักยาว 13.6 วัน ทั้งเพื่อท่องเที่ยว ศึกษา และเยี่ยมญาติ นี่คือสัญญาณว่าตลาดระยะไกลยังมีแรงส่งเมื่อสามารถตอบโจทย์ประสบการณ์เชิงลึก

กรณีเกาหลีใต้ ชี้ให้เห็นด้านมืดของความไม่แน่นอนในการเดินทาง

ในขณะที่จีนและเพื่อนบ้านกำลังเก็บเกี่ยวประโยชน์จากคนไทยเที่ยวต่างประเทศ เกาหลีใต้กลับกลายเป็นกรณีศึกษาเรื่องผลกระทบของความไม่แน่นอนด้านนโยบายต่อการตัดสินใจของนักเดินทาง แม้กระแสซีรีส์และเพลงยังแรง แต่การไปเยือนเริ่มไม่คุ้มต้นทุนทางใจและเวลา ก่อนโควิด ปี 2562 มีคนไทยไปเกาหลีใต้กว่า 5.59 แสนคน แต่ปี 2568 เหลือประมาณ 3.28 แสนคน ลดลง 13.8% จากปีก่อน และร่วงไปอยู่อันดับ 13 ในชาร์ตปลายทางยอดฮิต สาเหตุไม่ได้มาจากการหมดเสน่ห์ แต่จากปัญหาการลักลอบทำงานผิดกฎหมายที่ทำให้มาตรการตรวจคนเข้าเมืองเข้มงวดขึ้นมาก จนเกิดกรณีนักท่องเที่ยวถูกปฏิเสธเข้าเมืองซ้ำๆ สำหรับคนไทยที่อยากไปเที่ยวเอเชียตะวันออก ความเสี่ยงว่าจะไม่ผ่านด่านกลายเป็นต้นทุนที่มองเห็นชัดเจน บทเรียนจากเกาหลีใต้คือ การแข่งขันด้านท่องเที่ยวไม่ได้วัดกันที่แหล่งท่องเที่ยวหรือราคาอย่างเดียว แต่รวมถึงการทำให้การเดินทางง่าย สะดวก และปลอดความไม่แน่นอน ผู้เดินทางยุคใหม่ไม่ต้องการลุ้นกับด่านตรวจคนเข้าเมือง เมื่อมีทางเลือกอื่นที่เดินทางราบรื่นกว่า ก็พร้อมจะเปลี่ยนจุดหมายทันที

ภาพรวมและข้อคิดต่อภูมิทัศน์ท่องเที่ยวภูมิภาค

เมื่อมองภาพรวม การทำนิวไฮ 13.06 ล้านคนพร้อมเงินสะพัด 5.59 แสนล้านบาท บอกเราว่าความต้องการเดินทางของคนไทยฟื้นตัวเต็มที่และขยายวงกว้าง ไม่ใช่ปรากฏการณ์ชั่วคราวจากฟรีวีซ่าจีน เพราะแม้ตัดรายจ่ายไปจีนออก รายจ่ายท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยก็ยังสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์อยู่ดี คนไทยกำลังใช้พาสปอร์ตเป็นเครื่องมือเปิดโลกและใช้เงินซื้อประสบการณ์แทนสินค้าจับต้องได้ สิ่งที่แต่ละปลายทางทำแล้วเห็นผลชัด คือการลดอุปสรรค เพิ่มความคุ้มค่า และออกแบบประสบการณ์ในแบบที่คนไทย “ยอมจ่าย” มากขึ้น จีนใช้ฟรีวีซ่าจีนบวกความคุ้มค่าของค่าใช้จ่าย มาเลเซียชูความใกล้และการเดินทางที่เข้าถึงง่าย ลาวลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมเมืองท่องเที่ยว ญี่ปุ่นเน้นคุณภาพและเอกลักษณ์ให้คนไทยยอมจ่ายแพง ส่วนกรณีเกาหลีใต้เตือนว่า ความไม่แน่นอนคือศัตรูของแผนเที่ยว คำสรุปจึงง่ายแต่ชัดเจน หากประเทศใดอยากอยู่ในลิสต์คนไทยเที่ยวต่างประเทศ ต้องคิดให้ครบทั้งฟรีวีซ่าหรือมาตรการอำนวยความสะดวก ระบบขนส่งที่ดี ราคาที่คุ้มค่า และประสบการณ์ที่ทำให้คนไทยรู้สึกว่าทุกบาทที่จ่ายมีเรื่องเล่ากลับมาด้วย

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!