รัสเซียบุกจอหนังไทยด้วยรัก ความหวัง และชัยชนะ
เทศกาลภาพยนตร์รัสเซียกำลังจะพาผู้ชมชาวไทยดื่มด่ำไปกับโลกของภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วย ความรัก ความหวัง และการต่อสู้เพื่อเอาชนะชะตากรรม ตลอดสามวันในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 25–27 เมษายน
งานนี้เปิดให้ชม ฟรี พร้อมขนเอาภาพยนตร์ร่วมสมัยที่คัดแล้วว่าดีที่สุด มาให้คนไทยได้รู้จักรัสเซียในมุมที่ลึกกว่าแค่ในข่าวหรือหน้าหนังสือเรียน
เทศกาลที่มากกว่าคำว่า “ฉายหนัง”
เทศกาลจะจัดขึ้นที่โรงภาพยนตร์ House Samyan โดยมี ROSKINO เป็นผู้จัดหลัก ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรมของรัสเซีย และสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย
ผู้ชมจะได้พบกับภาพยนตร์นานาชนิด ตั้งแต่
นิทานและหนังผจญภัยแบบแฟนตาซี
ดราม่าเข้มข้นที่แตะเรื่องลึกลับและความเชื่อ
เรื่องเล่าการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิต
ตัวละครที่ต้องอาศัย พลังใจและความหวัง เพื่อผ่านบททดสอบมหาศาล
ทั้งหมดนี้คือการใช้ภาพยนตร์เป็นสะพานเชื่อม วัฒนธรรม–ประวัติศาสตร์–หัวใจคนดู เข้าหากัน
125 ปีแห่งมิตรภาพรัสเซีย–ไทย บนจอใหญ่
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมรัสเซีย โอลกา ลูบิโมวา เล่าว่ารัสเซียและไทยมีสายสัมพันธ์ยาวนานกว่า 125 ปี ปีแห่งการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศเพิ่งสิ้นสุดลงไป แต่เทศกาลหนังครั้งนี้จะเป็น อีกก้าวสำคัญในการสานความผูกพันผ่านภาพยนตร์
เธอหวังว่าผู้ชมชาวไทยจะได้
สัมผัสความรุ่มรวยของวัฒนธรรมรัสเซีย
เรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะ สงครามโลกครั้งที่สอง
เห็นชีวิตผู้คนในช่วงเวลาที่ยากที่สุด ผ่านสายตาและหัวใจของคนทำหนังรัสเซีย
ไทยบนแผนที่เทศกาลหนังรัสเซีย
เอลซ่า อันโตโนวา ซีอีโอของ ROSKINO เล่าว่า ประเทศไทยถูกบรรจุเข้าเป็นจุดหมายหลักของเทศกาลหนังรัสเซียตั้งแต่ปี 2565 และนับจากนั้นเป็นต้นมา ROSKINO ก็เดินหน้า พาหนังรัสเซียหลากหลายแนวมาเจอคนไทยอย่างสม่ำเสมอ
รอบนี้โปรแกรมเข้มข้นเป็นพิเศษ เพราะมีทั้ง
หนังทำเงินถล่มทลายจากผู้กำกับรัสเซียชื่อดัง
ผลงาน เรื่องยาวเรื่องแรก ของคนทำหนังรุ่นใหม่ที่เคยคว้ารางวัลจากเทศกาลต่างประเทศมาแล้ว
ประเทศไทยในตอนนี้ยังกลายเป็น โลเคชั่นในฝันของทีมสร้างซีรีส์และโปรเจกต์หนังร่วมผลิต จากรัสเซีย ความร่วมมือในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์กำลังเติบโต และ ROSKINO ก็กำลังมองหาทางผลักดันให้หนังรัสเซียเข้าร่วมเทศกาลหนังนานาชาติใหญ่ๆ ในไทยให้มากยิ่งขึ้น
“หัวใจคุณธรรม”: หนังสงครามที่พูดเรื่องศรัทธาและการเอาชีวิตรอด
หนึ่งในไฮไลต์ของเทศกาลคือภาพยนตร์สงครามเรื่อง “หัวใจคุณธรรม” (2023 กำกับโดย เซอร์เกย์ อูร์ซูลยัก)
เรื่องราวพาผู้ชมย้อนกลับไปในปี 1942 เมื่อนายทหารกองทัพแดง นิโคไล คิเซเลฟ ได้รับภารกิจแทบเป็นไปไม่ได้ นั่นคือการพาชาวยิวกว่า 200 ชีวิตหนีออกจากดินแดนเบลารุสที่ถูกยึดครองหลังแนวหน้า
ในกลุ่มผู้ลี้ภัยนั้นมีทั้ง
ผู้สูงอายุที่แทบไร้เรี่ยวแรง
ผู้หญิงที่ต้องหอบทุกอย่างเท่าที่เหลือ
เด็กๆ ที่หนีความตายมาอย่างหวุดหวิด
พวกเขาต้องเดินเท้าผ่านเส้นทางในป่าหลายร้อยกิโลเมตร ขณะที่หัวใจยังเต็มไปด้วยแผลจากการสูญเสีย ความหิวโหย และความกลัว
ท่ามกลางความมืดมน หนังเรื่องนี้ถามคำถามสำคัญว่า
เมื่อทุกอย่างถูกพรากไปหมดแล้ว คนเรายังเหลืออะไรให้ยึดไว้?
ศรัทธา ความหวัง และความดีงามยังมีที่ยืนท่ามกลางสงครามหรือไม่?
“หัวใจคุณธรรม” กวาดทั้งรางวัลและคำชื่นชมจากเทศกาลหนังใหญ่ๆ ในรัสเซีย ผู้กำกับ เซอร์เกย์ อูร์ซูลยัก ยังคว้ารางวัล Moscow International Film Festival Prize ปี 2024 จากผลงานที่ช่วยยกระดับชื่อเสียงวงการหนังรัสเซียบนเวทีโลก
“ตำนานแห่งหิมะอันเป็นนิรันดร์”: ความรัก ความลับ และหิมะไม่มีวันละลาย
ภาพยนตร์เรื่อง «ตำนานแห่งหิมะอันเป็นนิรันดร์» (2024 กำกับโดย อเล็กซี่ โรมานอฟ) จะเปิดโลกให้ผู้ชมชาวไทยได้รู้จัก หนังยาคุต ที่มีภาษาภาพและรหัสวัฒนธรรมเป็นของตัวเองอย่างชัดเจน
เรื่องราวพาผู้ชมเดินทางไปยังยาคุเตียในศตวรรษที่ 19 เจ้าสาวคนหนึ่งถูกพาตัวไปหาชายชราที่เธอไม่ได้รัก การเดินทางอันยาวนานและทรหดท่ามกลาง หิมะหนาที่ปกคลุมทุกอย่าง ค่อยๆ เผยให้เห็นความลับที่ไม่มีใครอยากพูดถึง
จุดเด่นของเรื่องนี้คือบรรยากาศเข้มข้นและรายละเอียดทางวัฒนธรรม ทั้ง
เครื่องแต่งกายประจำชาติ
ของใช้ในชีวิตประจำวันของชาวเหนือ
เสียงภาษาอีเวนกี้ที่ช่วยสร้างบรรยากาศชวนหลงใหล
หนังเรื่องนี้ถูกคัดเข้าร่วมประกวดในการแข่งขันหลักของ Asia World Film Festival 2024 (สหรัฐอเมริกา) และยังไปปรากฏตัวในโปรแกรมพิเศษของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติรอตเทอร์ดัม ครั้งที่ 54 รวมถึงคว้ารางวัลจากทั้งเทศกาลในรัสเซียและต่างประเทศ
สำหรับคนที่อินกับ หนังรักท่ามกลางธรรมชาติสุดโหดและชะตากรรมที่หลีกไม่พ้น เรื่องนี้คือหมัดตรงใส่หัวใจ
“เรือเหาะผจญภัยแดนมหัศจรรย์”: นิทานเพลงสำหรับทั้งครอบครัว
ถ้าอยากหาหนังที่จะดูได้ทั้งครอบครัวในโรง เรื่องที่ไม่ควรพลาดคือภาพยนตร์เพลง “เรือเหาะผจญภัยแดนมหัศจรรย์” (2024 กำกับโดย อิลยา อูชิเทล)
หนังจะพาคุณเข้าไปในโลกเทพนิยายแบบจัดเต็มทั้งโปรดักชัน ฉาก และเสื้อผ้าสุดตระการตา มีทีมงานกว่า 80 คนที่ทำงานเกี่ยวกับคอสตูมเพียงอย่างเดียว และออกแบบชุดกว่า 1,500 ชุด
แรงบันดาลใจของคอสตูมมาจากทั้ง
งานภาพของศิลปินชื่อดังอย่าง อิวาน บิลิบิน และ อัลฟอนเซ่ มูชา
ดีไซน์ของแฟชั่นไอคอนอย่าง วิเวียน เวสต์วูด และ เอลซ่า เชียปาเรลลี
ตามเนื้อเรื่อง กษัตริย์ตั้งใจให้เจ้าหญิงแต่งงานกับชายหนุ่มรูปหล่อร่ำรวย แต่เจ้าหญิงกลับเชื่อใน ความรักมากกว่าความสมบูรณ์แบบบนกระดาษ
เมื่อเธอได้พบกับกะลาสีหนุ่มผู้เรียบง่าย ซื่อสัตย์ และมีเสน่ห์แบบไม่ต้องพยายาม แผนการช่วงชิงบัลลังก์ของเศรษฐีเจ้าเล่ห์ก็เริ่มสั่นคลอน
นี่คือหนังที่ผสม โรแมนติก–แฟนตาซี–เพลง–ภาพสวย เข้าไว้ด้วยกัน เหมาะสุดๆ สำหรับคนที่อยากดู “นิทานบนจอ” ที่พูดเรื่องความรักอย่างอบอุ่น
เสียงของคนทำหนังรุ่นใหม่: เติบโต เจ็บปวด และการหาทางรอด
เทศกาลครั้งนี้ไม่ได้มีแค่หนังใหญ่จากผู้กำกับรุ่นเก๋า แต่ยังเปิดพื้นที่ให้กับ ผู้กำกับรุ่นใหม่จากรัสเซีย ที่ใช้หนังเป็นเวทีพูดถึงสิ่งที่ค้างคาในใจ
ประเด็นที่พวกเขาหยิบมาคุยบนจอมีทั้ง
ความขัดแย้งระหว่างรุ่น
การเติบโตที่เจ็บปวดกว่าที่ใครคิด
โรงเรียน ครอบครัว และแรงกดดันที่ผลักคนหนุ่มสาวไปจนสุดขอบ
สองเรื่องที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ “ลาปิน” และ “110” ซึ่งถือเป็นผลงานเรื่องยาวเรื่องแรกของบัณฑิตจาก สถาบันภาพยนตร์และโทรทัศน์แห่งรัฐเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก หนึ่งในสถาบันภาพยนตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของรัสเซีย
“110”: เมื่อเรื่องร้ายในโรงเรียนบานปลายเกินคาดคิด
ภาพยนตร์เรื่อง “110” (2023 กำกับโดย อิลยา มิคีฟ) พาผู้ชมเข้าไปเผชิญหน้ากับเรื่องเศร้าที่เกิดขึ้นในโรงเรียนแห่งหนึ่ง การสืบสวนดูเหมือนจะเป็นเพียงการค้นหาความจริง แต่กลับค่อยๆ นำทุกคนไปสู่ ผลลัพธ์ที่อันตรายเกินกว่าจะคุมได้
หนังเรื่องนี้สะท้อนด้านมืดที่มักถูกปกปิดไว้ในระบบการศึกษาและชีวิตวัยรุ่น เป็นการตั้งคำถามกับทั้งผู้ใหญ่และเด็กว่า
ใครกันแน่ที่ต้องรับผิดชอบต่อบาดแผลของคนหนุ่มสาว?
เราปล่อยให้เสียงของพวกเขาถูกกลบไปตั้งแต่เมื่อไร?
“110” ได้รับรางวัล Best National Feature Debut Prize จาก One Sixth International Film Festival of Eurasian Debuts 2024 และคว้ามาอีกสองรางวัลคือ นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม และภาพยนตร์ภาพยอดเยี่ยม จากเทศกาลภาพยนตร์รัสเซียฤดูหนาวของ Art-Drawing Cinema ปี 2023
“ลาปิน”: เมื่อการวิ่งกลายเป็นทางหนีเดียวของหัวใจ
ภาพยนตร์เรื่อง “ลาปิน” (2024 กำกับโดย วลาด คราสโนสโลโบดเซฟ และ อัสยา โอเลชเควิช่วย) เล่าเรื่องของวัยรุ่นคนหนึ่งที่ชีวิตถูกสั่นสะเทือนหลังพ่อแม่หย่าร้าง
เขาต้องย้ายไปโรงเรียนใหม่และเจอกับแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากเพื่อน สังคม และความคาดหวังที่ไม่เคยถามใจเจ้าตัวเลยว่าไหวไหม
เพื่อจะหนีจากความจริงที่รับไม่ไหว เขาเลือก การวิ่ง เป็นทางออกเดียวที่ยังควบคุมได้
นี่คือหนังที่คนดูหลายคนอาจรู้สึกว่า “นี่มันชีวิตชั้นเอง” โดยเฉพาะใครที่เคยผ่านช่วงวัยที่ต้องโตทั้งที่ยังไม่พร้อม และเคยใช้กิจกรรมอย่างกีฬา งาน หรือความสัมพันธ์ มาเป็นที่หลบภัยชั่วคราวจากความจริงที่ไม่อยากเผชิญ
ร่องรอยจากสองปีที่ผ่านมา: หนังและแอนิเมชันที่คนไทยยังจำได้
ก่อนหน้านี้ ROSKINO เคยจัดเทศกาลภาพยนตร์รัสเซียในประเทศไทยมาแล้วในปี 2565–2566 รายการในครั้งนั้นมีทั้งหนังและแอนิเมชันที่หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ เช่น
“World Champion”
“Palma”
“One”
“I Want to Get Married”
“Sputnik”
“Bolshoi”
แอนิเมชัน “Three Cats”
แอนิเมชัน “Chink: Tailed Detective”
การฉายทุกครั้งดึงดูดความสนใจจากผู้ชมในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นฐานแฟนหนังรัสเซียในไทยที่กำลังขยายตัวแบบเงียบๆ แต่มั่นคง
จากเทศกาลหนัง สู่สะพานสร้างสรรค์ระหว่างสองประเทศ
ความร่วมมือด้านภาพยนตร์ระหว่างรัสเซียและไทยไม่ได้หยุดแค่ในโรงหนัง แต่ยังถูกต่อยอดในระดับนโยบาย เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ด้วย
มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง
สำนักงานรัสเซียเพื่อการริเริ่มเชิงกลยุทธ์ เพื่อผลักดันโปรเจกต์ใหม่ๆ
สำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย
ข้อตกลงนี้ถูกลงนามในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 และจะช่วยสนับสนุนการจับมือกันทางด้านครีเอทีฟ คอนเทนต์ และโปรเจกต์ภาพยนตร์ในอนาคต
สรุป: ถ้าคุณรักหนัง นี่คือโอกาสทอง
เทศกาลภาพยนตร์รัสเซียในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเอาหนังต่างประเทศมาฉาย แต่คือการชวนเรามองโลกผ่านสายตาอีกวัฒนธรรมหนึ่ง ทั้ง
หนังสงครามที่พูดเรื่องศรัทธาและความดี
หนังรักท่ามกลางหิมะและประเพณีเก่าแก่
นิทานเพลงที่สวยจนอยากหยุดเฟรมทุกวินาที
ดราม่าวัยรุ่นที่เอาเรื่องเจ็บๆ มาวางตรงหน้าอย่างไม่หลบสายตา
สำหรับคนรักหนังโดยเฉพาะสาย หนังรัก–ดราม่า–ครอบครัว–เติบโต เทศกาลนี้คือโอกาสที่จะได้เจอเรื่องราวแบบใหม่ๆ ที่อาจทำให้คุณมองทั้งความรัก ความหวัง และชัยชนะ ในมุมที่ลึกกว่าเดิมบนจอใหญ่เพียงครั้งเดียวนี้ในกรุงเทพฯ

