เปิดขบวน : จากทุ่งเกวียนสู่รางเหล็ก
สมัยก่อนถ้าใครจะเดินทางจากภาคกลางขึ้นอีสาน เรื่องไม่ใช่ง่าย ๆ เหมือนเปิดแอปจองตั๋วรถไฟทุกวันนี้ แต่ต้องลุยเส้นทางทุรกันดาร ใช้กองคาราวานเกวียน เดินทางกันทีเป็นวันเป็นคืน
การมาถึงของ “ทางรถไฟสายกรุงเทพฯ – นครราชสีมา” เลยไม่ใช่แค่โปรเจกต์ก่อสร้างธรรมดา แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีเดินทางและวิถีชีวิตของผู้คนทั้งภาคกลางและอีสานแบบถอนรากถอนโคน
ดีลใหญ่สมัยรัชกาลที่ 5 : เริ่มโปรเจกต์ “รถไฟไปโคราช”
เรื่องราวของรถไฟ (จะ) ไปโคราช เริ่มขึ้นจริงในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อมีการเปิดซองประมูลก่อสร้างทางรถไฟสายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ในวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2434
ผู้ชนะการประมูลคือ นายยี. มูเร แกมป์เบลล์ (George Murray Campbell) ชาวอังกฤษจากสิงคโปร์ ชนะในราคา 9.95 ล้านบาท โดยมีห้างซาดินเมเทธชั่นแห่งอังกฤษเป็นผู้ค้ำประกัน
เส้นทาง : กรุงเทพฯ – นครราชสีมา
งบประมูล : 9.95 ล้านบาท
ผู้รับสัมปทาน : ชาวต่างชาติจากสิงคโปร์
ตอนนั้นนี่คือโปรเจกต์ระดับชาติ ที่สะท้อนให้เห็นการก้าวเข้าสู่โลกสมัยใหม่ของสยามแบบเต็มตัว
ฝรั่งทิ้งงาน รัฐต้องลงมาลุยเอง
ไม่นานหลังเริ่มก่อสร้าง ปัญหาก็โผล่ขึ้นมาชนิดที่เรียกว่า “สะดุดราง” เพราะบริษัทผู้รับสัมปทานไม่สามารถสร้างให้เสร็จตามสัญญา
สุดท้าย กรมรถไฟหลวงต้องยกเลิกสัญญาและรับงานต่อเอง กลายเป็นว่าสายอีสานเส้นประวัติศาสตร์สายนี้ ถูกรัฐรับช่วงมาก่อสร้างด้วยตัวเอง
ความยากไม่ได้จบแค่เรื่องสัญญา แต่ยังเจออุปสรรคด้านภูมิประเทศและโรคภัย โดยเฉพาะช่วง
อยุธยา
ชุมทางบ้านภาชี
สระบุรี
ดงพญาเย็น
พื้นที่เหล่านี้เต็มไปด้วยป่าเขาและไข้ป่า จน คนงานและวิศวกรจำนวนมากล้มป่วยและเสียชีวิตจากไข้ป่า การสร้างรางเหล็กในยุคนั้นจึงแลกมาด้วยชีวิตของผู้คนจริง ๆ
5 ปีที่กลายเป็น 9 ปี : ตัวเลขจริงเบื้องหลังรางเหล็ก
ตามแผนเดิม โปรเจกต์นี้ถูกกำหนดให้ใช้เวลา 5 ปี แต่ความจริงกลับไม่สวยหรูแบบตัวเลขในกระดาษ เพราะกว่าจะสร้างเสร็จ ต้องใช้เวลาถึง 9 ปีเต็ม
ตัวเลขสำคัญของทางรถไฟสายแรกของไทยสายนี้คือ
ระยะทางรวม : 265 กิโลเมตร
งบก่อสร้างจริง : 17.5 ล้านบาท
เกินงบประมูลเดิม : ราว 7.55 ล้านบาท
พิธีเปิดสถานีนครราชสีมา : 21 ธันวาคม พ.ศ. 2443
นี่คือเส้นทางรถไฟสายแรกของไทย ที่เกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทาย ทั้งทางการเมือง การเงิน ภูมิประเทศ และโรคภัย แต่ท้ายที่สุดก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของ “การไปโคราชด้วยรถไฟ” อย่างแท้จริง
จากโคราชต่อไปอีสานลึก : ทางที่ยาวกว่าเวลา
แม้รถไฟไปโคราชจะเปิดใช้ได้แล้ว แต่เรื่องยังไม่จบ เพราะการจะลากรางต่อจากนครราชสีมาไปยัง
อุบลราชธานี
หนองคาย
กลับต้อง ชะลอการก่อสร้างไปนานกว่า 20 ปี เนื่องจากปัญหาด้านงบประมาณ
เส้นทางสายอีสานตอนบนและตอนลึก ต้องรอจนปลายรัชกาลที่ 6 จึงกลับมาถูกผลักดันอีกครั้ง และเพิ่งมาสร้างเสร็จสมบูรณ์ในต้นรัชกาลที่ 9 ที่สถานีหนองคาย
เท่ากับว่า การลากรางจากโคราชไปจนถึงหนองคาย ใช้เวลารวมถึง 65 ปี
นี่ไม่ใช่แค่ทางรถไฟธรรมดา แต่คือไทม์ไลน์การเชื่อมศูนย์กลางประเทศเข้ากับอีสาน ที่กินเวลายาวนานกว่าชั่วชีวิตคนหนึ่งคน
“รถไฟจะไปโคราช” จากเรื่องจริงสู่เพลงเล่น
อีกด้านหนึ่งของคำว่า “รถไฟจะไปโคราช” ไม่ได้อยู่แค่ในสมุดประวัติศาสตร์ แต่ยังไปโผล่ในสนามเด็กเล่น ผ่านเพลงร้องเล่นที่เด็กไทยจำนวนมากเคยร้องกัน
เนื้อร้องเวอร์ชันหนึ่งที่หลายคนคุ้นคือ
รถไฟจะไปโคราช ตดดังป๊าด ถึงราชบุรี ตดอีกทีถึงบริษัท บริษัทป้ำๆ เป๋อๆ ขอเสนอรายการขำๆ จับแมวเหมียวมาเต้นระบำ จับแมวดำมา ปักเป้ายิ้งฉุบ!!
หรืออีกเวอร์ชันหนึ่งว่า
รถไฟจะไปโคราช ตดดังป๊าด ถึงราชบุรี ตดอีกทีถึงบริษัท บริษัทป้ำๆ เป๋อๆ ขอเสนอนิยายเรื่องสั้น ป้ากะปู่ กู้อีจู้ ป้าไม่อยู่ ปู่ไปเที่ยว ป้ากะปู่ กู้อีจู้ ป้าไม่อยู่ ปู่ไปเที่ยว
แม้จะยังไม่มีคำอธิบายชัด ๆ ว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงสอนเด็ก ๆ ร้องเพลงนี้ แต่ก็พอจะเดาได้ว่า
เพราะ รถไฟสายอีสานเป็นเส้นทางสำคัญและเส้นแรกของประเทศ
คนสมัยก่อนอาจรู้สึกภูมิใจกับการมีรถไฟไปอีสาน
การนั่งรถไฟใช้เวลานาน ทำให้เกิดมุขขำ ๆ และเพลงเล่นในหมู่เด็ก ๆ
จากรางเหล็กสู่เพลงเด็ก นี่คืออีกมุมที่ทำให้ “รถไฟไปโคราช” อยู่ในความทรงจำของคนไทยหลายรุ่น
เวลาจริงวันนี้ : นั่งรถไฟไปโคราชใช้กี่ชั่วโมง?
เมื่อย้อนจากประวัติศาสตร์มายังปัจจุบัน การนั่ง “รถไฟจะไปโคราช” ไม่ได้เป็นแค่คำในเพลง แต่เป็นทริปที่ทำได้จริงทุกวัน
ตามข้อมูลของการรถไฟแห่งประเทศไทย หากออกเดินทางจาก สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ ไปยัง สถานีนครราชสีมา เวลาการเดินทางคร่าว ๆ คือ
รถด่วนพิเศษ / รถด่วน : ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง
รถเร็ว : ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง
รถไฟประเภทอื่น : อาจใช้เวลานานกว่านี้
สำหรับสายทริปรถไฟ นี่คือระยะเวลาที่กำลังดีให้ได้
นั่งมองวิว
เติมเพลงเพลย์ลิสต์โปรด
ปล่อยใจล่องไปตามรางเหล็กสายประวัติศาสตร์
แล้วถ้าเป็นรถไฟความเร็วสูงล่ะ?
คำถามที่หลายคนเริ่มคิดเหมือนกันคือ ถ้าวันหนึ่งเรามีรถไฟความเร็วสูงเต็มรูปแบบ “รถไฟ (จะ) ไปโคราช” จะใช้เวลาเท่าไหร่?
จากทริปที่เคยกินเวลาหลายวันในยุคเกวียน กลายมาเป็นราว 4–5 ชั่วโมงในยุครถไฟปกติ และอาจถูกย่อให้เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมงหรืออาจต่ำกว่านั้น หากโครงการความเร็วสูงเดินหน้าเต็มตัว
คำตอบเรื่องตัวเลขอาจยังไม่ชัดเจน แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ รถไฟไปโคราชไม่เคยเป็นแค่การเดินทาง
มันคือเรื่องเล่า
ในหน้าตำรา
ในบทเพลงเด็กเล่น
และในความทรงจำของคนที่เคยนั่งรถไฟสายอีสานมานับไม่ถ้วน
ปิดขบวน : ครั้งหน้า “ไปโคราช” ลองฟังเสียงรางให้ดี
ครั้งต่อไปถ้าคุณได้มีโอกาสนั่ง รถไฟสายกรุงเทพฯ – โคราช ลองเงียบมือถือสักพัก แล้วปล่อยให้เสียงล้อเหล็กกระทบราง พาเราย้อนกลับไปถึงวันที่
ต้องใช้เวลา 9 ปีในการสร้างทางสายนี้ให้เสร็จ
ต้องแลกด้วยชีวิตคนงานและวิศวกรในดงพญาเย็น
ต้องลุ้นงบและเวลายาวนานกว่าจะลากรางไปถึงหนองคาย
ทริปรถไฟโคราชในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่การเดินทางไปถึงปลายทางเท่านั้น แต่คือการนั่งทับอยู่บนประวัติศาสตร์ที่ถูกปูไว้ทีละหมอนไม้หมอน ในช่วงเวลากว่า 100 ปีก่อน
บางทีระหว่างที่รถไฟกำลังจะไปโคราช คุณอาจได้ยินเสียงเพลง “รถไฟจะไปโคราช” แว่วขึ้นมาในหัว แล้วรู้สึกผูกพันกับรางเหล็กสายนี้มากกว่าเดิมก็ได้

