เปิดแพลนเที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด ฟินครบเมืองฮิต
อยากบินไปญี่ปุ่นให้สุด แต่ไม่อยากให้ยอดในบัญชีร่วงแรงเกินไปใช่ไหม? การ เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด ไม่ได้เป็นแค่ฝันอีกต่อไป เพราะถ้าคุณวางแผนดี ๆ ทั้งเส้นทาง ที่พัก การเดินทาง และอาหาร ทุกเมืองฮิตก็เก็บครบได้แบบสบายกระเป๋า
ทริปนี้จะชวนคุณไล่เก็บเมืองยอดนิยมทั้ง โตเกียว เกียวโต โอซาก้า นารา รวมไปถึงสายธรรมชาติอย่าง ฮอกไกโด ซัปโปโร โอตารุ และฟุราโนะ พร้อมไอเดียประหยัดที่ทำตามได้จริง
ญี่ปุ่นไม่ได้มีดีแค่ซูชิและซากุระ แต่ยังเต็มไปด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่เสน่ห์ดั้งเดิมอย่างวัด ศาลเจ้า ย่านเก่า ไปจนถึงหน้าตาทันสมัย เทคโนโลยีล้ำ ๆ และไลฟ์สไตล์แบบเมืองใหญ่ ทุกทริปที่นั่นคือการเปิดโลกอีกใบที่ไม่เหมือนที่ไหน
และหัวใจของการเที่ยวแบบคุมงบได้ คือ การวางแผนล่วงหน้าให้ฉลาด ยิ่งเตรียมตัวดีเท่าไหร่ ก็ยิ่งเซฟเงินได้มากขึ้น ทั้งค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าโรงแรม ไปจนถึงค่าเดินทางในประเทศ
ด้านล่างนี้คือ 2 เส้นทางยอดฮิต พร้อมทริคประหยัดที่เอาไปใช้ได้จริง
เส้นทางประหยัดสายเมืองฮิต
การเที่ยวญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องใช้งบสูงลิ่ว ขอแค่คุณวางแผนเส้นทางและคุมค่าใช้จ่ายตั้งแต่ต้น ทริปหนึ่งทริปก็กลายเป็นทริปคุ้มค่าที่ได้ประสบการณ์แน่น ๆ แบบไม่ต้องจ่ายเกินจำเป็น
ด้านล่างคือ 2 เส้นทางยอดนิยมที่เหมาะกับสาย เที่ยวเยอะ งบน้อย แต่ขอความคุ้มสูงสุด
เส้นทางที่ 1: โตเกียว → เกียวโต → โอซาก้า → นารา
โตเกียว : เมืองหลวงที่ไม่มีคำว่าหลับ
เมืองใหญ่ที่รวมทุกอย่างไว้ครบ ทั้งวัดเก่า ย่านช้อปปิ้งล้น ๆ ไปจนถึงแลนด์มาร์กวิวสวย คุณสามารถไปเดินวัดเซ็นโซจิ แวะถ่ายรูปกับโตเกียวทาวเวอร์ และช้อปให้หนำใจที่ชิบูย่าได้ในเมืองเดียว
เคล็ดลับความประหยัด:
ใช้ตั๋วรถไฟใต้ดินแบบเหมาวัน ขึ้น-ลงกี่รอบก็ได้ ช่วยเซฟค่ารถในโตเกียวไปได้เยอะ
แทนที่จะจ่ายเงินขึ้นหอชมวิวแพง ๆ อย่างโตเกียวสกายทรี ลองแวะ Tokyo Metropolitan Government Building ที่มีจุดชมวิวฟรี มองเห็นโตเกียวแบบพาโนรามาเช่นกัน
เกียวโต : เมืองแห่งเรื่องเล่าประวัติศาสตร์
เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องวัดและสวนญี่ปุ่นสุดละเมียด สายสายชิลต้องไม่พลาดวัดคิโยมิซุ วัดทอง (คินคะคุจิ) และการเดินเล่นในป่าไผ่อาราชิยามะที่บรรยากาศดีแบบฟีลหนังญี่ปุ่น
เคล็ดลับความประหยัด:
เลือกเที่ยวศาลเจ้าและวัดที่เข้าฟรี เช่น ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ ที่มีเสาโทริอินับพันต้นให้เดินชม
ซื้อบัตรรถบัสแบบเหมาวันในเกียวโต นั่งวนทั้งเมืองได้ไม่อั้นภายในวันเดียว ค่ารถรวม ๆ จะถูกกว่าจ่ายทีละเที่ยวเยอะมาก
โอซาก้า : เมืองสายกินที่ห้ามพลาด
โอซาก้าคือเมืองที่สายสตรีทฟู้ดต้องยิ้มกว้าง คุณจะได้เจอทั้งทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ และแลนด์มาร์กดังอย่างปราสาทโอซาก้าในเมืองเดียว
เคล็ดลับความประหยัด:
เดินชิมให้สุดที่ย่าน โดทงโบริ อาหารข้างทางเยอะ ราคาจับต้องได้ และบรรยากาศคึกคักทั้งวันทั้งคืน
ถ้าตั้งใจเข้าเยี่ยมชมหลายแห่งในเมือง แนะนำซื้อ Osaka Amazing Pass ที่รวมค่าเข้าแลนด์มาร์กดัง ๆ กับค่าโดยสารรถไฟ/รถบัสในราคาเดียว ใช้ดีและช่วยเซฟเงินแบบสัมผัสได้
นารา : เมืองกวางเดินเล่นและวัดเก่าแก่
นาราคือเมืองที่เดินไปตรงไหนก็มีน้องกวางคอยทักทาย แถมยังมีวัดโบราณที่งดงามอย่างวัดโทไดจิให้แวะไปชม
เคล็ดลับความประหยัด:
สวนสาธารณะนาราเข้าได้ฟรี เดินเล่น ถ่ายรูปกับกวาง และพักผ่อนชิล ๆ ได้แบบไม่ต้องเสียค่าเข้า
วัดในนาราหลายแห่งไม่เสียค่าเข้าหรือเก็บในเรทราคาเบา ๆ เช่น วัดโทไดจิ แม้มีค่าเข้าแต่ก็คุ้มมากกับการได้ชมพระพุทธรูปไดบุตสึองค์ใหญ่
เส้นทางที่ 2: ฮอกไกโด → ซัปโปโร → โอตารุ → ฟุราโนะ
ฮอกไกโด : ดินแดนธรรมชาติและอาหารทะเล
ฮอกไกโดโดดเด่นเรื่องวิวธรรมชาติอลังการ ทั้งภูเขาไฟ ทะเลสาบใส และอาหารทะเลสดใหม่สุดฟิน คุณสามารถแวะอุทยานแห่งชาติ แถบชิโคสึ-โทยะ หรือจุดชมวิวต่าง ๆ ได้แบบจุใจ
เคล็ดลับความประหยัด:
สถานที่ธรรมชาติหลายแห่งในฮอกไกโดเข้าฟรีหรือมีค่าธรรมเนียมเบามาก ทั้งทะเลสาบ ป่า เขา และอุทยาน
ถ้าแพลนเดินทางข้ามเมืองหลายจุดบนเกาะ ให้มองหา JR Hokkaido Rail Pass หรือบัตรโดยสารรถบัสเหมาวัน/เหมาเส้นทาง ช่วยลดค่ารถระหว่างเมืองได้เยอะ
ซัปโปโร : เมืองหิมะ เบียร์ และบรรยากาศสบาย ๆ
ซัปโปโรคือเมืองหลักของฮอกไกโดที่ดังเรื่องเทศกาลหิมะและเบียร์รสชาติดี เดินเล่นชิล ๆ ที่สวนโอโดริ ซึ่งมักใช้จัดงานต่าง ๆ หรือไปชมพิพิธภัณฑ์โรงเบียร์เพื่อเรียนรู้เรื่องเบียร์ในแบบจริงจัง
เคล็ดลับความประหยัด:
ถ้าตรงทริปช่วงกุมภาพันธ์ แวะเทศกาลหิมะซัปโปโรที่จัดกลางสวนโอโดริ ชมประติมากรรมหิมะน้ำแข็งได้ฟรี
พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโรก็เปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าเข้าเช่นกัน
การเดินเที่ยวในเมืองด้วยเท้า รถไฟใต้ดิน หรือรถราง ประหยัดและสะดวกกว่าการเรียกแท็กซี่มาก
โอตารุ : เมืองคลองสุดโรแมนติก
โอตารุเป็นเมืองเล็กริมทะเลที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายยุโรปเบา ๆ ไฮไลต์คือการเดินเลียบคลองโอตารุ ชมโกดังเก่าและไฟประดับยามเย็น รวมถึงขนมหวานชื่อดังต่าง ๆ
เคล็ดลับความประหยัด:
เมืองไม่ใหญ่ สามารถเดินเที่ยวได้แทบทั้งวันโดยไม่ต้องเสียค่ารถ
แวะตลาดปลาท้องถิ่นเพื่อกินซูชิหรือข้าวหน้าทะเลสด ๆ ในราคาย่อมเยากว่าร้านดังในเมืองใหญ่
ฟุราโนะ : เมืองทุ่งลาเวนเดอร์และฟีลชนบท
ฟุราโนะคือภาพจำของทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงในฤดูร้อน บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับคนที่อยากหนีเมืองมาเติมพลังกับธรรมชาติ
คุณสามารถไปชมฟาร์มดอกไม้ชื่อดังอย่างฟาร์มโทมิตะ และนั่งชิล ๆ ดูวิวภูเขา ทุ่งดอกไม้ และบ้านเรือนชนบทสวย ๆ
เคล็ดลับความประหยัด:
ช่วงเหมาะสุดในการมาเยือนคือเดือนกรกฎาคม เมื่อดอกลาเวนเดอร์บานเต็มที่ และหลายฟาร์มเปิดเข้าฟรี
การเช่าจักรยานปั่นเที่ยวรอบ ๆ เมือง เป็นวิธีเที่ยวที่ทั้งหนุกและประหยัด แถมได้แวะถ่ายรูปทุกมุมที่อยากจอดแบบไม่ต้องเกรงใจใคร
วางแผนเที่ยวให้คุ้ม : เริ่มที่เวลา จบที่งบไม่บาน
การจะ เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด ให้ได้จริง จุดเริ่มต้นสำคัญคือการเลือกช่วงเวลาและวางแผนให้เหมาะกับงบของตัวเอง
1. เลือกช่วงเวลาให้ดี งบจะลดลงแบบรู้สึกได้
การเลี่ยงฤดูท่องเที่ยว (High Season) อย่างช่วงซากุระบานปลายมีนาคม–เมษายน หรือช่วงใบไม้เปลี่ยนสีราวตุลาคม–พฤศจิกายน จะช่วยให้คุณเซฟทั้งค่าตั๋วและค่าที่พักแบบชัดเจน
ช่วงที่แนะนำสำหรับสายประหยัดคือ ปลายพฤษภาคม–มิถุนายน หรือ ต้นธันวาคม คนไม่เยอะ อากาศกำลังดี และราคามักจะนุ่มนวลกว่าช่วงพีค
2. จองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าให้คุ้มที่สุด
เมื่อเลือกช่วงเวลาได้แล้ว ขั้นต่อไปคือการล่าตั๋วเครื่องบินราคาดี การใช้แพลตฟอร์มจองตั๋วที่ช่วยเปรียบเทียบราคาให้แบบอัตโนมัติ จะทำให้คุณเห็นดีลที่คุ้มสุด ๆ ได้ง่ายขึ้น
ทริคเสริม:
ยิ่งจองล่วงหน้าหลายเดือน โอกาสเจอราคาดีมักจะสูงขึ้น
ฟีเจอร์ แจ้งเตือนราคา (Price Alert) ของแต่ละแพลตฟอร์มช่วยให้คุณไม่ต้องมานั่งเช็คราคาบ่อย ๆ แค่ตั้งราคาที่พอใจไว้ พอราคาลด ระบบก็แจ้งเตือนให้ทันที
3. เลือกเส้นทางเที่ยวที่เน้นฟรีและถูก แต่ความสนุกเต็มร้อย
ญี่ปุ่นมีแลนด์มาร์กมากมายที่เข้าฟรีหรือมีค่าเข้าไม่แรง การจัดเส้นทางโดยเน้นสถานที่ลักษณะนี้ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายแบบไม่ทำให้ความสนุกหาย
ตัวอย่างเส้นทางคุ้มค่า:
เส้นทางเมืองคลาสสิก: โตเกียว – เกียวโต – โอซาก้า – นารา
โตเกียว: วัดเซ็นโซจิเข้าฟรี เดินเล่นย่านชิบูย่าแบบไม่ต้องเสียค่าเข้า
เกียวโต: ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริและป่าไผ่อาราชิยามะ เดินชมได้ฟรี
โอซาก้า: ย่านโดทงโบริ เต็มไปด้วยไฟ ป้าย และของกิน ที่คุณเลือกชิมตามงบได้
นารา: สวนสาธารณะนารา ดูกวางและเดินเล่นได้แบบไม่ต้องเสียค่าเข้า
เส้นทางสายฮอกไกโด: ฮอกไกโด – ซัปโปโร – โอตารุ – ฟุราโนะ
ซัปโปโร: สวนโอโดริเป็นพื้นที่สาธารณะ เดินเล่นชมวิวเมืองได้ฟรี
โอตารุ: เดินชมริมคลองโอตารุและย่านโกดังเก่า บรรยากาศดีแบบไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม
ยิ่งคุณวางแผนละเอียดเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้ทั้งความคุ้มค่าและภาพจำดี ๆ กลับบ้านมากขึ้นเท่านั้น
ที่พักงบไม่แรง แต่คุณภาพไม่ลด
หลังจากจับจองตั๋วเครื่องบินราคาสวยแล้ว ภารกิจต่อไปของสายประหยัดคือ หาที่พักดี ราคาไม่โหด ซึ่งในญี่ปุ่นมีตัวเลือกเยอะมาก ตั้งแต่แคปซูลโฮเทล โฮสเทล ไปจนถึงโรงแรมราคาย่อมเยา
สิ่งที่ควรโฟกัสเวลาเลือกที่พัก:
เลือกสไตล์ที่เหมาะกับตัวเอง: อยากประหยัดจัด ๆ ก็พักโฮสเทลหรือแคปซูล อยากได้ความเป็นส่วนตัวขึ้นมาหน่อยก็เลือกโรงแรมระดับกลาง
เช็ครีวิวจากผู้เข้าพักจริง: ดูคะแนนรวม ความสะอาด ทำเล และความปลอดภัยประกอบกัน ไม่ใช่แค่รูปสวย
เปรียบเทียบราคา: เมืองใหญ่บางทีโรงแรมใกล้สถานีอาจแพงกว่า แต่ถ้าขยับออกไป 1–2 สถานีก็จะราคาดรอปลงพอสมควร
ทริคเล็ก ๆ: บางครั้งการเลือกที่พักที่อยู่ใกล้สถานีใหญ่หรือจุดต่อรถ จะช่วยให้คุณเซฟค่ารถในแต่ละวันได้มากกว่าไปพักที่ไกล ๆ แม้ค่าห้องจะถูกลง แต่ค่าเดินทางอาจบานขึ้นแทน
เดินทางในญี่ปุ่นยังไงให้คุ้มสุด
ระบบขนส่งสาธารณะของญี่ปุ่นคือหนึ่งในจุดแข็งของประเทศนี้ ทั้งตรงเวลา สะดวก และครอบคลุมแทบทุกพื้นที่ ถ้ารู้จักใช้ให้เป็น คุณจะสามารถ เที่ยวหลายเมืองได้ในงบที่คุมได้
1. ให้ขนส่งสาธารณะเป็นเพื่อนร่วมทางหลัก
การเลือกนั่งรถไฟ รถบัส แทนแท็กซี่คือวิธีประหยัดที่เห็นผลชัดที่สุด โดยเฉพาะเวลาเดินทางระหว่างเมืองหรือในเมืองใหญ่
JR Pass เหมาะมากสำหรับคนที่แพลนเที่ยวหลายเมืองในช่วงเวลาติดกัน เพราะใช้ขึ้นรถไฟ JR ได้ไม่จำกัดภายในวันที่กำหนด เช่น 7 วันในราคาเหมาจ่าย
เดินทางระหว่างเมืองใกล้ ๆ หรือในเมืองเล็ก ๆ รถบัสถือเป็นตัวเลือกที่ทั้งถูกและสะดวก
เมื่ออยู่ในเมืองใหญ่อย่างโตเกียวหรือโอซาก้า ให้เน้นใช้รถไฟใต้ดิน รถไฟ JR และรถบัส แทนการเรียกแท็กซี่ที่มักมีค่าโดยสารสูง
2. โหลดแอปให้พร้อม ก่อนออกลุย
แค่มีแอปที่ใช่ การเดินทางในญี่ปุ่นจะกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นทันที
แอปที่ควรมีติดเครื่อง:
Google Maps: ช่วยวางเส้นทางการเดินเท้า รถไฟ หรือรถบัส บอกเวลาเดินทางและวิธีเปลี่ยนสายให้ครบ
Hyperdia: เอาไว้เช็คตารางรถไฟอย่างละเอียด รู้เวลาเข้าออก เปลี่ยนขบวน และแพลตฟอร์ม ช่วยลดโอกาสตกรถไฟได้เยอะ
เมื่อสองตัวนี้อยู่ในมือถือ คุณก็พร้อมลุยญี่ปุ่นได้แบบไม่ต้องกลัวหลง เหมาะมากกับสายเที่ยวเองแบบประหยัด
กินให้อิ่ม ฟินให้สุด แต่กระเป๋ายังอยู่ดี
อาหารญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องนั่งกินในร้านหรูราคาแรงเสมอไป แค่รู้จักเลือก ก็สามารถกินอร่อยในราคาเบาสบายได้ทุกมื้อ
ไอเดียกินแบบประหยัดแต่ฟิน:
ลองราเมนชามร้อน ๆ ในร้านท้องถิ่น ซูชิสายพานราคาเป็นมิตร หรืออาหารข้างทางอย่างทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิที่โด่งดังในหลายเมือง
ใช้แอปพลิเคชันสั่งอาหารหรือค้นหาร้านใกล้ตัว เพื่อเช็คราคา เมนู และรีวิวก่อนตัดสินใจ คุณอาจได้เจอร้านลับ ๆ ที่ทั้งอร่อยและถูก
อย่าลืมอีกหนึ่งขุมทรัพย์ของสายประหยัดอย่าง ร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ต เพราะมักมีเบนโตะ ออนิกิริ ข้าวกล่อง และของกินเล่นในราคาดีมาก แถมช่วงเย็น ๆ ยังมักมีลดราคาพิเศษเพิ่มเข้าไปอีก
บทสรุป: เที่ยวญี่ปุ่นแบบงบคุมได้ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
การไป เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด ทำได้จริงขอแค่คุณยอมลงแรงวางแผนสักนิด ตั้งแต่การเลือกช่วงเวลาเดินทาง จัดเส้นทางแบบเน้นฟรีหรือถูก เลือกที่พักให้เหมาะ ใช้ระบบขนส่งสาธารณะให้เป็น และวางแผนเรื่องอาหารการกินให้ดี
เคล็ดลับเหล่านี้รวมกันจะช่วยให้คุณลดค่าใช้จ่ายไปได้มาก โดยที่ความสนุกและประสบการณ์ไม่ได้ลดลงตามเลย แม้แต่นิดเดียว
สุดท้าย ทริปที่ดีไม่ใช่ทริปที่ใช้เงินเยอะที่สุด แต่คือทริปที่ คุ้มค่ากับทุกบาทที่จ่าย และเก็บความทรงจำกลับมาได้เต็มหัวใจ
เตรียมแพ็กกระเป๋า จัดแผนให้พร้อม แล้วออกไปสัมผัสญี่ปุ่นในแบบของคุณเองกันได้เลย
คำถามที่เจอบ่อยเรื่องเที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด
เที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก ควรเริ่มที่เมืองไหน?
ถ้าเป็นมือใหม่ แนะนำสายคลาสสิกอย่าง โตเกียว เกียวโต โอซาก้า และนารา ครบทั้งวัฒนธรรม วัด ศาลเจ้า ธรรมชาติ และย่านช้อป สายกิน สายถ่ายรูป ตอบโจทย์ครบ
JR Pass คุ้มจริงไหม?
ถ้าคุณแพลนเดินทางหลายเมือง เช่น เส้นทาง โตเกียว – โอซาก้า – เกียวโต ภายในทริปเดียว JR Pass มักจะคุ้มและช่วยเซฟกว่าการซื้อตั๋วรถไฟแยกหลาย ๆ เที่ยว
ไปญี่ปุ่นครั้งแรก ต้องพกเงินสดเยอะหรือเปล่า?
ญี่ปุ่นยังใช้เงินสดกันเยอะ โดยเฉพาะร้านเล็ก ๆ ศาลเจ้า หรือตามร้านท้องถิ่น แนะนำให้พกเงินสดติดตัวในระดับที่สบายใจ เช่น ราว 20,000 – 30,000 เยน แล้วค่อยเสริมด้วยบัตรหรือการจ่ายแบบดิจิทัล
หาอาหารอร่อย ราคาดีได้จากไหน?
ร้านสะดวกซื้อ: เบนโตะ ออนิกิริ ขนม และกาแฟคือของดีราคาน่ารัก
ซูเปอร์มาร์เก็ต: ช่วงเย็นมักมีลดราคาข้าวกล่องและอาหารพร้อมทาน 30–50% ใครสายประหยัดต้องไม่พลาด
ทริคสั้น ๆ สำหรับคนอยากเที่ยวแบบประหยัดสุด ๆ คืออะไร?
วางแผนและจองล่วงหน้า ทั้งตั๋วและที่พัก
เลือกเที่ยวช่วงโลว์ซีซั่นคนไม่เยอะ
ใช้พาสรถไฟหรือพาสขนส่งให้คุ้ม
เน้นกินร้านท้องถิ่นและร้านสะดวกซื้อแทนร้านใหญ่
ทำครบไม่กี่ข้อ คุณจะรู้เลยว่าทริปญี่ปุ่นที่ทั้งฟินและประหยัดนั้นทำได้จริง ไม่ใช่แค่คำโปรยโฆษณาเท่านั้น

