เปิดทริปฉางซา–จางเจียเจี้ย ทำไมสายเที่ยวต้องไปให้ได้สักครั้ง
ถ้าพูดถึงจีน หลายคนอาจคุ้นแค่ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กำแพงเมืองจีน หรือช้อปปิ้งในกว่างโจว แต่มีอีกเส้นทางที่โคตรน่าไป และยังเป็น hidden gem ของสายเที่ยวสายรถไฟ นั่นคือเส้นทาง “ฉางซา – จางเจียเจี้ย”
ลองจินตนาการทริปเดียวที่ได้ทั้งเมืองใหญ่ฟีลจีนแท้ ๆ เต็มไปด้วยศิลปะ วัฒนธรรม และของกินรสจัดจ้าน แล้วต่อด้วยเมืองธรรมชาติที่วิวอลังเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลก Avatar แบบของจริง ทริปเดียวเหมือนได้ไปสองโลก!
เส้นทางนี้เหมาะมากสำหรับสายแบ็คแพ็ค มือใหม่เที่ยวจีน หรือคนที่อยากลองนั่งรถไฟเที่ยวแบบเท่ ๆ ไม่ต้องง้อทัวร์ ใช้ระบบรางจีนให้คุ้ม เพราะทั้งเร็ว ทั้งสะดวก และเต็มไปด้วยวิวดีตลอดทาง
เสน่ห์สองเมือง: ฉางซา & จางเจียเจี้ย ทริปเดียวครบทั้งเมืองและเขา
ฉางซา เมืองใหญ่จีนฟีล Local ที่ยังคงความดั้งเดิม
ฉางซา เมืองหลวงของมณฑลหูหนาน ตั้งอยู่ตอนกลางของจีน มีแม่น้ำเซียงเจียงไหลผ่านใจกลางเมือง เป็นศูนย์กลางด้านการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการคมนาคมของภูมิภาค มีครบทั้งสนามบิน รถไฟความเร็วสูง และรถไฟใต้ดิน เดินทางง่ายมาก
แม้จะเป็นเมืองใหญ่แต่ยังคงความเป็น “เมืองจีนแท้ ๆ” เอาไว้เต็ม ๆ ความเก่าแก่ของเมืองเก่า วัด โบราณสถาน และตึกสไตล์ดั้งเดิม กลมกลืนไปกับห้างสรรพสินค้า คาเฟ่ และแหล่งช้อปปิ้งสมัยใหม่แบบลงตัวสุด ๆ
เรายังเห็นร่องรอยประวัติศาสตร์โบราณปะทะกับชีวิตคนเมืองยุคใหม่ ร้านคาเฟ่สวย ๆ แหล่งช็อปชิค ๆ และถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยของกินสารพัดแบบ เดินได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ
ไฮไลต์ฉางซาที่ต้องรู้:
เมืองของกินตัวท็อป: อาหารหูหนานคือสวรรค์ของสายเผ็ด รสจัดถึงเครื่อง ทั้งเผ็ดและชา (จากพริก + พริกหอม) แบบไม่หวงเครื่อง ปรุงจัดเต็มทุกจาน
เมืองแห่งประวัติศาสตร์: เป็นบ้านเกิดของเหมาเจ๋อตุง และมีพิพิธภัณฑ์หูหนานให้สายประวัติศาสตร์ได้ชมโบราณวัตติจากยุคราชวงศ์ฮั่น รวมถึงมัมมี่โบราณกว่า 2,000 ปีที่สภาพสมบูรณ์จนน่าทึ่ง
เมืองชิลล์เดินเล่นง่าย: ถนนคนเดินหวงซิง คือจุดรวมร้านค้าท้องถิ่น คาเฟ่น่ารัก และสตรีทฟู้ดเพียบ ตกเย็นไปเดินเล่นริมแม่น้ำเซียงเจียง ต่อด้วยเกาะส้ม (Orange Isle) จุดปั่นจักรยาน นั่งปิกนิก ดูวิวเมืองยามค่ำสุดโรแมนติก
เมืองแห่ง KOL และไลฟ์สด: เดิน ๆ อยู่จะเห็นสตูดิโอไลฟ์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และร้านค้าออนไลน์เต็มเมือง ฟีลเมืองคอนเทนต์ของจีนแบบแท้จริง
จางเจียเจี้ย เมืองที่ทำให้คำว่า “ธรรมชาติอลังการ” เป็นเรื่องจริง
จางเจียเจี้ยตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลหูหนาน เดิมทีเป็นเมืองเล็กกลางหุบเขา แต่กลายเป็นดาวเด่นระดับโลกหลังจากอุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ยถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี 1992
ที่นี่คือแรงบันดาลใจของฉากโลก Pandora ในหนัง Avatar ภูเขาหินทรายรูปร่างแปลกตา สูงชะลูดพุ่งขึ้นฟ้า สร้างวิวเหนือจริงแบบที่มนุษย์จำลองยังไงก็ไม่เหมือน
จางเจียเจี้ยไม่ได้มีดีแค่ภูเขาแปลกตา แต่ยังมี:
สะพานแก้วสุดหวาดเสียวที่เคยได้ชื่อว่ายาวที่สุดในโลก
ถ้ำธรรมชาติขนาดยักษ์
หุบเขาเร้นลับ
เส้นทางเดินธรรมชาติที่สวยจนลืมเวลา
สรุปฟีลทริปนี้ง่าย ๆ:
สายศิลปะและวัฒนธรรม = ฉางซาตอบโจทย์
สายกิน = อาหารหูหนานคือเหตุผลที่ควรบินไป
สายธรรมชาติ สายถ่ายรูป สายทำคอนเทนต์ = จางเจียเจี้ยคือสวรรค์
ไปช่วงไหนดี? ฤดูกาลที่ดีที่สุดของทริปฉางซา–จางเจียเจี้ย
อยากเที่ยวสองเมืองให้คุ้ม แนะนำจองทริปช่วงนี้:
ปลายเมษายน – ต้นพฤษภาคม : ปลายฤดูใบไม้ผลิสู่ต้นหน้าร้อน
ปลายกันยายน – ตุลาคม : ช่วงใบไม้ร่วง
สองช่วงนี้อากาศกำลังดีมาก ประมาณ 15–25°C เดินเที่ยวสบาย ไม่ร้อน ไม่หนาว ธรรมชาติกำลังเขียวหรือเริ่มเปลี่ยนสี ได้รูปสวยแน่นอน
จากฉางซา เราสามารถนั่งรถไฟความเร็วสูงไปจางเจียเจี้ย ใช้เวลาประมาณ 3.5–4 ชั่วโมง เที่ยวสองเมืองในทริปเดียวแบบไม่เหนื่อยเกิน
มือใหม่ก็โปรได้: นั่งรถไฟเที่ยวจีนง่ายกว่าที่คิด
หลายคนกลัวเที่ยวจีนเพราะอ่านภาษาจีนไม่ได้ พูดภาษาจีนไม่ออก แถมชื่อเมืองก็อ่านยาก แต่นี่แหละคือเสน่ห์ของการ ใช้รถไฟเป็นตัวช่วยเดินทาง โดยเฉพาะเส้นทางฉางซา–จางเจียเจี้ย
จีนคือหนึ่งในประเทศที่ระบบรางพัฒนาเร็วที่สุดในโลก มีทั้งรถไฟความเร็วสูงและรถไฟธรรมดาคลาสสิกให้เลือก แถมการนั่งรถไฟเที่ยวจีนตอนนี้คือการเดินทางที่ได้ทั้ง “ฟินวิว” และ “ชิลล์ระหว่างทาง” ไปพร้อมกัน
ทำไมต้องนั่งรถไฟจากฉางซาไปจางเจียเจี้ย?
1. สะดวก ไม่ต้องเผื่อเวลาบินเยอะ
ไม่ต้องไปสนามบินล่วงหน้านาน ๆ ไม่ต้องโหลดกระเป๋า ไม่ต้องผ่านด่านหลายขั้นตอน แค่ไปถึงสถานีสัก 30–60 นาทีก่อนเวลาออกก็สบายแล้ว แถมสถานีรถไฟยังอยู่ในเมืองทั้งสองฝั่ง เดินทางต่อโคตรง่าย
2. ไว ปลอดภัย โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูง
ระยะทางจากฉางซาไปจางเจียเจี้ยใช้เวลาประมาณ 3.5–4 ชั่วโมง วิ่งตรง ไม่จอดถี่ ขบวนใหม่ สะอาด และระบบความปลอดภัยจัดเต็ม
3. สิ่งอำนวยความสะดวกครบจนลืมว่าบนรถไฟ
ที่นั่งกว้าง ปรับเอนได้ดี
มีปลั๊กชาร์จไฟใต้ที่นั่ง
บางขบวนมี Wi-Fi ให้ใช้
ห้องน้ำสะอาดกว่าที่คิดเยอะ
4. วิวข้างทางคือของดีที่ห้ามพลาด
รถไฟจะวิ่งผ่านภูเขา แม่น้ำ หมู่บ้านเล็ก ๆ เห็นวิถีจีนแบบโลคัล ทั้งทุ่งนาเขียว ๆ และภูเขาเตี้ยสลับสูง ถ้ามาช่วงใบไม้ผลิหรือใบไม้ร่วง คือสวยสุดระดับต้องวางมือถือลงแล้วมองออกหน้าต่างเลย
5. รถไฟธรรมดาก็มีเสน่ห์คลาสสิกในตัว
ถ้าไม่รีบ อยากประหยัด หรืออยากได้ฟีลย้อนยุค รถไฟธรรมดาก็เป็นตัวเลือกที่ดี ใช้เวลาประมาณ 6–8 ชั่วโมง (บางขบวนมีแบบกลางคืน) นั่ง-นอนยาว ตื่นมาก็ถึงจางเจียเจี้ย ได้ฟีลแบบคนท้องถิ่นเดินทางจริง ๆ
TIP: ถ้าเลือกนั่งรถไฟกลางคืน แนะนำจองเตียงนุ่ม (Soft Sleeper) จะสบายกว่า นอนหลับได้จริง และมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น จ่ายเพิ่มอีกนิดแต่คุ้ม
Trip.com เพื่อนร่วมทางสายรถไฟจีน
การเดินทางในจีนจะง่ายขึ้นมากถ้ามีตัวช่วยดี ๆ อย่าง Trip.com โดยเฉพาะคนที่อยากจองตั๋วรถไฟฉางซา–จางเจียเจี้ยแบบไม่ต้องลุ้น ไม่ต้องไปยืนงงที่สถานี
จุดเด่นของการจองผ่าน Trip.com
ใช้งานง่าย มีเมนูหลายภาษา รวมถึงภาษาไทยและอังกฤษ จองเสร็จในไม่กี่นาที รับ E-Ticket ภายในเวลาสั้น ๆ
จองตั๋วรถไฟจีนล่วงหน้าได้สูงสุด 15 วัน เลือกได้ทั้งประเภทขบวนและชั้นที่นั่ง
มีตัวเลือกชำระเงินหลากหลาย ใช้บัตรเครดิต/เดบิตสากลได้ ไม่ต้องมี Alipay หรือ WeChat Pay
เปลี่ยนแผนได้ สามารถเลื่อนหรือยกเลิกตั๋วก่อนเดินทาง (ตามเงื่อนไข)
เช็กเที่ยวรถแบบเรียลไทม์ มีแจ้งเตือนหากขบวนเลื่อนเวลา
มีรีวิวผู้ใช้จริง ช่วยตัดสินใจเลือกขบวนได้ง่ายขึ้น
มีทีมซัพพอร์ต 24 ชั่วโมงคอยช่วยเหลือเวลาเจอเหตุฉุกเฉิน
มีโปรโมชันและส่วนลดทั้งผู้ใช้ใหม่และผู้ใช้ประจำ
1. ข้อมูลรถไฟความเร็วสูง ฉางซา → จางเจียเจี้ย
ถ้าอยากได้ทั้งความเร็ว ความสะดวก และวิวดีระหว่างทาง รถไฟความเร็วสูงคือคำตอบ
ราคาตั๋วเริ่มต้นประมาณ 700 บาทขึ้นไป (ขึ้นกับวันที่และประเภทที่นั่ง)
ส่วนใหญ่เริ่มต้นที่ Changsha South Station หรือ Changsha
ปลายทางคือ Zhangjiajie West Station
ระยะทางราว 260 กิโลเมตร
ใช้เวลาเร็วสุดประมาณ 1 ชม. 52 นาที แต่โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 2 ชม. 40 นาที – 3 ชม. 30 นาที
มีให้บริการประมาณ 50+ เที่ยวต่อวัน
ที่นั่งหลัก ๆ มี 3 ประเภท: ชั้นสอง ชั้นหนึ่ง และชั้นพรีเมียร์
ขบวนบางส่วนจะจอดผ่านสถานี เช่น Yiyang South, Changde, Cili ก่อนถึง Zhangjiajie West แล้วแต่เที่ยวที่เลือก
2. เช็กตารางรถไฟความเร็วสูงแบบมือโปร
บนเส้นทางฉางซา–จางเจียเจี้ย จะมีทั้งรถไฟความเร็วสูง (C, G, D), รถด่วน (Z) และรถธรรมดา (T, K) การเช็กให้ถูกประเภทช่วยวางแผนทริปได้ดีขึ้นมาก
ข้อดีของการเช็กตารางผ่านแพลตฟอร์มที่ใช้ง่าย:
ดูเที่ยวรถแบบเรียลไทม์ เห็นทั้งเวลาออก–ถึง ระยะทาง และราคา
เลือกเฉพาะรถไฟความเร็วสูงได้ ไม่ต้องไล่ดูเองทีละขบวน
จองตั๋วและจ่ายเงินในที่เดียว แล้วเอา E-Ticket ไปขึ้นรถไฟได้เลย
วิธีค้นหาตารางรถไฟความเร็วสูง (แนวทาง):
เข้าเว็บหรือแอป แล้วเลือกเมนู “รถไฟ”
ใส่ต้นทาง: Changsha / 长沙 หรือ Changsha South / 长沙南站
ใส่ปลายทาง: Zhangjiajie / 张家界 หรือ Zhangjiajie West / 张家界西站
เลือกวันที่เดินทาง และติ๊กเฉพาะ “รถไฟความเร็วสูง”
ระบบจะแสดงเที่ยวรถ พร้อมเวลา ราคาตามประเภทที่นั่งให้เลือก
3. วิธีซื้อตั๋ว + เลือกที่นั่งให้เหมาะกับสไตล์ของตัวเอง
วิธีจองตั๋วรถไฟแบบง่ายสุดสำหรับสายดิจิทัล
ขั้นตอนโดยรวมจะประมาณนี้:
เปิดแอปหรือเว็บไซต์ที่ใช้จอง
เลือกเมนู “ตั๋วรถไฟ” ใส่ต้นทาง–ปลายทาง และวันที่ต้องการเดินทาง
ระบบจะแสดงเที่ยวรถทั้งหมด พร้อมเวลาเดินทาง ระยะเวลา ประเภทขบวน และราคา
เลือกขบวนที่ต้องการ → เลือกประเภทที่นั่ง (ชั้นสอง / ชั้นหนึ่ง / ชั้นพรีเมียร์)
กรอกข้อมูลผู้เดินทาง: ชื่อ–นามสกุลตามพาสปอร์ต และเลขพาสปอร์ต
จ่ายเงินด้วยบัตรเครดิต/เดบิต
รอรับ QR Code หรือหมายเลขการจอง ใช้คู่กับพาสปอร์ตตอนขึ้นรถไฟ
ซื้อตั๋วที่สถานี Changsha / Changsha South
เตรียมตัวก่อนเดินทาง:
เตรียมพาสปอร์ตตัวจริง
- จำชื่อสถานีทั้งต้นทางและปลายทางเป็นภาษาจีนให้ได้
ต้นทาง: 长沙 (Changsha) หรือ 长沙南 (Changsha South)
ปลายทาง: 张家界 (Zhangjiajie) หรือ 张家界西 (Zhangjiajie West)
จดเวลาเดินทางคร่าว ๆ ที่อยากได้ หรือแคปหน้าจอตารางจากแพลตฟอร์มจองไปให้เจ้าหน้าที่ดู
เลือกสถานีให้ถูก:
รถไฟความเร็วสูง: Changsha South Railway Station (长沙南站) – สถานีใหญ่ ทันสมัย
รถไฟธรรมดา: Changsha Railway Station (长沙站) – อยู่กลางเมือง เหมาะสำหรับสายประหยัดหรือสายรถไฟกลางคืน
ขั้นตอนการซื้อตั๋วที่สถานี:
ต่อคิวที่ช่องจำหน่ายตั๋ว (售票处 Shòupiàochù)
บอกปลายทาง วันที่ เวลาโดยประมาณ ประเภทที่นั่งที่ต้องการ
ยื่นพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่ใช้ลงข้อมูลบนตั๋ว
ชำระเงิน (มักรับเงินสดหรือ UnionPay เป็นหลัก)
รับตั๋วกระดาษและใบเสร็จ เก็บให้ดีไว้ใช้เข้าเกตและตรวจตั๋วบนรถไฟ
ถ้าไม่อยากเสี่ยงตั๋วเต็ม ต่อคิวยาว หรือสื่อสารลำบาก การจองล่วงหน้าผ่านแอป/เว็บไซต์จะช่วยเซฟทั้งเวลาและความเครียดไปได้เยอะมาก
อย่าลืมเผื่อเวลาไปถึงสถานีล่วงหน้าอย่างน้อย 30–60 นาที (ช่วงเทศกาลจัดไป 60–90 นาที) เพราะต้องผ่านเครื่องสแกนกระเป๋า และบางสถานีใหญ่มาก เดินหาชานชาลาไกลกว่าที่คิด
ประเภทที่นั่งบนรถไฟฉางซา–จางเจียเจี้ย
รถไฟความเร็วสูง:
ชั้นสอง: ผังที่นั่ง 3+2 ขนาดมาตรฐาน ประหยัดสุดแต่ยังนั่งสบาย เหมาะสำหรับคนทั่วไป
ชั้นหนึ่ง: ผังที่นั่ง 2+2 กว้างขึ้น นั่งสบายขึ้น ปรับเอนได้ดี มีปลั๊กให้ เหมาะกับทริป 2–5 ชั่วโมง
ชั้นพรีเมียร์: ผังที่นั่ง 2+1 หรือ 1+1 ฟีลใกล้เคียงเครื่องบินชั้นธุรกิจ ปรับเอนได้เยอะมาก มีปลั๊กและความเป็นส่วนตัว
รถไฟธรรมดา:
ที่นั่งปกติ (เบาะแข็ง): นั่งได้แต่ไม่เน้นสบาย มีโต๊ะเล็ก ๆ และชั้นวางของเหนือศีรษะ เหมาะกับคนงบน้อยและระยะทางไม่ยาวเกินไป
ตู้นอนเตียงแข็ง (Hard Sleeper): ห้องละ 6 เตียง มีฉากกั้นบ้าง แต่ความเป็นส่วนตัวน้อยกว่าแบบเตียงนุ่ม
ตู้นอนเตียงนุ่ม (Soft Sleeper): ห้องละ 4 เตียง นอนสบายสุด เหมาะสำหรับการเดินทางข้ามคืนที่อยากพักผ่อนเต็ม ๆ
4. สิ่งที่ควรรู้ก่อนขึ้นรถไฟ: กระเป๋า ของห้ามพก และเวลาเช็กอิน
ข้อจำกัดเรื่องสัมภาระ
แม้รถไฟจีนจะไม่เข้มงวดเท่าสายการบิน แต่ก็มีหลักเกณฑ์คร่าว ๆ ที่ควรรู้:
ผู้โดยสารทั่วไป: น้ำหนักรวมประมาณ 20 กิโลกรัม
เด็ก/นักเรียน: ประมาณ 10–15 กิโลกรัม
ขนาดกระเป๋าไม่ควรเกิน 130 ซม. (กว้าง+ยาว+สูงรวมกัน)
โดยปกติจะไม่มีการชั่งน้ำหนักทุกใบ แต่ถ้ากระเป๋าใหญ่เกิน หรือดูหนักมาก อาจถูกให้แยกไปโหลดเป็นพัสดุแทน
ของต้องห้ามและข้อจำกัด
ห้ามพกอาวุธ ของมีคม วัตถุไวไฟ วัตถุระเบิด หรือสารเคมีอันตราย
- ของเหลวบางประเภทมีลิมิต เช่น
น้ำยาทาเล็บ น้ำยาย้อมผม และสารเคมีเคลือบต่าง ๆ ปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น
สเปรย์ (เช่น สเปรย์ผม โฟมผม สเปรย์ฆ่าแมลง น้ำหอมปรับอากาศ) จำกัดปริมาณต่อขวด
ไม้ขีดไฟไม่เกิน 2 กล่อง
ไฟแช็กธรรมดาไม่เกิน 2 ชิ้น
บางขบวนห้ามพกผลไม้กลิ่นแรง เช่น ทุเรียน
น้ำดื่มพกขึ้นได้ แต่ต้องผ่านเครื่อง X-ray
ควรไปถึงสถานีกี่นาทีก่อนเวลาออก?
ปกติควรไปก่อน 30–60 นาที
ช่วงวันหยุด/เทศกาลใหญ่ แนะนำ 60–90 นาที
เพราะต้องเผื่อเวลา:
ต่อคิวผ่านเครื่องสแกนกระเป๋า
เดินหาชานชาลา (บางสถานีใหญ่มาก)
เผื่อหลง เดินผิดฝั่ง หรือต้องถามเจ้าหน้าที่เพิ่ม
TIP: ตรวจเลขชานชาลาล่วงหน้าเสมอ เพราะบางสถานีมีหลายชานชาลามาก แถมอาจเปลี่ยนได้ก่อนเวลาออกเล็กน้อย
สิ่งอำนวยความสะดวกในสถานีรถไฟจีน
พื้นที่พักคอย
ห้องโถงใหญ่ ที่นั่งเยอะมาก
มีป้ายไฟฟ้าแสดงเที่ยวรถ เวลา และชานชาลาแบบเรียลไทม์
บางสถานีมีเลาจน์พรีเมียมสำหรับผู้โดยสารชั้นธุรกิจหรือชั้นพรีเมียร์
ร้านอาหาร & เครื่องดื่ม
ร้านสะดวกซื้อ เช่น FamilyMart, Lawson
ร้านบะหมี่ อาหารจานด่วน กาแฟ ชานม น้ำดื่ม ขนม
ปลั๊ก & Wi-Fi
มีจุดชาร์จแบตบางจุด
สถานีใหญ่มี Wi-Fi ฟรี แต่ส่วนใหญ่ต้องลงทะเบียนผ่านเบอร์มือถือจีน
ห้องน้ำ
มีแยกชาย–หญิง และห้องสำหรับผู้พิการ
ควรพกทิชชู่ของตัวเองไว้เสมอ
5. ประสบการณ์บนรถไฟ: ทริปที่ดีเริ่มตั้งแต่ขึ้นขบวน
ระหว่างทางฉางซา–จางเจียเจี้ย บอกเลยว่ามีอะไรให้มองมากกว่าหน้าจอมือถือแน่นอน ทั้งวิว ทุ่งนา ภูเขา และหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เหมือนภาพวาด
ความสบายบนรถไฟความเร็วสูง
รถไฟความเร็วสูงจีนหลายขบวนให้ฟีลแทบจะเหมือนเครื่องบินชั้นธุรกิจ:
ที่เก็บกระเป๋าเหนือศีรษะ และพื้นที่สำหรับวางกระเป๋าใบใหญ่ท้ายตู้
ปลั๊กไฟใต้เก้าอี้แทบทุกที่นั่ง (โดยเฉพาะขบวนใหม่)
บางสายมี Wi-Fi ให้ใช้งาน แม้สัญญาณจะหลุดบ้างเวลาเข้าพื้นที่ภูเขาหรืออุโมงค์
- รถเข็นเสบียงวิ่งเป็นระยะ ขาย:
ข้าวกล่องร้อน ๆ
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
น้ำดื่ม น้ำผลไม้ ชา นม
ขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ
มีเครื่องกดน้ำร้อนสำหรับชงบะหมี่หรือชา
ห้องน้ำมีทั้งแบบชักโครก (Western) และแบบนั่งยอง (Squat)
วิวระหว่างทางสวยจนต้องเงยหน้าจากมือถือ
แม้เส้นทางนี้จะไม่ผ่านภูเขาหิมะ แต่ธรรมชาติแถบจีนตอนกลาง–ตะวันตกก็สวยไม่แพ้กัน:
ทิวเขาเขียว ๆ และภูเขารูปร่างแปลกตา ยิ่งเข้าใกล้จางเจียเจี้ยยิ่งเริ่มเห็นความอลังการของภูเขาหินปูน
ทุ่งนาและหมู่บ้านหลังคากระเบื้องสีเทา–ดำ ให้ฟีลจีนชนบทแท้ ๆ
แม่น้ำ ลำธารเล็ก ๆ ไหลผ่านใต้สะพานรถไฟ โดยเฉพาะช่วงหลังฝนตก สวยแบบเงียบ ๆ แต่โคตรน่ามอง
ที่นั่งแนะนำ: ฝั่ง D หรือ F โดยเฉพาะที่นั่ง “F” ติดหน้าต่างฝั่งขวา ขาออกจากฉางซาไปจางเจียเจี้ยจะได้วิวภูเขาชัด ๆ ช่วงกลางทริปเป็นต้นไป
สิ่งที่ควรระวังเล็ก ๆ แต่สำคัญมาก
รถไฟจีนตรงเวลาจริงจัง สายไม่ได้แม้แต่นาทีเดียว
ต้องใช้พาสปอร์ตทั้งตอนรับตั๋วและเข้าเกต อย่าเก็บไว้ในกระเป๋าที่ฝากไปแล้ว
ห้องน้ำบางขบวนไม่มีทิชชู่ พกของตัวเองไว้ชัวร์สุด
ห้ามสูบบุหรี่บนขบวน แม้ในห้องน้ำ เจอจับมีค่าปรับหนัก
รถเข็นอาหารมีไม่ทุกขบวน เตรียมขนมหรือน้ำไปเองจะประหยัดกว่า
สัญญาณมือถืออาจหายช่วงเข้าอุโมงค์หรือผ่านเขา ถ้ากลัวเบื่อโหลดเพลงหรือหนังไว้ล่วงหน้าดีที่สุด
6. ถึงจางเจียเจี้ยแล้ว ไปต่อยังไงดี?
ถึง Zhangjiajie West Station (张家界西站) แล้วอย่าเพิ่งงง นี่คือประตูหลักสู่ตัวเมืองและอุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย
ตัวเลือกการเดินทางจากสถานี
1. แท็กซี่ (เหมาะกับคนของเยอะหรือเดินทางเป็นกลุ่ม)
มีคิวแท็กซี่อยู่หน้าอาคารสถานี
ราคาประมาณ 30–60 หยวน ขึ้นกับระยะทาง
ใช้แอปเรียกรถอย่าง DiDi จะช่วยเช็กราคาและป้องกันการโดนคิดเกิน
2. รถบัสสาธารณะ
ประหยัดสุด ค่ารถประมาณ 2–5 หยวนต่อเที่ยว
มีทั้งสายเข้าตัวเมืองและสายไปโซนอุทยาน (เช่น Wulingyuan)
ใช้แอปแผนที่จีนอย่าง Baidu Maps ช่วยดูเส้นทางได้ดีมาก
3. รถเช่าพร้อมคนขับ
จองล่วงหน้าผ่านโรงแรมหรือแพลตฟอร์มออนไลน์
เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ความยืดหยุ่น เที่ยวหลายจุดในวันเดียว
ราคาโดยประมาณ 300–500 หยวนต่อวัน แล้วแต่รถและระยะทาง
4. จักรยานแชร์ & สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
เหมาะสำหรับวิ่งระยะใกล้ในตัวเมือง
ใช้แอปจีน สแกน QR เพื่อปลดล็อก และต้องมี WeChat Pay หรือ Alipay
โรงแรม & ที่พักใกล้สถานี
รอบ ๆ สถานีมีทั้งโรงแรมและโฮสเทลหลายระดับ เหมาะกับการพักคืนแรกหลังถึงเมือง หรือคืนก่อนวันเดินทางกลับ โดยส่วนใหญ่:
อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟและสนามบิน
เดินทางสะดวกไปกระเช้าขึ้นภูเขาเทียนเหมิน หรือเข้าเมือง
เน้นห้องพักเงียบสะอาด มีอาหารเช้าให้ และวิวดีบางแห่ง
ร้านอาหาร & ร้านสะดวกซื้อ
บริเวณรอบสถานีและในเมืองมี:
ร้านสะดวกซื้อ เช่น Lawson, Kedi มีของกินเล่นและของจำเป็นครบ
ร้านอาหารพื้นเมืองสไตล์หูหนานหลายร้าน รสชาติจัดจ้าน วัตถุดิบท้องถิ่น
เมนูห้ามพลาดอย่าง สตูไก่เห็ดหิน (石耳炖鸡) ทำจากเห็ดป่าหายากที่ขึ้นตามหน้าผาเฉพาะแถวนี้ น้ำซุปหอมหวาน มีประโยชน์และบำรุงร่างกายสุด ๆ
บริการนักท่องเที่ยว & จุดฝากกระเป๋า
มีเคาน์เตอร์บริการนักท่องเที่ยว แจกแผนที่ เบอร์ติดต่อ และข้อมูลสายรถต่าง ๆ
เจ้าหน้าที่บางส่วนพอพูดอังกฤษได้ ช่วยถามเส้นทางหรือวิธีต่อรถได้
ตัวเลือกฝากสัมภาระ:
ตู้ฝากกระเป๋าอัตโนมัติ
มักตั้งอยู่ในสถานีรถไฟหรือพื้นที่ข้างใน
ราคาโดยเฉลี่ยประมาณ 10–20 หยวนต่อ 4–6 ชั่วโมง แล้วแต่ขนาด
ใช้การสแกน QR หรือรหัสผ่าน เปิด–ปิดตู้
เก็บสลิปหรือข้อมูลล็อกเกอร์ให้ดี
ฝากกับโรงแรมหรือร้านค้า
โรงแรมหลายแห่งรับฝากกระเป๋า แม้ยังไม่ถึงเวลาเช็กอิน
ราคาประมาณ 10–30 หยวนต่อวัน
บางทีถ้าพักที่โรงแรมเขา อาจฝากฟรีได้ ลองถามล่วงหน้าได้เลย
7. ที่เที่ยวห้ามพลาดในจางเจียเจี้ย
จางเจียเจี้ยคือ ดินแดนแฟนตาซีที่มีอยู่จริงบนโลก ใครได้มาเห็นด้วยตา จะเข้าใจทันทีว่าทำไมถึงดังไปทั่วโลก
อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie National Forest Park)
นี่คืออุทยานแห่งชาติแห่งแรกของจีนที่ได้เป็นมรดกโลก จุดเด่นคือ “เสาหินทราย” รูปทรงแปลกตา เรียงตัวกันเหมือนโลกแฟนตาซี
ไฮไลต์เด็ดคือ โซนหยวนเจียเจี้ย (Yuanjiajie) ที่กลายเป็นต้นแบบของ Hallelujah Mountains ในหนัง Avatar
ที่นี่คุณจะได้เห็น:
หมอกลอยค้างบนยอดเขา เหมือนภูเขาลอยอยู่บนฟ้า
ทางเดินลอยฟ้าพร้อมวิว 360 องศา
จุดชมวิว “First Bridge under Heaven” สะพานหินธรรมชาติที่เชื่อมภูเขาสองลูกแบบโคตรน่าทึ่ง
สะพานแก้วจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie Glass Bridge)
สะพานแก้วชื่อดังที่เคยเป็นสะพานกระจกที่ยาวที่สุดในโลก ยาวกว่า 430 เมตร สูงราว 300 เมตรเหนือหุบเขา แค่เดินลงไปบนกระจกใส ๆ ก็เหมือนหัวใจจะร่วงไปอยู่ด้านล่าง
ตั้งอยู่ในโซน Zhangjiajie Grand Canyon เหมาะกับคนชอบความเสียวผสมความสวยของธรรมชาติ
เทียนเหมินซาน (Tianmen Mountain)
ภูเขาชื่อดังใกล้ตัวเมืองจางเจียเจี้ย ไฮไลต์คือ “ประตูสวรรค์” ช่องหินยักษ์ทะลุภูเขา ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้
ความว้าวของเทียนเหมินซาน:
เส้นทาง “99 โค้งสู่สวรรค์” ถนนขึ้นเขาคดเคี้ยวจนเหมือนเส้นพาสต้า เหมาะกับการถ่ายรูปมาก
บันได 999 ขั้นนำทางสู่ประตูสวรรค์ ใครมีแรงลองเดินดู รับรองได้รูปเท่ ๆ กลับไป
กระเช้าที่ยาวสุดระดับโลก ยาวประมาณ 7.5 กิโลเมตร พาขึ้นไปดูวิวเมืองแบบพาโนรามา
ทางเดินกระจกริมหน้าผา (Skywalk) สำหรับสายหวาดเสียวแต่รักวิวอลัง
ถ้ำมังกรเหลือง (Huanglong Cave)
ถ้ำขนาดใหญ่สุดอลังที่อยู่ใกล้โซน Wulingyuan เปลี่ยนบรรยากาศจากการเดินบนภูเขา มาสัมผัสโลกใต้ดินบ้าง
ในถ้ำมีทั้ง:
หินงอกหินย้อยรูปร่างสวยแปลก
ธารน้ำใต้ดิน
เส้นทางเดินและสะพานหินที่ถูกจัดแสงให้เห็นรายละเอียดชัด ๆ
บางส่วนมีล่องเรือในถ้ำ บรรยากาศเหมือนอยู่ในหนังแฟนตาซี
8. จองตั๋วรถไฟฉางซา–จางเจียเจี้ยแบบไหนดี?
การนั่งรถไฟจากฉางซาไปจางเจียเจี้ยคือหนึ่งในวิธีเที่ยวจีนที่ คุ้มค่าและสบายที่สุด
ใช้เวลาไม่นาน แถมได้นั่งพักก่อนลุยเที่ยวต่อ
ได้ชมวิวสองข้างทางแบบเต็มตา
ไม่ต้องลุ้นรถติดเหมือนการนั่งรถบัส
จองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ VS ซื้อตั๋วที่สถานี
จองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
เหมาะกับคนที่อยากล็อกที่นั่งแน่นอนก่อนเดินทาง
ใช้งานเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษได้
จ่ายผ่านบัตรเครดิต/เดบิต
ได้ E-Ticket หรือ QR Code ใช้ขึ้นรถไฟได้เลยในหลาย ๆ ขบวน
ไม่ต้องไปต่อคิวยาว ๆ ที่สถานี โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่คนเดินทางเยอะ
ซื้อตั๋วหน้างานที่สถานี
เหมาะสำหรับคนที่เปลี่ยนแผนบ่อย หรือตัดสินใจทริปแบบฉุกละหุก
ต้องเตรียมพาสปอร์ตตัวจริงไปที่ช่องขายตั๋ว
มีความเสี่ยงเรื่องตั๋วเต็ม หรือเหลือแต่รอบไม่ดี
เช็กลิสต์ก่อนจองตั๋วรถไฟฉางซา–จางเจียเจี้ย
เส้นทางนี้ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่วิวดีในจีนตอนกลาง เห็นทั้งภูเขา ทุ่งนา ป่าเขียว และหมู่บ้านโบราณ
รถไฟความเร็วสูงใช้เวลาประมาณ 2.5–3.5 ชั่วโมง สะดวกกว่ารถบัสหรือรถเช่าชัดเจน
การจองล่วงหน้าผ่านแพลตฟอร์มที่ใช้ง่าย ช่วยลดความเสี่ยงโดนโกง และลดปัญหาเรื่องภาษา
มีระบบแจ้งเตือนเที่ยวรถและชานชาลาแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ไม่หลงสถานี
เลือกประเภทที่นั่งให้เหมาะกับตัวเอง ถ้าเดินทางกับผู้สูงอายุหรืออยากเน้นสบาย จัดชั้นหนึ่งหรือพรีเมียร์ไปเลย
พาสปอร์ตคือทุกอย่าง ตั้งแต่จอง รับตั๋ว จนถึงขึ้นรถ อย่าลืมหรือเก็บผิดกระเป๋าเด็ดขาด
ถ้าจะไปช่วงเทศกาลจีน เช่น ตรุษจีน หรือวันหยุดยาว แนะนำจองล่วงหน้าอย่างน้อย 7–10 วัน เพราะตั๋วหมดเร็วมาก
พร้อมออกเดินทางหรือยัง? เก็บข้อมูลนี้ไว้เป็นคู่มือ หยิบพาสปอร์ต แพ็กกระเป๋า แล้วไปสัมผัสด้วยตัวเองว่าทำไม ฉางซา–จางเจียเจี้ย ถึงกลายเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่สายเที่ยวตัวจริงห้ามพลาด
คำถามที่พบบ่อย: ฉางซา → จางเจียเจี้ย
จำเป็นต้องจองตั๋วรถไฟล่วงหน้าหรือไม่?
แนะนำอย่างยิ่งให้จองล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงวันหยุดและเทศกาล เพราะตั๋วหมดเร็วมาก การจองผ่านช่องทางออนไลน์ช่วยให้ไม่พลาดเที่ยวรถที่เล็งไว้
ใช้เวลานานแค่ไหนถ้านั่งรถไฟความเร็วสูง?
ส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 2.5–3.5 ชั่วโมง แล้วแต่ขบวนและจำนวนสถานีที่แวะระหว่างทาง
ต้องใช้เอกสารอะไรในการซื้อตั๋วและขึ้นรถไฟ?
นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องใช้ พาสปอร์ตตัวจริง ทั้งตอนจอง รับตั๋ว และเข้าเกตขึ้นรถไฟ ห้ามลืมเด็ดขาด
ใช้ E-Ticket บนมือถือ ขึ้นรถไฟได้เลยไหม?
ในหลาย ๆ ขบวนสามารถใช้ E-Ticket จากแอปหรือเว็บไซต์ที่จอง แสดงคู่กับพาสปอร์ต เพื่อเข้าเกตได้โดยไม่ต้องพิมพ์ตั๋วกระดาษ (ขึ้นกับเงื่อนไขของขบวนและสถานี)
จากสถานี Zhangjiajie West ไปอุทยานแห่งชาติยังไง?
จาก Zhangjiajie West สามารถ:
ต่อแท็กซี่
หรือนั่งรถบัสท้องถิ่น
หรือใช้รถเช่าพร้อมคนขับ
เพื่อไปยังประตูอุทยานโซน Wulingyuan ใช้เวลาประมาณ 40–60 นาที ขึ้นกับสภาพการจราจรและวิธีเดินทาง

