รับแอปรับแอป

นั่งรถไฟลุยฉางซา–จางเจียเจี้ย ทริปแรกก็ไปเองได้ แบบไม่ง้อทัวร์

ปภังกร สุขใจ01-29

เปิดทริปฉางซา–จางเจียเจี้ย ทำไมสายเที่ยวต้องไปให้ได้สักครั้ง

ถ้าพูดถึงจีน หลายคนอาจคุ้นแค่ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กำแพงเมืองจีน หรือช้อปปิ้งในกว่างโจว แต่มีอีกเส้นทางที่โคตรน่าไป และยังเป็น hidden gem ของสายเที่ยวสายรถไฟ นั่นคือเส้นทาง “ฉางซา – จางเจียเจี้ย”

ลองจินตนาการทริปเดียวที่ได้ทั้งเมืองใหญ่ฟีลจีนแท้ ๆ เต็มไปด้วยศิลปะ วัฒนธรรม และของกินรสจัดจ้าน แล้วต่อด้วยเมืองธรรมชาติที่วิวอลังเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลก Avatar แบบของจริง ทริปเดียวเหมือนได้ไปสองโลก!

เส้นทางนี้เหมาะมากสำหรับสายแบ็คแพ็ค มือใหม่เที่ยวจีน หรือคนที่อยากลองนั่งรถไฟเที่ยวแบบเท่ ๆ ไม่ต้องง้อทัวร์ ใช้ระบบรางจีนให้คุ้ม เพราะทั้งเร็ว ทั้งสะดวก และเต็มไปด้วยวิวดีตลอดทาง

เสน่ห์สองเมือง: ฉางซา & จางเจียเจี้ย ทริปเดียวครบทั้งเมืองและเขา

ฉางซา เมืองใหญ่จีนฟีล Local ที่ยังคงความดั้งเดิม

ฉางซา เมืองหลวงของมณฑลหูหนาน ตั้งอยู่ตอนกลางของจีน มีแม่น้ำเซียงเจียงไหลผ่านใจกลางเมือง เป็นศูนย์กลางด้านการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการคมนาคมของภูมิภาค มีครบทั้งสนามบิน รถไฟความเร็วสูง และรถไฟใต้ดิน เดินทางง่ายมาก

แม้จะเป็นเมืองใหญ่แต่ยังคงความเป็น “เมืองจีนแท้ ๆ” เอาไว้เต็ม ๆ ความเก่าแก่ของเมืองเก่า วัด โบราณสถาน และตึกสไตล์ดั้งเดิม กลมกลืนไปกับห้างสรรพสินค้า คาเฟ่ และแหล่งช้อปปิ้งสมัยใหม่แบบลงตัวสุด ๆ

เรายังเห็นร่องรอยประวัติศาสตร์โบราณปะทะกับชีวิตคนเมืองยุคใหม่ ร้านคาเฟ่สวย ๆ แหล่งช็อปชิค ๆ และถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยของกินสารพัดแบบ เดินได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ

ไฮไลต์ฉางซาที่ต้องรู้:

  • เมืองของกินตัวท็อป: อาหารหูหนานคือสวรรค์ของสายเผ็ด รสจัดถึงเครื่อง ทั้งเผ็ดและชา (จากพริก + พริกหอม) แบบไม่หวงเครื่อง ปรุงจัดเต็มทุกจาน

  • เมืองแห่งประวัติศาสตร์: เป็นบ้านเกิดของเหมาเจ๋อตุง และมีพิพิธภัณฑ์หูหนานให้สายประวัติศาสตร์ได้ชมโบราณวัตติจากยุคราชวงศ์ฮั่น รวมถึงมัมมี่โบราณกว่า 2,000 ปีที่สภาพสมบูรณ์จนน่าทึ่ง

  • เมืองชิลล์เดินเล่นง่าย: ถนนคนเดินหวงซิง คือจุดรวมร้านค้าท้องถิ่น คาเฟ่น่ารัก และสตรีทฟู้ดเพียบ ตกเย็นไปเดินเล่นริมแม่น้ำเซียงเจียง ต่อด้วยเกาะส้ม (Orange Isle) จุดปั่นจักรยาน นั่งปิกนิก ดูวิวเมืองยามค่ำสุดโรแมนติก

  • เมืองแห่ง KOL และไลฟ์สด: เดิน ๆ อยู่จะเห็นสตูดิโอไลฟ์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และร้านค้าออนไลน์เต็มเมือง ฟีลเมืองคอนเทนต์ของจีนแบบแท้จริง

จางเจียเจี้ย เมืองที่ทำให้คำว่า “ธรรมชาติอลังการ” เป็นเรื่องจริง

จางเจียเจี้ยตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลหูหนาน เดิมทีเป็นเมืองเล็กกลางหุบเขา แต่กลายเป็นดาวเด่นระดับโลกหลังจากอุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ยถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี 1992

ที่นี่คือแรงบันดาลใจของฉากโลก Pandora ในหนัง Avatar ภูเขาหินทรายรูปร่างแปลกตา สูงชะลูดพุ่งขึ้นฟ้า สร้างวิวเหนือจริงแบบที่มนุษย์จำลองยังไงก็ไม่เหมือน

จางเจียเจี้ยไม่ได้มีดีแค่ภูเขาแปลกตา แต่ยังมี:

  • สะพานแก้วสุดหวาดเสียวที่เคยได้ชื่อว่ายาวที่สุดในโลก

  • ถ้ำธรรมชาติขนาดยักษ์

  • หุบเขาเร้นลับ

  • เส้นทางเดินธรรมชาติที่สวยจนลืมเวลา

สรุปฟีลทริปนี้ง่าย ๆ:

  • สายศิลปะและวัฒนธรรม = ฉางซาตอบโจทย์

  • สายกิน = อาหารหูหนานคือเหตุผลที่ควรบินไป

  • สายธรรมชาติ สายถ่ายรูป สายทำคอนเทนต์ = จางเจียเจี้ยคือสวรรค์

ไปช่วงไหนดี? ฤดูกาลที่ดีที่สุดของทริปฉางซา–จางเจียเจี้ย

อยากเที่ยวสองเมืองให้คุ้ม แนะนำจองทริปช่วงนี้:

  • ปลายเมษายน – ต้นพฤษภาคม : ปลายฤดูใบไม้ผลิสู่ต้นหน้าร้อน

  • ปลายกันยายน – ตุลาคม : ช่วงใบไม้ร่วง

สองช่วงนี้อากาศกำลังดีมาก ประมาณ 15–25°C เดินเที่ยวสบาย ไม่ร้อน ไม่หนาว ธรรมชาติกำลังเขียวหรือเริ่มเปลี่ยนสี ได้รูปสวยแน่นอน

จากฉางซา เราสามารถนั่งรถไฟความเร็วสูงไปจางเจียเจี้ย ใช้เวลาประมาณ 3.5–4 ชั่วโมง เที่ยวสองเมืองในทริปเดียวแบบไม่เหนื่อยเกิน

มือใหม่ก็โปรได้: นั่งรถไฟเที่ยวจีนง่ายกว่าที่คิด

หลายคนกลัวเที่ยวจีนเพราะอ่านภาษาจีนไม่ได้ พูดภาษาจีนไม่ออก แถมชื่อเมืองก็อ่านยาก แต่นี่แหละคือเสน่ห์ของการ ใช้รถไฟเป็นตัวช่วยเดินทาง โดยเฉพาะเส้นทางฉางซา–จางเจียเจี้ย

จีนคือหนึ่งในประเทศที่ระบบรางพัฒนาเร็วที่สุดในโลก มีทั้งรถไฟความเร็วสูงและรถไฟธรรมดาคลาสสิกให้เลือก แถมการนั่งรถไฟเที่ยวจีนตอนนี้คือการเดินทางที่ได้ทั้ง “ฟินวิว” และ “ชิลล์ระหว่างทาง” ไปพร้อมกัน

ทำไมต้องนั่งรถไฟจากฉางซาไปจางเจียเจี้ย?

1. สะดวก ไม่ต้องเผื่อเวลาบินเยอะ

ไม่ต้องไปสนามบินล่วงหน้านาน ๆ ไม่ต้องโหลดกระเป๋า ไม่ต้องผ่านด่านหลายขั้นตอน แค่ไปถึงสถานีสัก 30–60 นาทีก่อนเวลาออกก็สบายแล้ว แถมสถานีรถไฟยังอยู่ในเมืองทั้งสองฝั่ง เดินทางต่อโคตรง่าย

2. ไว ปลอดภัย โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูง

ระยะทางจากฉางซาไปจางเจียเจี้ยใช้เวลาประมาณ 3.5–4 ชั่วโมง วิ่งตรง ไม่จอดถี่ ขบวนใหม่ สะอาด และระบบความปลอดภัยจัดเต็ม

3. สิ่งอำนวยความสะดวกครบจนลืมว่าบนรถไฟ

  • ที่นั่งกว้าง ปรับเอนได้ดี

  • มีปลั๊กชาร์จไฟใต้ที่นั่ง

  • บางขบวนมี Wi-Fi ให้ใช้

  • ห้องน้ำสะอาดกว่าที่คิดเยอะ

4. วิวข้างทางคือของดีที่ห้ามพลาด

รถไฟจะวิ่งผ่านภูเขา แม่น้ำ หมู่บ้านเล็ก ๆ เห็นวิถีจีนแบบโลคัล ทั้งทุ่งนาเขียว ๆ และภูเขาเตี้ยสลับสูง ถ้ามาช่วงใบไม้ผลิหรือใบไม้ร่วง คือสวยสุดระดับต้องวางมือถือลงแล้วมองออกหน้าต่างเลย

5. รถไฟธรรมดาก็มีเสน่ห์คลาสสิกในตัว

ถ้าไม่รีบ อยากประหยัด หรืออยากได้ฟีลย้อนยุค รถไฟธรรมดาก็เป็นตัวเลือกที่ดี ใช้เวลาประมาณ 6–8 ชั่วโมง (บางขบวนมีแบบกลางคืน) นั่ง-นอนยาว ตื่นมาก็ถึงจางเจียเจี้ย ได้ฟีลแบบคนท้องถิ่นเดินทางจริง ๆ

TIP: ถ้าเลือกนั่งรถไฟกลางคืน แนะนำจองเตียงนุ่ม (Soft Sleeper) จะสบายกว่า นอนหลับได้จริง และมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น จ่ายเพิ่มอีกนิดแต่คุ้ม

Trip.com เพื่อนร่วมทางสายรถไฟจีน

การเดินทางในจีนจะง่ายขึ้นมากถ้ามีตัวช่วยดี ๆ อย่าง Trip.com โดยเฉพาะคนที่อยากจองตั๋วรถไฟฉางซา–จางเจียเจี้ยแบบไม่ต้องลุ้น ไม่ต้องไปยืนงงที่สถานี

จุดเด่นของการจองผ่าน Trip.com

  • ใช้งานง่าย มีเมนูหลายภาษา รวมถึงภาษาไทยและอังกฤษ จองเสร็จในไม่กี่นาที รับ E-Ticket ภายในเวลาสั้น ๆ

  • จองตั๋วรถไฟจีนล่วงหน้าได้สูงสุด 15 วัน เลือกได้ทั้งประเภทขบวนและชั้นที่นั่ง

  • มีตัวเลือกชำระเงินหลากหลาย ใช้บัตรเครดิต/เดบิตสากลได้ ไม่ต้องมี Alipay หรือ WeChat Pay

  • เปลี่ยนแผนได้ สามารถเลื่อนหรือยกเลิกตั๋วก่อนเดินทาง (ตามเงื่อนไข)

  • เช็กเที่ยวรถแบบเรียลไทม์ มีแจ้งเตือนหากขบวนเลื่อนเวลา

  • มีรีวิวผู้ใช้จริง ช่วยตัดสินใจเลือกขบวนได้ง่ายขึ้น

  • มีทีมซัพพอร์ต 24 ชั่วโมงคอยช่วยเหลือเวลาเจอเหตุฉุกเฉิน

  • มีโปรโมชันและส่วนลดทั้งผู้ใช้ใหม่และผู้ใช้ประจำ

1. ข้อมูลรถไฟความเร็วสูง ฉางซา → จางเจียเจี้ย

ถ้าอยากได้ทั้งความเร็ว ความสะดวก และวิวดีระหว่างทาง รถไฟความเร็วสูงคือคำตอบ

  • ราคาตั๋วเริ่มต้นประมาณ 700 บาทขึ้นไป (ขึ้นกับวันที่และประเภทที่นั่ง)

  • ส่วนใหญ่เริ่มต้นที่ Changsha South Station หรือ Changsha

  • ปลายทางคือ Zhangjiajie West Station

  • ระยะทางราว 260 กิโลเมตร

  • ใช้เวลาเร็วสุดประมาณ 1 ชม. 52 นาที แต่โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 2 ชม. 40 นาที – 3 ชม. 30 นาที

  • มีให้บริการประมาณ 50+ เที่ยวต่อวัน

  • ที่นั่งหลัก ๆ มี 3 ประเภท: ชั้นสอง ชั้นหนึ่ง และชั้นพรีเมียร์

ขบวนบางส่วนจะจอดผ่านสถานี เช่น Yiyang South, Changde, Cili ก่อนถึง Zhangjiajie West แล้วแต่เที่ยวที่เลือก

2. เช็กตารางรถไฟความเร็วสูงแบบมือโปร

บนเส้นทางฉางซา–จางเจียเจี้ย จะมีทั้งรถไฟความเร็วสูง (C, G, D), รถด่วน (Z) และรถธรรมดา (T, K) การเช็กให้ถูกประเภทช่วยวางแผนทริปได้ดีขึ้นมาก

ข้อดีของการเช็กตารางผ่านแพลตฟอร์มที่ใช้ง่าย:

  • ดูเที่ยวรถแบบเรียลไทม์ เห็นทั้งเวลาออก–ถึง ระยะทาง และราคา

  • เลือกเฉพาะรถไฟความเร็วสูงได้ ไม่ต้องไล่ดูเองทีละขบวน

  • จองตั๋วและจ่ายเงินในที่เดียว แล้วเอา E-Ticket ไปขึ้นรถไฟได้เลย

วิธีค้นหาตารางรถไฟความเร็วสูง (แนวทาง):

  1. เข้าเว็บหรือแอป แล้วเลือกเมนู “รถไฟ”

  2. ใส่ต้นทาง: Changsha / 长沙 หรือ Changsha South / 长沙南站

  3. ใส่ปลายทาง: Zhangjiajie / 张家界 หรือ Zhangjiajie West / 张家界西站

  4. เลือกวันที่เดินทาง และติ๊กเฉพาะ “รถไฟความเร็วสูง”

  5. ระบบจะแสดงเที่ยวรถ พร้อมเวลา ราคาตามประเภทที่นั่งให้เลือก

3. วิธีซื้อตั๋ว + เลือกที่นั่งให้เหมาะกับสไตล์ของตัวเอง

วิธีจองตั๋วรถไฟแบบง่ายสุดสำหรับสายดิจิทัล

ขั้นตอนโดยรวมจะประมาณนี้:

  1. เปิดแอปหรือเว็บไซต์ที่ใช้จอง

  2. เลือกเมนู “ตั๋วรถไฟ” ใส่ต้นทาง–ปลายทาง และวันที่ต้องการเดินทาง

  3. ระบบจะแสดงเที่ยวรถทั้งหมด พร้อมเวลาเดินทาง ระยะเวลา ประเภทขบวน และราคา

  4. เลือกขบวนที่ต้องการ → เลือกประเภทที่นั่ง (ชั้นสอง / ชั้นหนึ่ง / ชั้นพรีเมียร์)

  5. กรอกข้อมูลผู้เดินทาง: ชื่อ–นามสกุลตามพาสปอร์ต และเลขพาสปอร์ต

  6. จ่ายเงินด้วยบัตรเครดิต/เดบิต

  7. รอรับ QR Code หรือหมายเลขการจอง ใช้คู่กับพาสปอร์ตตอนขึ้นรถไฟ

ซื้อตั๋วที่สถานี Changsha / Changsha South

เตรียมตัวก่อนเดินทาง:

  • เตรียมพาสปอร์ตตัวจริง

  • จำชื่อสถานีทั้งต้นทางและปลายทางเป็นภาษาจีนให้ได้
    • ต้นทาง: 长沙 (Changsha) หรือ 长沙南 (Changsha South)

    • ปลายทาง: 张家界 (Zhangjiajie) หรือ 张家界西 (Zhangjiajie West)

  • จดเวลาเดินทางคร่าว ๆ ที่อยากได้ หรือแคปหน้าจอตารางจากแพลตฟอร์มจองไปให้เจ้าหน้าที่ดู

เลือกสถานีให้ถูก:

  • รถไฟความเร็วสูง: Changsha South Railway Station (长沙南站) – สถานีใหญ่ ทันสมัย

  • รถไฟธรรมดา: Changsha Railway Station (长沙站) – อยู่กลางเมือง เหมาะสำหรับสายประหยัดหรือสายรถไฟกลางคืน

ขั้นตอนการซื้อตั๋วที่สถานี:

  • ต่อคิวที่ช่องจำหน่ายตั๋ว (售票处 Shòupiàochù)

  • บอกปลายทาง วันที่ เวลาโดยประมาณ ประเภทที่นั่งที่ต้องการ

  • ยื่นพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่ใช้ลงข้อมูลบนตั๋ว

  • ชำระเงิน (มักรับเงินสดหรือ UnionPay เป็นหลัก)

  • รับตั๋วกระดาษและใบเสร็จ เก็บให้ดีไว้ใช้เข้าเกตและตรวจตั๋วบนรถไฟ

ถ้าไม่อยากเสี่ยงตั๋วเต็ม ต่อคิวยาว หรือสื่อสารลำบาก การจองล่วงหน้าผ่านแอป/เว็บไซต์จะช่วยเซฟทั้งเวลาและความเครียดไปได้เยอะมาก

อย่าลืมเผื่อเวลาไปถึงสถานีล่วงหน้าอย่างน้อย 30–60 นาที (ช่วงเทศกาลจัดไป 60–90 นาที) เพราะต้องผ่านเครื่องสแกนกระเป๋า และบางสถานีใหญ่มาก เดินหาชานชาลาไกลกว่าที่คิด

ประเภทที่นั่งบนรถไฟฉางซา–จางเจียเจี้ย

รถไฟความเร็วสูง:

  • ชั้นสอง: ผังที่นั่ง 3+2 ขนาดมาตรฐาน ประหยัดสุดแต่ยังนั่งสบาย เหมาะสำหรับคนทั่วไป

  • ชั้นหนึ่ง: ผังที่นั่ง 2+2 กว้างขึ้น นั่งสบายขึ้น ปรับเอนได้ดี มีปลั๊กให้ เหมาะกับทริป 2–5 ชั่วโมง

  • ชั้นพรีเมียร์: ผังที่นั่ง 2+1 หรือ 1+1 ฟีลใกล้เคียงเครื่องบินชั้นธุรกิจ ปรับเอนได้เยอะมาก มีปลั๊กและความเป็นส่วนตัว

รถไฟธรรมดา:

  • ที่นั่งปกติ (เบาะแข็ง): นั่งได้แต่ไม่เน้นสบาย มีโต๊ะเล็ก ๆ และชั้นวางของเหนือศีรษะ เหมาะกับคนงบน้อยและระยะทางไม่ยาวเกินไป

  • ตู้นอนเตียงแข็ง (Hard Sleeper): ห้องละ 6 เตียง มีฉากกั้นบ้าง แต่ความเป็นส่วนตัวน้อยกว่าแบบเตียงนุ่ม

  • ตู้นอนเตียงนุ่ม (Soft Sleeper): ห้องละ 4 เตียง นอนสบายสุด เหมาะสำหรับการเดินทางข้ามคืนที่อยากพักผ่อนเต็ม ๆ

4. สิ่งที่ควรรู้ก่อนขึ้นรถไฟ: กระเป๋า ของห้ามพก และเวลาเช็กอิน

ข้อจำกัดเรื่องสัมภาระ

แม้รถไฟจีนจะไม่เข้มงวดเท่าสายการบิน แต่ก็มีหลักเกณฑ์คร่าว ๆ ที่ควรรู้:

  • ผู้โดยสารทั่วไป: น้ำหนักรวมประมาณ 20 กิโลกรัม

  • เด็ก/นักเรียน: ประมาณ 10–15 กิโลกรัม

  • ขนาดกระเป๋าไม่ควรเกิน 130 ซม. (กว้าง+ยาว+สูงรวมกัน)

โดยปกติจะไม่มีการชั่งน้ำหนักทุกใบ แต่ถ้ากระเป๋าใหญ่เกิน หรือดูหนักมาก อาจถูกให้แยกไปโหลดเป็นพัสดุแทน

ของต้องห้ามและข้อจำกัด

  • ห้ามพกอาวุธ ของมีคม วัตถุไวไฟ วัตถุระเบิด หรือสารเคมีอันตราย

  • ของเหลวบางประเภทมีลิมิต เช่น
    • น้ำยาทาเล็บ น้ำยาย้อมผม และสารเคมีเคลือบต่าง ๆ ปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น

    • สเปรย์ (เช่น สเปรย์ผม โฟมผม สเปรย์ฆ่าแมลง น้ำหอมปรับอากาศ) จำกัดปริมาณต่อขวด

    • ไม้ขีดไฟไม่เกิน 2 กล่อง

    • ไฟแช็กธรรมดาไม่เกิน 2 ชิ้น

  • บางขบวนห้ามพกผลไม้กลิ่นแรง เช่น ทุเรียน

  • น้ำดื่มพกขึ้นได้ แต่ต้องผ่านเครื่อง X-ray

ควรไปถึงสถานีกี่นาทีก่อนเวลาออก?

  • ปกติควรไปก่อน 30–60 นาที

  • ช่วงวันหยุด/เทศกาลใหญ่ แนะนำ 60–90 นาที

เพราะต้องเผื่อเวลา:

  • ต่อคิวผ่านเครื่องสแกนกระเป๋า

  • เดินหาชานชาลา (บางสถานีใหญ่มาก)

  • เผื่อหลง เดินผิดฝั่ง หรือต้องถามเจ้าหน้าที่เพิ่ม

TIP: ตรวจเลขชานชาลาล่วงหน้าเสมอ เพราะบางสถานีมีหลายชานชาลามาก แถมอาจเปลี่ยนได้ก่อนเวลาออกเล็กน้อย

สิ่งอำนวยความสะดวกในสถานีรถไฟจีน

พื้นที่พักคอย

  • ห้องโถงใหญ่ ที่นั่งเยอะมาก

  • มีป้ายไฟฟ้าแสดงเที่ยวรถ เวลา และชานชาลาแบบเรียลไทม์

  • บางสถานีมีเลาจน์พรีเมียมสำหรับผู้โดยสารชั้นธุรกิจหรือชั้นพรีเมียร์

ร้านอาหาร & เครื่องดื่ม

  • ร้านสะดวกซื้อ เช่น FamilyMart, Lawson

  • ร้านบะหมี่ อาหารจานด่วน กาแฟ ชานม น้ำดื่ม ขนม

ปลั๊ก & Wi-Fi

  • มีจุดชาร์จแบตบางจุด

  • สถานีใหญ่มี Wi-Fi ฟรี แต่ส่วนใหญ่ต้องลงทะเบียนผ่านเบอร์มือถือจีน

ห้องน้ำ

  • มีแยกชาย–หญิง และห้องสำหรับผู้พิการ

  • ควรพกทิชชู่ของตัวเองไว้เสมอ

5. ประสบการณ์บนรถไฟ: ทริปที่ดีเริ่มตั้งแต่ขึ้นขบวน

ระหว่างทางฉางซา–จางเจียเจี้ย บอกเลยว่ามีอะไรให้มองมากกว่าหน้าจอมือถือแน่นอน ทั้งวิว ทุ่งนา ภูเขา และหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เหมือนภาพวาด

ความสบายบนรถไฟความเร็วสูง

รถไฟความเร็วสูงจีนหลายขบวนให้ฟีลแทบจะเหมือนเครื่องบินชั้นธุรกิจ:

  • ที่เก็บกระเป๋าเหนือศีรษะ และพื้นที่สำหรับวางกระเป๋าใบใหญ่ท้ายตู้

  • ปลั๊กไฟใต้เก้าอี้แทบทุกที่นั่ง (โดยเฉพาะขบวนใหม่)

  • บางสายมี Wi-Fi ให้ใช้งาน แม้สัญญาณจะหลุดบ้างเวลาเข้าพื้นที่ภูเขาหรืออุโมงค์

  • รถเข็นเสบียงวิ่งเป็นระยะ ขาย:
    • ข้าวกล่องร้อน ๆ

    • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

    • น้ำดื่ม น้ำผลไม้ ชา นม

    • ขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ

  • มีเครื่องกดน้ำร้อนสำหรับชงบะหมี่หรือชา

  • ห้องน้ำมีทั้งแบบชักโครก (Western) และแบบนั่งยอง (Squat)

วิวระหว่างทางสวยจนต้องเงยหน้าจากมือถือ

แม้เส้นทางนี้จะไม่ผ่านภูเขาหิมะ แต่ธรรมชาติแถบจีนตอนกลาง–ตะวันตกก็สวยไม่แพ้กัน:

  • ทิวเขาเขียว ๆ และภูเขารูปร่างแปลกตา ยิ่งเข้าใกล้จางเจียเจี้ยยิ่งเริ่มเห็นความอลังการของภูเขาหินปูน

  • ทุ่งนาและหมู่บ้านหลังคากระเบื้องสีเทา–ดำ ให้ฟีลจีนชนบทแท้ ๆ

  • แม่น้ำ ลำธารเล็ก ๆ ไหลผ่านใต้สะพานรถไฟ โดยเฉพาะช่วงหลังฝนตก สวยแบบเงียบ ๆ แต่โคตรน่ามอง

ที่นั่งแนะนำ: ฝั่ง D หรือ F โดยเฉพาะที่นั่ง “F” ติดหน้าต่างฝั่งขวา ขาออกจากฉางซาไปจางเจียเจี้ยจะได้วิวภูเขาชัด ๆ ช่วงกลางทริปเป็นต้นไป

สิ่งที่ควรระวังเล็ก ๆ แต่สำคัญมาก

  • รถไฟจีนตรงเวลาจริงจัง สายไม่ได้แม้แต่นาทีเดียว

  • ต้องใช้พาสปอร์ตทั้งตอนรับตั๋วและเข้าเกต อย่าเก็บไว้ในกระเป๋าที่ฝากไปแล้ว

  • ห้องน้ำบางขบวนไม่มีทิชชู่ พกของตัวเองไว้ชัวร์สุด

  • ห้ามสูบบุหรี่บนขบวน แม้ในห้องน้ำ เจอจับมีค่าปรับหนัก

  • รถเข็นอาหารมีไม่ทุกขบวน เตรียมขนมหรือน้ำไปเองจะประหยัดกว่า

  • สัญญาณมือถืออาจหายช่วงเข้าอุโมงค์หรือผ่านเขา ถ้ากลัวเบื่อโหลดเพลงหรือหนังไว้ล่วงหน้าดีที่สุด

6. ถึงจางเจียเจี้ยแล้ว ไปต่อยังไงดี?

ถึง Zhangjiajie West Station (张家界西站) แล้วอย่าเพิ่งงง นี่คือประตูหลักสู่ตัวเมืองและอุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย

ตัวเลือกการเดินทางจากสถานี

1. แท็กซี่ (เหมาะกับคนของเยอะหรือเดินทางเป็นกลุ่ม)

  • มีคิวแท็กซี่อยู่หน้าอาคารสถานี

  • ราคาประมาณ 30–60 หยวน ขึ้นกับระยะทาง

  • ใช้แอปเรียกรถอย่าง DiDi จะช่วยเช็กราคาและป้องกันการโดนคิดเกิน

2. รถบัสสาธารณะ

  • ประหยัดสุด ค่ารถประมาณ 2–5 หยวนต่อเที่ยว

  • มีทั้งสายเข้าตัวเมืองและสายไปโซนอุทยาน (เช่น Wulingyuan)

  • ใช้แอปแผนที่จีนอย่าง Baidu Maps ช่วยดูเส้นทางได้ดีมาก

3. รถเช่าพร้อมคนขับ

  • จองล่วงหน้าผ่านโรงแรมหรือแพลตฟอร์มออนไลน์

  • เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ความยืดหยุ่น เที่ยวหลายจุดในวันเดียว

  • ราคาโดยประมาณ 300–500 หยวนต่อวัน แล้วแต่รถและระยะทาง

4. จักรยานแชร์ & สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

  • เหมาะสำหรับวิ่งระยะใกล้ในตัวเมือง

  • ใช้แอปจีน สแกน QR เพื่อปลดล็อก และต้องมี WeChat Pay หรือ Alipay

โรงแรม & ที่พักใกล้สถานี

รอบ ๆ สถานีมีทั้งโรงแรมและโฮสเทลหลายระดับ เหมาะกับการพักคืนแรกหลังถึงเมือง หรือคืนก่อนวันเดินทางกลับ โดยส่วนใหญ่:

  • อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟและสนามบิน

  • เดินทางสะดวกไปกระเช้าขึ้นภูเขาเทียนเหมิน หรือเข้าเมือง

  • เน้นห้องพักเงียบสะอาด มีอาหารเช้าให้ และวิวดีบางแห่ง

ร้านอาหาร & ร้านสะดวกซื้อ

บริเวณรอบสถานีและในเมืองมี:

  • ร้านสะดวกซื้อ เช่น Lawson, Kedi มีของกินเล่นและของจำเป็นครบ

  • ร้านอาหารพื้นเมืองสไตล์หูหนานหลายร้าน รสชาติจัดจ้าน วัตถุดิบท้องถิ่น

  • เมนูห้ามพลาดอย่าง สตูไก่เห็ดหิน (石耳炖鸡) ทำจากเห็ดป่าหายากที่ขึ้นตามหน้าผาเฉพาะแถวนี้ น้ำซุปหอมหวาน มีประโยชน์และบำรุงร่างกายสุด ๆ

บริการนักท่องเที่ยว & จุดฝากกระเป๋า

  • มีเคาน์เตอร์บริการนักท่องเที่ยว แจกแผนที่ เบอร์ติดต่อ และข้อมูลสายรถต่าง ๆ

  • เจ้าหน้าที่บางส่วนพอพูดอังกฤษได้ ช่วยถามเส้นทางหรือวิธีต่อรถได้

ตัวเลือกฝากสัมภาระ:

  1. ตู้ฝากกระเป๋าอัตโนมัติ

    • มักตั้งอยู่ในสถานีรถไฟหรือพื้นที่ข้างใน

    • ราคาโดยเฉลี่ยประมาณ 10–20 หยวนต่อ 4–6 ชั่วโมง แล้วแต่ขนาด

    • ใช้การสแกน QR หรือรหัสผ่าน เปิด–ปิดตู้

    • เก็บสลิปหรือข้อมูลล็อกเกอร์ให้ดี

  2. ฝากกับโรงแรมหรือร้านค้า

    • โรงแรมหลายแห่งรับฝากกระเป๋า แม้ยังไม่ถึงเวลาเช็กอิน

    • ราคาประมาณ 10–30 หยวนต่อวัน

    • บางทีถ้าพักที่โรงแรมเขา อาจฝากฟรีได้ ลองถามล่วงหน้าได้เลย

7. ที่เที่ยวห้ามพลาดในจางเจียเจี้ย

จางเจียเจี้ยคือ ดินแดนแฟนตาซีที่มีอยู่จริงบนโลก ใครได้มาเห็นด้วยตา จะเข้าใจทันทีว่าทำไมถึงดังไปทั่วโลก

อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie National Forest Park)

นี่คืออุทยานแห่งชาติแห่งแรกของจีนที่ได้เป็นมรดกโลก จุดเด่นคือ “เสาหินทราย” รูปทรงแปลกตา เรียงตัวกันเหมือนโลกแฟนตาซี

ไฮไลต์เด็ดคือ โซนหยวนเจียเจี้ย (Yuanjiajie) ที่กลายเป็นต้นแบบของ Hallelujah Mountains ในหนัง Avatar

ที่นี่คุณจะได้เห็น:

  • หมอกลอยค้างบนยอดเขา เหมือนภูเขาลอยอยู่บนฟ้า

  • ทางเดินลอยฟ้าพร้อมวิว 360 องศา

  • จุดชมวิว “First Bridge under Heaven” สะพานหินธรรมชาติที่เชื่อมภูเขาสองลูกแบบโคตรน่าทึ่ง

สะพานแก้วจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie Glass Bridge)

สะพานแก้วชื่อดังที่เคยเป็นสะพานกระจกที่ยาวที่สุดในโลก ยาวกว่า 430 เมตร สูงราว 300 เมตรเหนือหุบเขา แค่เดินลงไปบนกระจกใส ๆ ก็เหมือนหัวใจจะร่วงไปอยู่ด้านล่าง

ตั้งอยู่ในโซน Zhangjiajie Grand Canyon เหมาะกับคนชอบความเสียวผสมความสวยของธรรมชาติ

เทียนเหมินซาน (Tianmen Mountain)

ภูเขาชื่อดังใกล้ตัวเมืองจางเจียเจี้ย ไฮไลต์คือ “ประตูสวรรค์” ช่องหินยักษ์ทะลุภูเขา ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้

ความว้าวของเทียนเหมินซาน:

  • เส้นทาง “99 โค้งสู่สวรรค์” ถนนขึ้นเขาคดเคี้ยวจนเหมือนเส้นพาสต้า เหมาะกับการถ่ายรูปมาก

  • บันได 999 ขั้นนำทางสู่ประตูสวรรค์ ใครมีแรงลองเดินดู รับรองได้รูปเท่ ๆ กลับไป

  • กระเช้าที่ยาวสุดระดับโลก ยาวประมาณ 7.5 กิโลเมตร พาขึ้นไปดูวิวเมืองแบบพาโนรามา

  • ทางเดินกระจกริมหน้าผา (Skywalk) สำหรับสายหวาดเสียวแต่รักวิวอลัง

ถ้ำมังกรเหลือง (Huanglong Cave)

ถ้ำขนาดใหญ่สุดอลังที่อยู่ใกล้โซน Wulingyuan เปลี่ยนบรรยากาศจากการเดินบนภูเขา มาสัมผัสโลกใต้ดินบ้าง

ในถ้ำมีทั้ง:

  • หินงอกหินย้อยรูปร่างสวยแปลก

  • ธารน้ำใต้ดิน

  • เส้นทางเดินและสะพานหินที่ถูกจัดแสงให้เห็นรายละเอียดชัด ๆ

  • บางส่วนมีล่องเรือในถ้ำ บรรยากาศเหมือนอยู่ในหนังแฟนตาซี

8. จองตั๋วรถไฟฉางซา–จางเจียเจี้ยแบบไหนดี?

การนั่งรถไฟจากฉางซาไปจางเจียเจี้ยคือหนึ่งในวิธีเที่ยวจีนที่ คุ้มค่าและสบายที่สุด

  • ใช้เวลาไม่นาน แถมได้นั่งพักก่อนลุยเที่ยวต่อ

  • ได้ชมวิวสองข้างทางแบบเต็มตา

  • ไม่ต้องลุ้นรถติดเหมือนการนั่งรถบัส

จองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ VS ซื้อตั๋วที่สถานี

จองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

  • เหมาะกับคนที่อยากล็อกที่นั่งแน่นอนก่อนเดินทาง

  • ใช้งานเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษได้

  • จ่ายผ่านบัตรเครดิต/เดบิต

  • ได้ E-Ticket หรือ QR Code ใช้ขึ้นรถไฟได้เลยในหลาย ๆ ขบวน

  • ไม่ต้องไปต่อคิวยาว ๆ ที่สถานี โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่คนเดินทางเยอะ

ซื้อตั๋วหน้างานที่สถานี

  • เหมาะสำหรับคนที่เปลี่ยนแผนบ่อย หรือตัดสินใจทริปแบบฉุกละหุก

  • ต้องเตรียมพาสปอร์ตตัวจริงไปที่ช่องขายตั๋ว

  • มีความเสี่ยงเรื่องตั๋วเต็ม หรือเหลือแต่รอบไม่ดี

เช็กลิสต์ก่อนจองตั๋วรถไฟฉางซา–จางเจียเจี้ย

  • เส้นทางนี้ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่วิวดีในจีนตอนกลาง เห็นทั้งภูเขา ทุ่งนา ป่าเขียว และหมู่บ้านโบราณ

  • รถไฟความเร็วสูงใช้เวลาประมาณ 2.5–3.5 ชั่วโมง สะดวกกว่ารถบัสหรือรถเช่าชัดเจน

  • การจองล่วงหน้าผ่านแพลตฟอร์มที่ใช้ง่าย ช่วยลดความเสี่ยงโดนโกง และลดปัญหาเรื่องภาษา

  • มีระบบแจ้งเตือนเที่ยวรถและชานชาลาแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ไม่หลงสถานี

  • เลือกประเภทที่นั่งให้เหมาะกับตัวเอง ถ้าเดินทางกับผู้สูงอายุหรืออยากเน้นสบาย จัดชั้นหนึ่งหรือพรีเมียร์ไปเลย

  • พาสปอร์ตคือทุกอย่าง ตั้งแต่จอง รับตั๋ว จนถึงขึ้นรถ อย่าลืมหรือเก็บผิดกระเป๋าเด็ดขาด

  • ถ้าจะไปช่วงเทศกาลจีน เช่น ตรุษจีน หรือวันหยุดยาว แนะนำจองล่วงหน้าอย่างน้อย 7–10 วัน เพราะตั๋วหมดเร็วมาก

พร้อมออกเดินทางหรือยัง? เก็บข้อมูลนี้ไว้เป็นคู่มือ หยิบพาสปอร์ต แพ็กกระเป๋า แล้วไปสัมผัสด้วยตัวเองว่าทำไม ฉางซา–จางเจียเจี้ย ถึงกลายเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่สายเที่ยวตัวจริงห้ามพลาด

คำถามที่พบบ่อย: ฉางซา → จางเจียเจี้ย

จำเป็นต้องจองตั๋วรถไฟล่วงหน้าหรือไม่?

แนะนำอย่างยิ่งให้จองล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงวันหยุดและเทศกาล เพราะตั๋วหมดเร็วมาก การจองผ่านช่องทางออนไลน์ช่วยให้ไม่พลาดเที่ยวรถที่เล็งไว้

ใช้เวลานานแค่ไหนถ้านั่งรถไฟความเร็วสูง?

ส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 2.5–3.5 ชั่วโมง แล้วแต่ขบวนและจำนวนสถานีที่แวะระหว่างทาง

ต้องใช้เอกสารอะไรในการซื้อตั๋วและขึ้นรถไฟ?

นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องใช้ พาสปอร์ตตัวจริง ทั้งตอนจอง รับตั๋ว และเข้าเกตขึ้นรถไฟ ห้ามลืมเด็ดขาด

ใช้ E-Ticket บนมือถือ ขึ้นรถไฟได้เลยไหม?

ในหลาย ๆ ขบวนสามารถใช้ E-Ticket จากแอปหรือเว็บไซต์ที่จอง แสดงคู่กับพาสปอร์ต เพื่อเข้าเกตได้โดยไม่ต้องพิมพ์ตั๋วกระดาษ (ขึ้นกับเงื่อนไขของขบวนและสถานี)

จากสถานี Zhangjiajie West ไปอุทยานแห่งชาติยังไง?

จาก Zhangjiajie West สามารถ:

  • ต่อแท็กซี่

  • หรือนั่งรถบัสท้องถิ่น

  • หรือใช้รถเช่าพร้อมคนขับ

เพื่อไปยังประตูอุทยานโซน Wulingyuan ใช้เวลาประมาณ 40–60 นาที ขึ้นกับสภาพการจราจรและวิธีเดินทาง