ทริปเดียวเก็บครบ ทะเล ภูเขาฟูจิ ศาลเจ้า และไฟประดับ
อยากหนีความวุ่นวายในโตเกียวแค่ 1 วัน แต่ได้ทั้งวิวทะเล ภูเขาฟูจิ คาเฟ่น่ารัก ศาลเจ้าสวย และไฟประดับโรแมนติกใช่ไหม?
มาลองทริปนั่งรถไฟจาก ชินจุกุ – เอโนะชิมะ – คามาคุระ ด้วย Digital Enoshima-Kamakura Freepass กัน ทริปนี้ใช้แค่พาสดิจิทัลใบเดียว แต่นั่งได้ทั้งสายโอดะคิว (Odakyu Line) และเอโนะเดน (Enoden Line) พร้อมแพลนเที่ยวแบบเดินตามได้เลย ไม่ต้องคิดเยอะ
ทำความรู้จัก Digital Enoshima-Kamakura Freepass
พาสนี้เป็น ตั๋วดิจิทัล ใช้ในมือถือได้เลย ไม่ต้องพกตั๋วกระดาษให้ยุ่งยาก ซื้อผ่านเว็บไซต์หรือมือถือ จากนั้นแค่โชว์ QR Code ตอนเข้าออกสถานี
เส้นทางที่ครอบคลุมของพาสใบนี้ คือ
รถไฟสายโอดะคิว (Odakyu Line)
ระหว่าง ชินจุกุ – ฟูจิซาว่า นั่งไป–กลับได้อย่างละ 1 เที่ยว
ระหว่าง ฟูจิซาว่า – คาตะเซะเอโนะชิมะ (Katase-Enoshima) ขึ้นลงกี่ครั้งก็ได้
รถไฟสายเอโนะเดน (Enoden Line)
ขึ้นลงได้ทุกสถานีกี่รอบก็ได้ตลอดเส้น
ด้วยพาสเดียว เราจะวนเที่ยวได้ทั้งคามาคุระ เอโนะชิมะ และวิวทะเลสวย ๆ โดยไม่ต้องมาคิดคำนวณค่ารถให้ปวดหัว
แพลน 1 วัน: กิน–เที่ยว–ถ่ายรูป ครบจบในทริปเดียว
แพลนวันนี้เน้น 3 อย่างหลัก ๆ: วิวดี อาหารอร่อย และไฟประดับตอนกลางคืน
สรุปภาพรวมเส้นทางทั้งวัน:
นั่ง Romancecar ชินจุกุ ⇄ ฟูจิซาว่า/คาตะเซะเอโนะชิมะ สบาย ๆ มีที่นั่งจองและปลั๊กชาร์จ
แวะชมวิวฟูจิและทะเลแถว Shichirigahama และ Inamuragasaki
เที่ยว–กิน–ช้อป ย่าน คามาคุระ – ถนนโคมาจิ (Komachi-dori) และรอบ ๆ ศาลเจ้าทสึรุงะโอกะ
แวะคาเฟ่ Breeze Bird Cafe & Bakery ใกล้สถานี Wadazuka
ไปเกาะเอโนะชิมะ ศาลเจ้า จุดชมวิวทะเล และ ไฟประดับที่ Enoshima Sea Candle & Samuel Cocking Garden
เริ่มต้นจากชินจุกุ: นั่ง Romancecar สบายเหมือนนั่งโซฟาเคลื่อนที่
ออกเดินทางจาก สถานีชินจุกุ รอบนี้เลือกนั่ง Romancecar ทั้งขาไปและขากลับ เพราะ
มีที่นั่งจองแน่นอน ไม่ต้องลุ้น
นั่งสบาย พื้นที่กว้าง
มีปลั๊กชาร์จให้ ใช้มือถือทั้งวันก็ไม่กลัวแบตหมด
ไปกับเพื่อนหลายคนสามารถหมุนเก้าอี้ให้หันหน้าคุยกันได้
การจอง Romancecar ผ่านระบบดิจิทัล (EMot) มีข้อดีคือ เปลี่ยนรอบรถได้เอง ผ่านเว็บไซต์หรือมือถือ ถ้าแผนเที่ยวเปลี่ยนก็ไม่ต้องไปต่อคิวที่เคาน์เตอร์ให้เสียเวลา
ตอนเข้าออกสถานี แค่ สแกน QR Code จากตั๋วดิจิทัลที่หน้าจอสีเหลืองของเครื่องสแกน ก็ผ่านประตูได้ทันที ง่ายและเร็วมาก
จุดที่ 1: Shichirigahama – ชายหาด + ภูเขาฟูจิในเฟรมเดียว
จาก สถานี Fujisawa เปลี่ยนมานั่งรถไฟสายเอโนะเดน ลงที่ สถานี Shichirigahama
ลงจากสถานีเดินอีกไม่ถึง 5 นาที ก็จะเจอชายหาดพร้อมวิว ภูเขาฟูจิ + ทะเลเอโนะชิมะ ถ้าอากาศดี ๆ ฟูจิจะชัดมาก แบบไม่ต้องซูมเยอะ
สำหรับสายถ่ายรูป แนะนำให้เผื่อเวลาเดินเล่นริมหาด ถ่ายรูปเล่น เปลี่ยนมุมไปเรื่อย ๆ รับลมทะเลเบา ๆ ก่อนจะไปเก็บอีกมุมสุดฮิตต่อไป
จุดที่ 2: Inamuragasaki – มุมรถไฟ Enoden + ฟูจิในตำนาน
ถ้ายังไม่จุใจกับวิวฟูจิ แนะนำให้ ขึ้น Enoden ต่อไปลงสถานี Inamuragasaki
จากสถานี เดินต่อประมาณ 10 นาที จะเจอกับมุมที่หลายคนตามหา คือ รถไฟ Enoden วิ่งคู่ไปกับวิวภูเขาฟูจิ เป็นช็อตที่ถ่ายยังไงก็ดูเหมือนโปสการ์ด
ข้อดีคือ พาสดิจิทัลที่ใช้วันนี้ ขึ้นลง Enoden ได้ไม่จำกัดรอบ อยากวนกลับไปเปลี่ยนมุมกี่ครั้งก็ได้ตามใจเลย
มื้อกลางวัน: Yoridokoro Kamakura – เซ็ตปลาย่าง + ไข่นุ่มฟู
หลังจากเดินเล่นและถ่ายรูปรอบทะเลจนหนำใจ ก็ถึงเวลามื้อกลางวัน เราไปที่ร้าน Yoridokoro Kamakura สาขาใกล้สถานี Wadazuka
ร้านนี้เป็นอาหารญี่ปุ่นแบบเซ็ต เน้น ปลาย่าง เป็นจานหลัก จุดเด่นคือ ไข่นุ่มฟู ที่สามารถสั่งเพิ่มได้ ทางร้านจะเอาอุปกรณ์มาตั้งให้ตีไข่เอง เป็นกิจกรรมเล็ก ๆ ฆ่าเวลา ระหว่างรออาหาร สนุกดีแถมได้รูปสวย
เดินเล่นคามาคุระ: ถนนโคมาจิ–ศาลเจ้าทสึรุงะโอกะ–ซากุระ
หลังมื้อเที่ยง จากแถว Wadazuka เราสามารถ เดินต่อไปถึงสถานีคามาคุระ ได้เลย ระหว่างทางจะผ่าน
ถนนโอนาริมะจิ (Onarimachi-dori)
ถนนคนเดินโคมาจิ (Komachi-dori)
ทางเดินที่เชื่อมไปถึง ศาลเจ้าทสึรุงะโอกะ ฮะจิมังกุ (Tsurugaoka Hachimangu)
แถวนี้เต็มไปด้วยร้านขายของฝาก ร้านขนม คาเฟ่ และมุมถ่ายรูป เดินเพลินมาก
โดยเฉพาะบริเวณทางเดิน ดันคะซึระ ด้านหน้าศาลเจ้าทสึรุงะโอกะ ถ้ามาช่วงซากุระ จะกลายเป็นอุโมงค์ซากุระสวยอลังการทั้งแนวทางเดิน
พักขาแวะคาเฟ่: Breeze Bird Cafe & Bakery (สถานี Wadazuka)
หลังเดินเล่นคามาคุระจนเหนื่อย ลองแวะไปจิบกาแฟที่ Breeze Bird Cafe & Bakery ใกล้สถานี Wadazuka
ถ้ามีพาสดิจิทัลอยู่แล้ว ก็แค่ นั่ง Enoden จากสถานีคามาคุระมาหนึ่งป้าย ร้านจะอยู่ใกล้ ๆ สถานี เดินออกมาก็เจอเลย
บรรยากาศร้านเป็นแบบคาเฟ่ในสวน อบอุ่น นั่งชิลได้ยาว ๆ จะสั่งขนมปัง กาแฟ หรือเครื่องดื่มเย็น ๆ ก็ได้หมด
มุ่งหน้าสู่เอโนะชิมะ: ศาลเจ้า วิวทะเล และหอคอย Sea Candle
ช่วงบ่ายแก่ ๆ ก่อนพระอาทิตย์ตก แนะนำให้นั่ง Enoden ไปลงสถานี Enoshima หรือ Katase-Enoshima เพื่อข้ามไปยังเกาะเอโนะชิมะ
ถ้ามาจากชินจุกุโดยสายโอดะคิว สามารถนั่งรถไฟมาลงที่ สถานี Katase-Enoshima ได้เลย ซึ่งรวมอยู่ในพาสดิจิทัลแล้ว ส่วนขากลับก็สามารถขึ้นรถไฟจากสถานีนี้กลับชินจุกุได้เช่นกัน
จากฝั่งสถานี เดินข้ามสะพานเอโนะชิมะไปบนเกาะ จะเจอ ถนนคนเดินเบ็นไซเท็นนากามิเสะ (Benzaiten Nakamise-dori) เต็มไปด้วยร้านอาหารทะเล ร้านของฝาก ของที่ระลึกตลอดสองข้างทาง
เลือกขึ้นบันไดหรือบันไดเลื่อน: ทางสู่ศาลเจ้าเอโนะชิมะ
ถึงทางขึ้นด้านหน้าของเกาะ ใครสายเดินออกกำลังกายจะเลือกเดินขึ้นบันไดเองก็ได้
แต่ถ้าอยากเก็บแรงไว้เดินเที่ยวด้านบน แนะนำใช้ บันไดเลื่อน (เอสคาเลเตอร์) ที่แบ่งเป็น 3 ช่วง ขึ้นไปทีละด่านจนถึงด้านบนสุด
ตัวเลือกบันไดเลื่อนมีทั้งแบบ
ขึ้นแค่ช่วงที่ 1 ไปถึงศาลเจ้าเอโนะชิมะ (ประมาณ 200 เยน)
หรือเลือกแพ็กแบบที่ใช้ได้ทั้งสามช่วง + ค่าเข้า หอคอย Sea Candle + ค่าเข้าชมไฟประดับในสวนตอนกลางคืน เราเลือกแบบนี้ ราคาประมาณ 1,100 เยน
ศาลเจ้าเอโนะชิมะ และเทพเจ้าแห่งศิลปะการแสดง
ด้านบนของเกาะคือ ศาลเจ้าเอโนะชิมะ ซึ่งประกอบไปด้วยศาลเจ้าหลัก ๆ 3 แห่ง
เฮสึมิยะ (Hetsumiya)
นาคาสึมิยะ (Nakatsumiya)
โอคุสึมิยะ (Okutsumiya)
นอกจากนี้ยังมี โฮอันเดน (Hoanden) ที่ประดิษฐานรูปปั้นของเทพเบ็นไซเท็น เทพแห่งศิลปะการแสดง ถือเป็นหนึ่งในสามรูปปั้นเบ็นไซเท็นที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
Enoshima Samuel Cocking Garden: สวนดอกไม้ + จุดรอชมไฟ
ใกล้กับหอคอย Sea Candle คือ Enoshima Samuel Cocking Garden ซึ่งเป็นสวนดอกไม้ที่แต่ละฤดูกาลจะมีดอกไม้แตกต่างกันไป ตอนที่ไป ดอกทิวลิปกำลังบานสวยทั่วสวน
ถ้าเข้า ก่อน 17:00 น. จะไม่เสียค่าเข้าสวน
หลัง 17:00 น. เป็นต้นไป จะมีการเปิดไฟประดับ ต้องซื้อบัตรเข้าชม (ประมาณ 500 เยน)
ขึ้น Sea Candle Tower: มุมสูงมองฟูจิ + ลมทะเล
จากสวน เดินต่อขึ้นไปยัง หอคอย Sea Candle ซึ่งเป็นจุดชมวิวหลักของเกาะเอโนะชิมะ
ด้านบนสามารถมองเห็น ภูเขาฟูจิ ในวันที่อากาศปลอดโปร่ง และยังออกไปรับลมทะเลที่ดาดฟ้าชั้นบนสุดได้ด้วย
ไฮไลต์ตอนค่ำ: ไฟประดับสุดโรแมนติกทั้งสวน
หลังประมาณ 17:30 น. ไฟประดับจะเริ่มเปิดทั่วสวน บรรยากาศเปลี่ยนจากสวนดอกไม้เป็นโลกแห่งแสงไฟ สวยอลังการมาก
มีทั้งอุโมงค์ไฟ มุมไฟระยิบระยับที่ดูคล้ายหิ่งห้อย และจุดถ่ายรูปให้แวะหยุดแทบทุกมุม เรียกได้ว่าเดินวนถ่ายรูปจนเต็มเมมกล้องได้ง่าย ๆ
ปิดทริปที่สถานี Katase-Enoshima: สถานีสวยเหมือนวังมังกร
ขากลับ เดินข้ามสะพานออกจากเกาะเอโนะชิมะไปยัง สถานี Katase-Enoshima เพื่อขึ้นรถไฟกลับชินจุกุ
ตัวสถานีดีไซน์เก๋ ได้แรงบันดาลใจจาก วังมังกรใต้ทะเล ในตำนานญี่ปุ่นเรื่อง “อุราชิมะ ทาโร่” ตอนกลางคืนเปิดไฟแล้วสวยมาก เหมือนฉากจากนิทาน
ขากลับก็ยังคงใช้ Romancecar นั่งสบาย ๆ กลับชินจุกุเหมือนเดิม ถ้าต้องการเปลี่ยนรอบรถในวันเดินทางจริง ก็จัดการผ่านระบบออนไลน์ได้เอง ไม่ต้องไปติดต่อเจ้าหน้าที่
วิธีใช้ตั๋วดิจิทัล: แค่โชว์ QR Code ก็จบ
ตอนใช้ Digital Enoshima-Kamakura Freepass
เปิดหน้าตั๋วที่มี QR Code ในมือถือ
สแกนที่ช่องสแกน QR Code บริเวณทางเข้า–ออกสถานีทุกครั้ง
ส่วนตั๋ว Romancecar
ไม่ต้องแตะที่ประตูตรวจตั๋ว
แค่มีตั๋วในมือถือแล้วเดินขึ้นไปนั่งบนรถไฟได้เลย (แต่ต้องมีพาสหรือบัตรโดยสารสำหรับผ่านประตูสถานีอยู่แล้วนะ)
เช็กรายละเอียดพาส และวางแผนทริปให้คุ้มที่สุด
ถ้าอยากวางแผนเวลาให้ดี แนะนำให้
เช็กช่วงเวลาจัดงานไฟประดับบนเอโนะชิมะ
ดูรายละเอียดเส้นทางที่ครอบคลุมของ Enoshima-Kamakura Freepass
ดูข้อมูลตั๋วดิจิทัลของ Romancecar เผื่ออยากจองรอบให้พอดีกับแพลนเที่ยว
สรุป: ทริปรถไฟ 1 วัน ที่ทั้งสวย ชิล และคุ้มทุกเยน
ทริปนี้เหมาะมากสำหรับคนที่
มีเวลาแค่ 1 วันจากโตเกียว แต่อยากสัมผัสทั้งทะเล ภูเขา ศาลเจ้า และไฟประดับ
ชอบนั่งรถไฟบรรยากาศโลคัลอย่างสาย Enoden
อยากเดินกิน–เดินเที่ยว–เดินถ่ายรูปแบบสบาย ๆ ไม่เร่งรีบ
ใช้แค่ Digital Enoshima-Kamakura Freepass ใบเดียว + เพิ่มตั๋ว Romancecar ก็ทำให้ทั้งวันกลายเป็นทริปรถไฟสุดพิเศษได้แบบไม่ต้องคิดเยอะ
ลองเซฟแพลนนี้ไว้ แล้วรอจองไฟลท์สู่โตเกียวให้ตรงฤดูกาลที่อยากไปดูไฟหรือดอกไม้ได้เลย

