รับแอปรับแอป

ชวนลูกออกนอกจอ! 18 ไอเดียของเล่นจากธรรมชาติ จุดประกาย STEM แบบเล่นเพลินได้ทั้งวัน

ณรงค์เดช สุขุม01-30

กิจกรรม STEM กลางธรรมชาติ

การชวนเด็ก ๆ มาสร้างของเล่นจากวัสดุธรรมชาติ คือกิจกรรมเล็ก ๆ ที่ซ่อนพลังการเรียนรู้ไว้มหาศาล

จากใบไม้ กิ่งไม้ หิน ดิน ไปจนถึงเปลือกหอยและผลไม้ ทุกอย่างรอบตัวสามารถกลายเป็นของเล่นแสนสนุกได้ทั้งนั้น และยังช่วยให้เด็ก ๆ ได้ใกล้ชิดธรรมชาติแท้ ๆ ไม่ใช่แค่ผ่านหน้าจอ

การลงมือสร้างของเล่นจากสิ่งที่หาได้ง่าย ๆ ทำให้เด็ก ๆ ได้ฝึกมองโลกแบบใหม่ เห็นคุณค่าของวัสดุธรรมดา ๆ ที่หลายคนมองข้าม และเข้าใจว่าธรรมชาติก็เป็นห้องเรียนที่ดีที่สุดห้องหนึ่ง

ทำไมของเล่นจากธรรมชาติถึงดีต่อเด็ก?

กิจกรรมแนวนี้ไม่ใช่แค่สนุก แต่ยังช่วยพัฒนาทักษะสำคัญหลายด้านแบบเนียน ๆ โดยที่เด็กไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังเรียนอยู่

ตัวอย่างทักษะที่เด็ก ๆ จะได้จากการเล่นและสร้างของเล่นธรรมชาติ

  • ทักษะวิศวกรรม (Engineering Thinking): วางแผน ออกแบบ ทดลอง และปรับปรุงผลงานของตัวเอง

  • การแก้ปัญหา (Problem Solving): เมืองดินพัง กำแพงหินล้ม น้ำไม่ไหลตามทาง เด็กต้องลองผิดลองถูกจนกว่าจะเวิร์ก

  • การทำงานร่วมกัน (Collaboration): ร่วมมือกันออกแบบ แบ่งหน้าที่ ช่วยกันเก็บวัสดุ และสร้างผลงานชิ้นเดียวกัน

  • ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity): เปลี่ยนหินเป็นหุ่นยนต์ ใบไม้เป็นเรือ เปลือกหอยเป็นตุ๊กตา ทุกอย่างขึ้นอยู่กับจินตนาการ

  • ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม: เรียนรู้ที่จะใช้ทรัพยากรอย่างพอเพียง เก็บแล้วคืน ดูแลพื้นที่ให้สะอาดเหมือนเดิม

เมื่อเด็ก ๆ ได้สัมผัสดิน หิน ใบไม้ด้วยตัวเอง จะเกิดความผูกพันกับธรรมชาติ และเข้าใจว่าทุกอย่างบนโลกนี้มีคุณค่า ไม่ใช่แค่ของเล่นที่ซื้อจากห้างเท่านั้นที่สนุกได้

ไอเดียของเล่นจากดิน หิน และใบไม้

เริ่มจากวัสดุที่หาไม่ยากในสนาม โรงเรียน หรือสวนหลังบ้าน แล้วต่อยอดเป็นโปรเจกต์เล็ก ๆ แบบ STEM ไปพร้อมกัน

1. กำแพงกันน้ำจากดินเหนียว

ฝึกให้เด็ก ๆ คิดแบบวิศวกร ออกแบบกำแพงดินกันน้ำ ลองสร้าง เปียกน้ำ แล้วสังเกตว่าตรงไหนพัง ตรงไหนแข็งแรง จากนั้นปรับปรุงให้ดีกว่าเดิม

2. ปล่องภูเขาไฟจากดินและก้อนหิน

ใช้ดินและหินสร้างปล่องภูเขาไฟจำลอง ให้เด็ก ๆ คิดโครงสร้างฐานให้มั่นคง แล้วลองออกแบบรูปร่างปล่องตามจินตนาการ

3. หอคอยจากก้อนหินและดินเหนียว

ให้เด็ก ๆ ท้าทายตัวเองว่า “จะสร้างหอคอยหินให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยไม่ล้ม” ได้อย่างไร ใช้ดินเหนียวช่วยยึดโครงสร้าง และสังเกตรูปทรงที่มั่นคงที่สุด

4. เครื่องทำน้ำหยดจากใบไม้และก้อนหิน

ดีไซน์ระบบน้ำน้อย ๆ ด้วยใบไม้และหิน วางตำแหน่งให้เกิดน้ำหยดต่อเนื่อง เด็ก ๆ จะได้ฝึกคิดเรื่องแรงโน้มถ่วง ทิศทางน้ำ และการจัดวางวัสดุ

5. กำแพงเล็ก ๆ จากหินและดิน

ให้เด็กออกแบบกำแพงจำลอง ลองเปรียบเทียบกำแพงที่วางหินหลวม ๆ กับกำแพงที่ใช้ดินช่วยยึด ว่าแบบไหนทนกว่า และเพราะอะไร

ของเล่นจากเปลือกมะพร้าว ใบตอง และเถาวัลย์

วัสดุจากต้นไม้สามารถกลายร่างเป็นของเล่นสุดครีเอทีฟได้ง่าย ๆ แค่เปิดโหมดจินตนาการให้สุด

6. มังกรจากเปลือกมะพร้าว

เปลือกมะพร้าวธรรมดา ๆ สามารถกลายเป็นมังกรสุดเท่ได้ ลองใช้เปลือกหลายชิ้นต่อเป็นลำตัว ใช้ใบไม้เป็นปีกหรือหงอน เพิ่มรายละเอียดตามใจชอบ

7. หุ่นยนต์จากก้อนหินและดินเหนียว

ให้เด็กใช้หินรูปทรงต่าง ๆ เป็นส่วนหัว ตัว แขน ขา แล้วใช้ดินเหนียวช่วยยึดต่อกัน กลายเป็นหุ่นยนต์ตัวโปรดของเด็ก ๆ เอง

8. เครื่องบินจากใบตอง

ใบตองหนึ่งใบกับก้านแข็ง ๆ สามารถกลายเป็นเครื่องบินจำลอง ลองให้เด็กออกแบบปีกและตัวเครื่อง แล้วทดสอบว่าทรงแบบไหนบินได้ไกลที่สุด

9. ตาข่ายจากเถาวัลย์

ใช้เถาวัลย์หรือเส้นเถาไม้ มาสานเป็นตาข่ายเล็ก ๆ เด็กจะได้เรียนรู้เรื่องการสาน การไขว้ การสร้างโครงสร้างที่ยืดหยุ่นแต่แข็งแรง

ของเล่นจากผลไม้ ผัก และใบไม้ลอยน้ำ

เมื่ออาหารไม่ใช่แค่ของกิน แต่กลายเป็นของเล่นทดลอง ก็ยิ่งช่วยให้เด็ก ๆ สนุกกับการสังเกตและตั้งคำถามมากขึ้น

10. รถจากผลไม้และกิ่งไม้

ให้เด็กใช้ผลไม้เป็นตัวรถ ใช้กิ่งไม้เป็นล้อหรือเพลา ลองหาวิธีทำให้รถกลิ้งไปได้จริง ฝึกคิดทั้งด้านโครงสร้างและการเคลื่อนที่

11. หุ่นยนต์จากผลไม้และผัก

ผักและผลไม้หลากรูปทรง สามารถต่อกันเป็นหุ่นยนต์สุดแปลก เด็ก ๆ จะสนุกกับการเลือกชิ้นส่วนและจัดวางให้ดูสมดุล น่ารัก หรือเท่ตามสไตล์ตัวเอง

12. เรือจากใบไม้และกิ่งไม้

สร้างเรือจำลองจากใบไม้เป็นตัวเรือ ใช้กิ่งไม้ช่วยเสริมโครง แล้วเอาไปทดลองลอยในน้ำ ดูว่าแบบไหนลอยดี แบบไหนจม และลองออกแบบใหม่ให้ดีกว่าเดิม

งานประดิษฐ์จากเปลือกหอย ใบตาล ทราย และกรวด

กิจกรรมกลุ่มนี้ช่วยให้เด็ก ๆ ได้ใช้ทั้งทักษะศิลปะและวิทยาศาสตร์ไปพร้อมกัน

13. ตุ๊กตาจากเปลือกหอย

เปลือกหอยรูปทรงต่าง ๆ นำมาจัดวางเป็นตัวตุ๊กตา ใช้ดินเหนียวหรือดินชื้นช่วยยึด ช่วยฝึกการสังเกตรูปทรงและการออกแบบตัวละคร

14. ว่าวจากใบตาล

ใบตาลใบใหญ่ ๆ สามารถกลายเป็นว่าวแบบบ้าน ๆ ได้ ลองออกแบบรูปทรงและโครงไม้ให้รับลมดี เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้เรื่องแรงลมและการทรงตัว

15. เครื่องกรองน้ำจากทรายและกรวด

จำลองระบบกรองน้ำอย่างง่าย ด้วยการใส่กรวด ทราย และวัสดุธรรมชาติอื่น ๆ เป็นชั้น ๆ ให้เด็กดูว่าน้ำเปลี่ยนสภาพอย่างไรเมื่อไหลผ่านแต่ละชั้น

16. แคมป์ไฟจากกิ่งไม้และใบไม้แห้ง

จัดวางแคมป์ไฟจำลองโดยไม่ต้องจุดไฟจริง ให้เด็กเรียนรู้รูปแบบการวางไม้และหลักการของการจุดไฟอย่างปลอดภัย ควบคู่กับการพูดคุยเรื่องการใช้ไฟอย่างรับผิดชอบ

โปรเจกต์จำลองบ้าน ของเล่นยิงยาง และดนตรีจากธรรมชาติ

งานกลุ่มนี้เหมาะมากสำหรับกิจกรรมทีมเวิร์กในห้องเรียนหรือทำร่วมกันทั้งครอบครัว

17. บ้านจำลองจากกิ่งไม้และใบไม้

ให้เด็ก ๆ ช่วยกันออกแบบบ้านเล็ก ๆ ในฝัน จากกิ่งไม้เป็นโครงสร้าง ใช้ใบไม้เป็นหลังคาหรือผนัง ฝึกทั้งการวางแผน แบ่งงาน และคิดด้านโครงสร้างอาคาร

18. หนังสติ๊กจากกิ่งไม้และยางรัด

ใช้กิ่งไม้รูปตัว Y กับยางรัด ทำเป็นหนังสติ๊กอย่างง่าย ควรวางกติกาชัดเจนเรื่องความปลอดภัย จุดยิง และเป้าหมาย เพื่อให้เด็กเรียนรู้การใช้เครื่องมืออย่างมีสติและรับผิดชอบ

19. เครื่องดนตรีจากต้นไม้และใบไม้

จากการดีด เคาะ เป่า ใช้กิ่งไม้ ใบไม้ หรือเมล็ดแห้งมาสร้างเสียงดนตรี ให้เด็ก ๆ ทดลองว่าสิ่งไหนให้เสียงแบบไหน แล้วออกแบบเป็นเครื่องดนตรีประจำวงของตัวเอง

20. โมเดลสัตว์จากดินเหนียว

ใช้ดินเหนียวปั้นเป็นสัตว์ตัวโปรด สร้างทั้งสวนสัตว์จำลอง หรือโลกแฟนตาซีของเด็ก ๆ เอง ฝึกการสังเกตรายละเอียด รูปร่าง และสัดส่วนไปพร้อมกับความคิดสร้างสรรค์

สรุป: ของเล่นธรรมชาติ = ห้องเรียนเคลื่อนที่

ของเล่นจากวัสดุธรรมชาติไม่ใช่แค่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังช่วย

  • เปิดพื้นที่ให้เด็กได้คิดเอง ลองเอง ผิดเอง แล้วแก้ไขเอง

  • เชื่อมโยงการเรียนรู้ด้าน STEM เข้ากับชีวิตจริงรอบตัว

  • ปลูกเมล็ดเล็ก ๆ ของความรักและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

เพียงแค่พาเด็กออกไปเก็บวัสดุรอบบ้านหรือในสวน แล้วเปิดโอกาสให้เขาได้ออกแบบของเล่นในแบบของตัวเอง คุณจะเห็นว่า ธรรมชาติคือของเล่นชิ้นใหญ่ที่สุด และคือครูที่ใจดีที่สุดสำหรับเด็กทุกคน