รับแอปรับแอป

อิมแพ็ค เมืองทองฯ กำเนิดเดสติเนชันคอนเสิร์ต-ไมซ์ ระดับเอเชีย ภายใน 5 ปี

ณัฐพงศ์ ศรีวงศ์01-31

จากศูนย์ประชุมสู่เดสติเนชันความบันเทิงแห่งเอเชีย

อิมแพ็ค เมืองทองธานีเดินเกมใหม่ ประกาศวิสัยทัศน์ก้าวขึ้นเป็นผู้นำธุรกิจ MICE & Entertainment Event ของเอเชีย พร้อมตั้งเป้าดันรายได้รวมแตะ 9,000 ล้านบาทภายในปี 2573

แนวทางไม่ได้มีแค่การปล่อยเช่าพื้นที่จัดงานเหมือนเดิม แต่คือการขยายอาณาจักรทั้งในมิติไมซ์ โรงแรม ความบันเทิง และไลฟ์สไตล์รอบทะเลสาบเมืองทองธานี เพื่อยกระดับให้กลายเป็น Destination ครบวงจรระดับภูมิภาค

ไทยบนเวทีไมซ์โลก โอกาสที่อิมแพ็คต้องคว้า

ประเทศไทยถูกมองเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของผู้จัดงานจากทั่วโลก จากทั้งด้าน ความมั่นคงทางอาหาร การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ไปจนถึงความสามารถในการต่อยอดมูลค่าสินค้าและบริการด้วยครีเอทีฟ

ตามรายงาน Globe Watch Business Analytics – Country & City Rankings 2567 ของ ICCA

  • ไทยติดอันดับที่ 25 ของโลก จาก 160 ประเทศที่ถูกจัดอันดับ

  • อยู่ที่ 5 ของภูมิภาคเอเชีย

  • และครองอันดับ 1 ของอาเซียนด้านจำนวนงานประชุมนานาชาติ

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ศักยภาพของประเทศไทยและอาเซียนในฐานะศูนย์กลางการประชุมนานาชาติยังโตได้อีกมาก และอิมแพ็คตั้งใจจะเป็นหัวหอกสำคัญในเกมนี้

ดีมานด์คอนเสิร์ตล้น เมืองไทยกลายเป็นฮับ Entertainment Event

ความต้องการจัดคอนเสิร์ตในไทยพุ่งไม่หยุด แต่ละปีมีงานคอนเสิร์ตทั้งไทยและต่างชาติรวมกันราว 250 – 300 งาน กลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญ

  • สร้างงานในอุตสาหกรรมอีเวนต์

  • เพิ่มการใช้จ่ายด้านการเดินทาง โรงแรม ร้านอาหาร

  • ดันเศรษฐกิจรอบพื้นที่จัดงานให้คึกคักต่อเนื่อง

พฤติกรรมผู้บริโภคหลังโควิดก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน หลายคน ลดการซื้อของชิ้นใหญ่แต่หันมาลงทุนซื้อประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็น

  • ไปดูคอนเสิร์ตศิลปินที่รัก

  • เดินทางท่องเที่ยวตามเทศกาลดนตรี

  • แชร์ช่วงเวลาประทับใจผ่านรูปและคอนเทนต์

คอนเสิร์ตและอีเวนต์บันเทิงจึงกลายเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคนี้แบบตรงจุด

ดีมานด์ที่พุ่งขึ้นทำให้พื้นที่อย่าง อิมแพ็ค อารีน่า ถูกจองแน่นล่วงหน้า 6-9 เดือน โดยเฉพาะช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ที่แทบไม่ว่างเลย ส่งผลให้ต้องขยายการรองรับงานคอนเสิร์ตจาก 2 อาคารหลัก

  • อิมแพ็ค อารีน่า

  • ธันเดอร์โดม

ไปสู่

  • อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 รองรับผู้ชมได้ราว 40,000 – 50,000 คน

  • อาคาร 5-12 รองรับอีเวนต์ในร่มระดับ 3,500 – 4,500 คนต่ออาคาร

จับมือไลฟ์เนชั่น รีโนเวทอารีน่า ยกระดับสู่เวทีโลก

เพื่อเสริมแกร่งฝั่ง Entertainment Event อิมแพ็คจับมือกับ ไลฟ์เนชั่น ตั้งบริษัทร่วมทุน “บริษัท อิมแพ็ค ไลฟ์เนชั่น จำกัด” ถือหุ้นในสัดส่วน 51:49 โดยอิมแพ็คให้เช่าอาคารและที่ดินอิมแพ็ค อารีน่า เป็นเวลา 20 ปี มูลค่าตามสัญญากว่า 4,617 ล้านบาท

เป้าหมายคือบริหารและพัฒนาอิมแพ็ค อารีน่า ร่วมกัน เพื่อ

  • เพิ่มศักยภาพในการรองรับงานบันเทิงระดับโลก

  • ตอกย้ำภาพลักษณ์อิมแพ็คในฐานะ จุดหมายปลายทางด้านความบันเทิงระดับอินเตอร์

ปัจจุบันอิมแพ็ค อารีน่า และธันเดอร์โดม ติด Top 5 สถานที่จัดงานในไทยที่ผู้จัดงานทั่วโลกเลือกใช้ ด้วยความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเดินทางสะดวก และรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายที่เชื่อมต่อถึงอาคารโดยตรง

การตั้งบริษัทร่วมทุนครั้งนี้ยังตามมาด้วยแผน รีโนเวทอิมแพ็ค อารีน่าครั้งใหญ่ในรอบกว่า 20 ปี ปรับทั้ง

  • ระบบและอุปกรณ์จัดงานให้ทันสมัย ลดต้นทุนและเวลาเซ็ตงาน

  • การจัดการพื้นที่ให้คล่องตัวขึ้น เพิ่มจำนวนงานที่รองรับได้

  • เพิ่มบริการวงจรครบ เช่น บริการอาหาร-เครื่องดื่ม และโซน VIP Box

พร้อมกันนี้ยังเตรียมอัปเกรด

  • อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 พื้นที่ 60,000 ตร.ม. พื้นที่โล่งไร้เสากั้น สำหรับอีเวนต์บันเทิงในร่มสเกลใหญ่

  • ห้องแต่งตัวใหม่บริเวณอาคาร 5-6 สำหรับรองรับศิลปินและทีมงานในอนาคต

  • พื้นที่ธันเดอร์โดม ที่ใกล้หมดสัญญาจากผู้เช่ารายเดิม เตรียมรีโนเวทใหม่เน้นประสบการณ์ทั้งผู้จัดและผู้ชม

จุดขายสำคัญคือ พื้นที่กลางแจ้งริมน้ำกว่า 150,000 ตร.ม. รอบทะเลสาบเมืองทองธานี ที่เหมาะกับการจัด

  • เทศกาลดนตรีกลางแจ้ง

  • เฟสติวัลใหญ่ระดับเอเชีย

พร้อมวิวทะเลสาบเปิดโล่งที่สร้างบรรยากาศไม่เหมือนใคร

ทุบกระปุก 3,000 ล้าน ปูทางสู่การเป็นผู้นำ MICE & Entertainment Event

การยกระดับครั้งนี้ไม่ใช่แค่การรีโนเวท แต่คือการวางหมากระยะยาวเพื่อรักษาตำแหน่ง ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอันดับ 1 ของไทยและอาเซียน พร้อมตั้งเป้าใหม่ชัดเจน

เป็นผู้นำธุรกิจ MICE ของเอเชีย และจุดหมายปลายทางด้านการประชุม ธุรกิจ และความบันเทิงที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก

แผนการลงทุนรอบใหม่กว่า 3,000 ล้านบาท เน้นเติมเต็มโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ โดยเฉพาะด้านโรงแรม เพื่อรองรับงานไมซ์และคอนเสิร์ตที่ขยายตัวต่อเนื่อง

อิมแพ็คเตรียมเพิ่มห้องพักใหม่อีก 1,000 ห้อง ผ่าน 2 โรงแรมภายในอาคารเดียวกันริมทะเลสาบเมืองทองธานี

  • โรงแรมระดับ 5 ดาว Hilton จำนวน 300 ห้อง

  • โรงแรมระดับ 4 ดาว Hilton Garden Inn จำนวน 700 ห้อง

รองรับอีเวนต์ระดับโลกที่อาจต้องการห้องพักกว่า 2,000 ห้องขึ้นไป ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อให้ผู้จัดและผู้ร่วมงานได้รับความสะดวกครบวงจร ตั้งเป้าเริ่มก่อสร้างไตรมาสแรกปีหน้า และเปิดบริการปลายปี 2570

ปัจจุบันอิมแพ็คมีโรงแรมให้บริการอยู่แล้ว 2 แห่ง

  • โนโวเทล กรุงเทพ อิมแพ็ค

  • ไอบิส กรุงเทพ อิมแพ็ค

รวมราว 1,000 ห้อง ซึ่งมีอัตราเข้าพักเติบโตต่อเนื่องตามจำนวนงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้แผนระยะยาวตั้งเป้า

  • ขยายเป็น 3,000 ห้อง ภายในปี 2571

  • และเพิ่มเป็น 5,000 ห้อง ภายในปี 2575

โรงแรมจึงไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจเสริม แต่เป็น แกนกลางของการพัฒนา Ecosystem เมืองทองธานี เชื่อมโยงกับผู้ประกอบการ ร้านค้า และชุมชนรอบข้างให้เติบโตไปด้วยกัน

ผุด Mixed Use ริมทะเลสาบ ดันเมืองทองเป็นไมซ์เดสติเนชันเต็มรูปแบบ

การต่อยอดสู่การเป็นศูนย์กลาง MICE & Entertainment Event ไม่ได้จบที่ฮอลล์และโรงแรม แผนในอนาคตคือการพัฒนาโครงการ Mixed Use รอบทะเลสาบเมืองทองธานี เพื่อให้ตอบโจทย์นักเดินทางกลุ่มไมซ์และสายเฟสติวัลแบบครบวงจร

องค์ประกอบที่วางไว้ เช่น

  • ช้อปปิ้งมอลล์ รองรับการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง

  • สวนน้ำหรือแอคทิวิทีรูปแบบใหม่ เติมสีสันไลฟ์สไตล์

  • ร้านอาหารริมน้ำและพื้นที่พักผ่อน

ทั้งหมดนี้จะช่วยให้ผู้ร่วมงานไม่ได้แค่มาประชุมหรือดูคอนเสิร์ตแล้วกลับ แต่ อยู่ใช้ชีวิต ใช้เวลา ใช้เงิน ในพื้นที่ได้มากขึ้น

อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญคือการเดินทางที่สะดวกผ่าน รถไฟฟ้าสายสีชมพู ที่เปิดให้บริการแล้ว ช่วยลดปัญหาจราจรและทำให้ภาพของอิมแพ็คชัดเจนขึ้นในฐานะ ศูนย์กลางไมซ์และเอนเตอร์เทนเมนต์ที่เข้าถึงง่าย

เครื่องยนต์ 4 ธุรกิจหลัก ดันรายได้แตะ 9,000 ล้านบาท

โครงสร้างรายได้ของอิมแพ็ควันนี้มาจาก 4 กลุ่มธุรกิจหลัก

  • ธุรกิจให้เช่าพื้นที่จัดงาน

  • ธุรกิจรับจ้างจัดงานครบวงจรและให้เช่าอุปกรณ์

  • ธุรกิจโรงแรม

  • ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม

ด้วยการเดินเกมเชิงรุกในทุกด้าน คาดว่ารายได้รวมปีนี้จะอยู่ราว 4,000 ล้านบาท และไต่ระดับไปถึง 9,000 ล้านบาทในอีก 5 ปี หรือภายในปี 2573

1) กลุ่มบริการเช่าพื้นที่จัดงาน

กลุ่มนี้ถือเป็น รายได้หลัก ของบริษัท และกำลังขยายตลาดสู่ประเทศใหม่ๆ อย่าง

  • อินเดีย

  • จีน

  • กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง

จากศักยภาพเศรษฐกิจและความต้องการจัดงานที่เพิ่มสูงขึ้น อิมแพ็คตั้งทีม Business Development เฉพาะกิจเพื่อเจาะตลาดจีนตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เพื่อดึงทั้งงานไมซ์และอีเวนต์บันเทิงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

2) ธุรกิจรับจ้างจัดงานครบวงจรและให้เช่าอุปกรณ์

ธุรกิจนี้ไม่ได้แค่รับงานจากลูกค้า แต่เริ่ม สร้างอีเวนต์ของตัวเอง มากขึ้น ทั้งในรูปแบบ

  • งานแสดงสินค้า

  • งานเจรจาธุรกิจ

  • อีเวนต์ไลฟ์สไตล์

รวมถึงเปิดโอกาสจับมือพันธมิตรผ่านแพ็กเกจ “IMPACT NEXT” สำหรับผู้จัดหน้าใหม่หรือคนที่มีไอเดียอีเวนต์แปลกใหม่ ให้สามารถเข้ามาร่วมสร้างโปรเจ็กต์ที่น่าสนใจร่วมกัน ซึ่งได้รับการตอบรับดี และช่วยเพิ่มทั้งกลุ่มลูกค้าและจำนวนงานใหม่จำนวนมาก

ตัวอย่างอีเวนต์ที่ใช้พื้นที่เมืองทองให้เป็น “สนามเด็กเล่น” แบบเต็มสปีด เช่น

  • เทศกาลยานยนต์ IMPACT Speed Fest 2025 ริมทะเลสาบเมืองทองธานี ตั้งเป้าปั้นเป็น Destination of Thailand Car Culture ในอนาคต

เฉพาะครึ่งปีแรกของ 2568 มีการจัดงานไปแล้ว 341 งาน แบ่งเป็น

  • ประชุม สัมมนา 167 งาน

  • อินเซนทีฟ 16 งาน

  • ประชุมขนาดใหญ่ (Convention) 5 งาน

  • คอนเสิร์ตไทยและต่างประเทศรวม 41 งาน

  • เอ็กซิบิชั่นระดับนานาชาติ 33 งาน

  • งานแต่งงาน 58 งาน

  • งานเลี้ยงสังสรรค์ 21 งาน

ส่วนครึ่งปีหลัง ยอดจองงานทะลุ กว่า 300 งาน โดยมีงานเด่นระดับภูมิภาคและระดับโลกทยอยจัดต่อเนื่อง เช่น

  • SUMMER SONIC BANGKOK 2025

  • งานแสดงสินค้าสวนสนุกและแหล่งท่องเที่ยวประเทศไทย

  • มหกรรมยานยนต์

  • เทศกาล EDM ระดับโลกอย่าง Creamfields Asia 2025

3) ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม

ด้าน F&B ก็ไม่ยอมหยุดอยู่กับที่ เตรียมเปิดร้านอาหารใหม่ “Xian yuan” ขนาด 900 ตร.ม. ที่ดุสิต เซ็นทรัลพาร์ค ปลายปีนี้ เสริมทัพจากร้านในเครือที่มีอยู่แล้ว 18 แบรนด์ 29 สาขา

  • ภายในอิมแพ็ค เมืองทองธานี 20 สาขา

  • นอกพื้นที่อิมแพ็ค 9 สาขา

แบรนด์ในเครือ ได้แก่

  • บิสโตร เดอ แชมเปญ

  • ฟลาน โอเบรียนส์ ไอริช ผับ

  • เฮยยิน

  • ฮ่องกง คาเฟ่

  • ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน

  • ฮ่องกง สุกี้

  • อิมแพ็ค ฟาร์ม

  • อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์

  • อีสาน แอ็ท อารีน่า

  • เรโทร บาร์ แอนด์ คาเฟ่

  • เทอราซซ่า

  • ทองหล่อ

  • ซิกส์ ซีโร่ การาจ แอนด์ โรสเตอร์

  • อีส คาเฟ่

  • เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ไทยแลนด์

  • นิปปอน โยโคโจว

  • ไทโชเต

  • สึโบฮาจิ

การมี F&B แข็งแรงในพื้นที่ช่วยให้ เทศกาลดนตรี คอนเสิร์ต และงานไมซ์ มีบริการรองรับครบ จบในโซนเดียว ไม่ต้องออกไปหาของกินข้างนอกให้เสียเวลา

เผชิญความผันผวน แต่สปีดต้องไม่ตก

แม้อุตสาหกรรมไมซ์โดยรวมมีแนวโน้มเติบโต แต่ความท้าทายก็ยังรออยู่ทุกทิศ ไม่ว่าจะเป็น

  • ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและในประเทศ

  • ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและการใช้จ่าย

  • นโยบายภาษีสหรัฐฯ

  • ปัญหาเศรษฐกิจจีน และนโยบายส่งเสริมท่องเที่ยวในประเทศของจีน ที่ทำให้จำนวนนักเดินทางไมซ์และนักท่องเที่ยวจีนชะลอลงตั้งแต่ต้นปี 2568

อย่างไรก็ตาม ฝั่งผู้ประกอบการ รวมถึงอุตสาหกรรมไมซ์ไทยยังคง เร่งเตรียมความพร้อมและปรับตัวเชิงรุก เพื่อรับมือสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงเร็ว

สำหรับอิมแพ็ค ทิศทางชัดเจนคือ

  • ขยายการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจแบบ “เดินหน้าเต็มคันเร่ง”

  • เสริมความแข็งแกร่งทั้งด้านโครงสร้าง สินค้า และประสบการณ์ลูกค้า

  • ต่อยอดภาพลักษณ์ให้ชัดว่าเป็น จุดหมายปลายทางด้านความบันเทิงระดับโลก

เมื่อไมซ์ระดับเอเชียมาชนกับเทศกาลดนตรีระดับอินเตอร์ เมืองทองธานีกำลังถูกรีดีไซน์ให้กลายเป็นเวทีที่ทั้งศิลปิน ผู้จัดงาน และแฟนๆ ทั่วเอเชียต้องมาเหยียบให้ได้สักครั้งในชีวิต