ดีลใหญ่อีวีเขย่าตลาดไทย
วงการรถไฟฟ้าไทยเดือดขึ้นอีกครั้ง เมื่อ AJA เดินเกมใหญ่ ผนึกพันธมิตรเทคโนโลยีจากจีน เทงบลงทุนมหาศาลกว่า 1.43 หมื่นล้านบาท เตรียมลุยเต็มตัวทั้ง รถยนต์ไฟฟ้า มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า และบริการเปลี่ยนแบตเตอรี่ แบบครบวงจร
โปรเจกต์นี้วางตัวเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ที่ไม่ได้มาเล่น ๆ แต่ตั้งใจเข้ามาแย่งส่วนแบ่งจากเจ้าตลาดเดิมอย่างจริงจัง
เบื้องหลังดีล: ทีมพันธมิตรจากจีน
เบื้องหลังแผนรุกตลาดครั้งนี้ AJA ไม่ได้เดินลุยเดี่ยว แต่จับมือกับพันธมิตรเทคโนโลยีระดับแถวหน้าจากจีนหลายราย เพื่อเสริมทั้งเงินทุน เทคโนโลยี และ R&D ให้ครบเครื่อง
พันธมิตรหลักประกอบด้วย
บริษัท Jiangsu Shenyen Venture Capital Management จำกัด
บริษัท Shanghai Longchuang Automotive Design จำกัด
บริษัท Nanjing Reemo Automotive จำกัด
บริษัท Hangzhou Wanxiang A123 System จำกัด
การรวมตัวกันของทุนไทยกับเทคโนโลยีจีนครั้งนี้ ทำให้โปรเจกต์อีวีของ AJA ไม่ใช่แค่การนำเข้ารถมาขาย แต่เป็นการ ร่วมพัฒนาและผลิต ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
แผนผลิต: เปิดไลน์กลางปี 69
AJA วางโรดแมปชัดเจน เตรียมเปิดสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบในช่วง กลางปี 2569
โครงสร้างการลงทุน 1.43 หมื่นล้านบาท จะถูกใช้เพื่อ
ตั้งและพัฒนาโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
พัฒนาระบบบริการเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้รวดเร็วและครอบคลุม
ลงทุนด้านเทคโนโลยี ชิ้นส่วน และระบบจัดการพลังงาน
ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ AJA สามารถแข่งขันด้านต้นทุน คุณภาพ และบริการหลังการขาย ในตลาดอีวีที่ดุเดือดขึ้นทุกวัน
เจาะตลาดทีละโซน: จากกรุงเทพ สู่เมืองท่องเที่ยว
แผนการตลาดของ AJA ไม่ได้หว่านยิงทุกที่ในครั้งเดียว แต่ใช้วิธีค่อย ๆ ไล่ยึดหัวเมืองสำคัญ
ลำดับเป้าหมายของตลาดคือ
ระยะแรก: เน้นพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นฐานหลัก ทั้งด้านโชว์รูมและบริการ
ระยะถัดไป: ขยายสู่เมืองท่องเที่ยวสำคัญ เน้นดีมานด์การเดินทางระยะไกลและการเช่าขับ
ระยะต่อมา: เจาะเมืองใหญ่และชานเมืองรอบนอก เพื่อสร้างฐานผู้ใช้ระยะยาว
กลยุทธ์แบบไล่ขยายโซนนี้ ทำให้ AJA สามารถควบคุมต้นทุนการตลาด ขณะเดียวกันก็สร้างแบรนด์ให้คนคุ้นชื่อไปทีละพื้นที่
รถยนต์ไฟฟ้าสเปกเด่น: 600 กม. ต่อการชาร์จ
หนึ่งในจุดขายสำคัญของโปรเจกต์นี้คือ สเปกรถยนต์ไฟฟ้า ที่ออกแบบมาชนกับความต้องการใช้งานจริงของคนไทย
รายละเอียดหลักที่ถูกวางไว้คือ
ราคาเป้าหมายของรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ที่ ประมาณ 600,000 บาท
ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้ง อยู่ที่ราว 600 กิโลเมตร
ตัวเลขนี้ถือว่าแข่งขันได้อย่างน่าสนใจในตลาดอีวีบ้านเรา โดยเฉพาะกลุ่มคนที่กังวลเรื่องระยะทางและจุดชาร์จ
เป้าหมายใหญ่: 3 ปีต้องได้แชร์ 10%
AJA ไม่ได้มองโปรเจกต์นี้เป็นแค่การทดลองตลาด แต่ตั้งธงชัดเจนว่า ภายใน 3 ปีข้างหน้า ต้องคว้าส่วนแบ่งตลาดให้ได้ อย่างน้อย 10%
เป้าหมายครอบคลุมทั้ง
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
ตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
การดันสองสินค้าหลักคู่กัน ทำให้ AJA มีโอกาสจับทั้งกลุ่มผู้ใช้รถส่วนตัว และกลุ่มที่ต้องการมอเตอร์ไซค์ใช้ในชีวิตประจำวันหรือเชิงพาณิชย์
มากกว่าธุรกิจ: พลังงานใหม่และ Net Zero
ดีลนี้ไม่ได้สำคัญแค่ในมุมธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการขยับภาพใหญ่ด้าน พลังงานใหม่ของไทย ด้วย
ความร่วมมือนี้ช่วยให้ไทย
ลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า
เสริมความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว
ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก
ทั้งหมดสอดรับกับเป้าหมายของภาครัฐ ที่ต้องการเดินหน้าไปสู่ Net Zero ภายในปี 2065 ซึ่งอีวีก็เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของเกมนี้
มุมมองสายทริปมอเตอร์ไซค์
สำหรับสายทริปมอเตอร์ไซค์ โปรเจกต์นี้น่าจับตาเป็นพิเศษ เพราะ
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอาจกลายเป็นตัวเลือกใหม่สำหรับทริประยะกลางในอนาคต
ถ้าโครงสร้างพื้นฐานเรื่องสถานีเปลี่ยนหรือชาร์จแบตพัฒนาดี ทริปไกล ๆ แบบไร้เสียงเครื่องยนต์ อาจไม่ใช่แค่จินตนาการ
ถ้า AJA ทำได้ตามแผน ทั้งราคา ระยะวิ่ง และโครงสร้างบริการหลังบ้าน เราอาจได้เห็นยุคใหม่ของทริปมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในไทยเร็วกว่าที่คิด

