เมืองเล็กริมน้ำ ที่เอาใจทั้งสายหนังสือและสายทริปรถไฟ
เฮย์ ออน ไวย์ (Hay-on-Wye) เมืองเล็กๆ ในแคว้นเวลส์ ริมเส้นพรมแดนระหว่างอังกฤษกับเวลส์ กลายเป็นจุดหมายในฝันของคนรักหนังสือทั่วโลก
เมืองนี้อาจไม่ใช่แลนด์มาร์กท่องเที่ยวยอดฮิตเทียบเมืองใหญ่ในยุโรป แต่สำหรับคนที่อินกับกลิ่นกระดาษเก่าๆ ชอบเดินเล่นในบรรยากาศชนบทแบบเวลส์แท้ๆ และหลงรักการนั่งรถไฟมองวิว เฮย์ ออน ไวย์ คือคำตอบเดียวในใจ
นี่คือเมืองเล็กๆ ที่ทั้งเงียบ งาม และอบอวลไปด้วยหนังสือในทุกซอกมุมของถนน
ตำนานกำเนิดเมืองหนังสือ จากไอเดียเพี้ยนๆ ที่กลายเป็นเรื่องจริง
เรื่องราวความเป็น “เมืองแห่งหนังสือ” ของเฮย์ ออน ไวย์ เริ่มจากชายคนหนึ่งที่อินกับหนังสือตั้งแต่เด็ก ชื่อยาวๆ ว่า Richard George William Pitt Booth
หลังเรียนจบจาก University of Oxford และทำงานเป็นพนักงานบัญชีอยู่พักใหญ่ เขาก็เริ่มรู้ตัวว่า หัวใจตัวเองไม่ได้เต้นไปกับตัวเลขเท่าไหร่ แต่เต้นแรงเวลาได้อยู่ท่ามกลางกองหนังสือมากกว่า
เขาเลยตัดสินใจกลับบ้านเกิด แล้วเปิดร้านหนังสือมือสองในอาคารสถานีดับเพลิงเก่า เมื่อปี 1962 จากนั้นก็ทยอยซื้อโรงหนังเก่าและอาคารร้างอื่นๆ มาดัดแปลงให้กลายเป็นร้านหนังสือทีละแห่งๆ
จุดพีคไม่ได้จบแค่การเปิดร้าน แต่เกิดขึ้นในวัน April Fool’s Day ปี 1977 เมื่อ Richard ขึ้นไปบนปราสาทร้านหนังสือของตัวเองแล้วประกาศให้เฮย์ ออน ไวย์ เป็นดินแดนอิสระ และแต่งตั้งตัวเองเป็นจักรพรรดิแห่งเมืองหนังสือมือสองที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมกับตั้งม้าของตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี
ฟังดูเหมือนมุกเล่นใหญ่ แต่ความบ้าบิ่นครั้งนั้นทำให้ชื่อของเมืองเล็กๆ แห่งนี้กลายเป็นข่าวไปทั่วโลก และติดป้ายไว้ชัดๆ ว่า นี่คือเมืองหนังสือมือสองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
Hay Festival เทศกาลที่ทำให้ทั้งเมืองกลายเป็นเวทีของตัวอักษร
เมื่อชื่อเสียงของเมืองแพร่กระจายออกไป วงการวรรณกรรมก็เริ่มหันมาจับตามอง จนต่อยอดกลายเป็น Hay Festival เทศกาลหนังสือและวรรณกรรมระดับโลกที่หลายคนใฝ่ฝันอยากมาสัมผัสด้วยตัวเอง
ในช่วงเทศกาล เมืองเล็กๆ แห่งนี้จะต้อนรับนักเขียน นักคิด นักข่าว และศิลปินจากทั่วโลก ให้มาพูดคุย แลกเปลี่ยนไอเดีย จัดเสวนา และสร้างพื้นที่ให้ความคิดสร้างสรรค์ได้เติบโต
Hay Festival มักจัดช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายนของทุกปี ใครเป็นสายอ่านตัวจริง ถ้าได้มาเดินท่ามกลางเต็นท์หนังสือและเวทีพูดคุย อาจรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในสวรรค์ของคนรักตัวอักษรเลยก็ว่าได้
แม้ในวันที่ไม่มีเทศกาล เมืองก็ยังเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจบินมาเพื่อเดินลัดเลาะตามตรอกเล็กๆ ค้นหาหนังสือมือสองที่ใช่สักเล่มพักในโฮมสเตย์ที่ดัดแปลงจากบ้านชนบทเก่าๆ ได้กินอาหารโฮมเมดอุ่นๆ ราคาน่ารัก และสัมผัสเสน่ห์ของวิถีชีวิตเรียบง่ายแบบเวลส์แท้ๆ
เมืองเล็ก แต่มีร้านหนังสือมากกว่ายี่สิบแห่งให้หลงทาง
Hay-on-Wye ทุกวันนี้คือสวรรค์ของหนอนหนังสืออย่างแท้จริง เพราะไม่ว่าคุณจะเดินไปทางไหน ก็มีโอกาสเจอร้านหนังสือโผล่มาทักทายอยู่ตลอด
ทั้งร้านเก่าคลาสสิก ร้านแนวๆ ร้านเล็กแบบซ่อนตัว ไปจนถึงร้านใหม่ที่จัดพื้นที่อย่างทันสมัย รวมแล้วมากกว่ายี่สิบร้านในเมืองเดียว และแต่ละร้านก็มีคาแรกเตอร์ไม่เหมือนกัน
ตัวอย่างร้านที่ไม่ควรพลาด เช่น
Richard Booth’s Bookshop
ร้านหนังสือขนาดใหญ่ที่ให้ฟีลเหมือนอยู่ในโลกอีกใบ ด้านในมีทั้งคาเฟ่ให้นั่งจิบกาแฟท่ามกลางชั้นหนังสือ และยังมีโรงหนังเล็กๆ ซ่อนอยู่ด้านใน เป็นที่ๆ คุณสามารถใช้เวลาได้ทั้งวันแบบไม่รู้สึกเสียดายเวลาเลยMurder and Mayhem
ร้านที่ชื่อตรงกับคอนเซ็ปต์ เพราะรวมเฉพาะหนังสือแนวสืบสวน อาชญากรรม และสยองขวัญ ใครอินกับโทนดาร์กๆ ปกหนังสือสีดำแดง และเนื้อเรื่องพลิกไปพลิกมา ร้านนี้คือกับดักที่ทำให้คุณเดินออกมายากมาก
แค่เดินสำรวจร้านต่างๆ ก็เพลินจนลืมเวลา เหมือนกำลังเล่นเกมล่าขุมทรัพย์ แต่เป้าหมายคือหนังสือที่ถูกใจสักเล่มสองเล่มกลับไปอ่านบนรถไฟระหว่างเดินทางต่อ
เมืองหนังสือที่มีวิวแม่น้ำ ภูเขา และกลิ่นอายวินเทจ
ชื่อเสียงของเฮย์ ออน ไวย์ อาจเริ่มจากหนังสือ แต่เสน่ห์ของเมืองไม่ได้จบอยู่แค่ในชั้นวางเท่านั้น
ตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำไวย์ (Wye River) ทำให้ได้วิวริมน้ำสวยๆ ให้เดินเล่น หยุดนั่งมองน้ำไหล หรือจะถือหนังสือไปหามุมเงียบๆ นั่งอ่านท่ามกลางลมเย็นๆ ก็เข้ากันดี
ในเมืองยังมีร้านขายของวินเทจหลายแบบ ทั้งงานฝีมือ สิ่งทอ ของแต่งบ้าน ของสะสม ไปจนถึงอุปกรณ์แคมปิ้งสำหรับสายรักธรรมชาติ
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอย่างทัวร์แคมปิ้งท่ามกลางขุนเขาและอากาศบริสุทธิ์ ให้คุณหนีจากความวุ่นวาย แล้วไปสูดอากาศเต็มปอดกลางธรรมชาติ
ถ้าคุณอยากสัมผัสบรรยากาศชนบทอังกฤษแท้ๆ เจอผู้คนเป็นกันเอง และมีเวลานั่งค่อยๆ เปิดหนังสือเล่มโปรด เฮย์ ออน ไวย์ คือเมืองที่พร้อมโอบกอดนักเดินทางทุกคน
ชาวทริปรถไฟต้องรู้: การเดินทางมา Hay-on-Wye
การเดินทางมาที่นี่เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบนั่งรถไฟดูวิวเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ระหว่างทาง
เริ่มจากนั่งรถไฟจากลอนดอนมาลงที่เมือง Hereford ในเขต Herefordshire
จาก Hereford สามารถต่อไปเฮย์ ออน ไวย์ ได้ทั้งโดยรถไฟ (ต่อเชื่อม), รถบัส หรือแท็กซี่
ระยะเวลาจาก Hereford ไปถึงเฮย์ ออน ไวย์ ประมาณ 1 ชั่วโมง
ระหว่างทาง คุณจะได้เห็นภูมิประเทศที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปจากเมืองใหญ่สู่ชนบทเขียวขจี หลายช่วงเส้นทางยังเชื่อมต่อกับเขตอุทยานแห่งชาติ ทำให้วิวสองข้างทางสวยแบบไม่ต้องพยายามถ่ายก็ออกมาดี
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเที่ยวคือเดือนเมษายนถึงตุลาคม อากาศกำลังดี ไม่หนาวจัดจนต้องเก็บมือในกระเป๋าเสื้อทั้งวัน และยังเดินเล่นชมเมืองได้แบบเพลินๆ
สรุป: เมืองที่ทำให้คนรักหนังสือและคนรักรางรถไฟตกหลุมรักพร้อมกัน
เฮย์ ออน ไวย์ อาจดูเป็นจุดเล็กๆ บนแผนที่สหราชอาณาจักร แต่สำหรับคนที่หลงใหลในหนังสือ ชอบบรรยากาศชนบท และอินกับการเดินทางด้วยรถไฟ นี่คือหนึ่งในเมืองที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต
คุณจะได้
เดินหลงทางในเมืองที่มีร้านหนังสือกว่า 20 แห่ง
แวะคาเฟ่เงียบๆ พร้อมหนังสือมือสองเล่มโปรดบนโต๊ะ
มองแม่น้ำไวย์ไหลเอื่อย ท่ามกลางภูเขาและอากาศบริสุทธิ์
ปิดท้ายวันด้วยการขึ้นรถไฟกลับพร้อมหนังสือใหม่ในกระเป๋า
ถ้าวางแผนทริปรถไฟรอบเกาะอังกฤษ ลองเว้นช่องว่างเล็กๆ ในตาราง แล้วใส่ชื่อ Hay-on-Wye ลงไป คุณอาจได้เมืองในดวงใจกลับบ้านมาพร้อมกับหนังสืออีกหลายเล่ม

