รับแอปรับแอป

ถอดรหัสพลัง AMD EPYC™: อาวุธลับที่ขับเคลื่อนองค์กรสู่ยุค AI เต็มตัว

ก้องภพ ชัยเจริญ01-30

ยุคที่ AI ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือสนามรบใหม่ของธุรกิจ

ในศตวรรษที่ 21 โลกธุรกิจกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่จากคลื่นเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือช่วยประมวลผลอีกต่อไป แต่กลายเป็น โครงสร้างหลักในการขับเคลื่อนนวัตกรรมองค์กร มีผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจ ภูมิทัศน์การแข่งขัน และรูปแบบการทำงานทั่วโลก

ตัวเลขการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกยิ่งตอกย้ำภาพนี้ชัดเจนขึ้น การใช้จ่ายด้าน AI มีแนวโน้มพุ่งแตะ 175.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2028 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีราว 33.6% ระหว่างปี 2024–2028 นี่ไม่ใช่ “กระแสชั่วคราว” แต่คือ อนาคตของธุรกิจ ที่หลบยังไงก็ไม่พ้น

ทำไมองค์กรยุคใหม่ต้องเอาจริงกับ AI

การนำ AI เข้ามาในองค์กรไม่ใช่แค่เรื่อง “ตามเทรนด์” แต่คือการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่เชื่อมโยงกับการเติบโตในระยะยาว องค์กรจำนวนมากเริ่มใช้ AI เพื่อยกระดับการทำงานภายใน เช่น:

  • ปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ลีนและแม่นยำขึ้น

  • เพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพของพนักงาน

  • ลดต้นทุนเชิงโครงสร้างและเชิงปฏิบัติการ

  • ใช้ข้อมูลเชิงลึกช่วยตัดสินใจทางธุรกิจได้เฉียบคมกว่าเดิม

อีกด้านหนึ่ง AI ยังเปิดประตูสู่ คุณค่าใหม่ทางธุรกิจภายนอก ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแหล่งรายได้ใหม่ การพัฒนาสินค้าและบริการรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ไปจนถึงการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้เหนือความคาดหมาย AI จึงกลายเป็นตัวเร่งให้เกิดโมเดลธุรกิจใหม่ และนิยามวิธีการทำงานรูปแบบใหม่ที่มนุษย์กับเทคโนโลยีทำงานร่วมกันอย่างแนบแน่น

องค์กรที่เดินหน้าไปไกลแล้วในด้าน AI หรืออยู่ในระดับ Stage 4–5 มักมีสิ่งที่เหมือนกันคือ:

  • วางวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ด้าน AI อย่างชัดเจน

  • พัฒนาแผนธุรกิจแบบ AI-driven ไม่ใช่แค่เอา AI มาแปะเพิ่ม

  • ลงทุนในนวัตกรรมต่อเนื่องควบคู่กับมาตรฐานการกำกับดูแลที่ชัดเจน

  • เตรียมบุคลากรให้มีทักษะทันเกม AI

  • สร้างแพลตฟอร์มข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ AI ได้เต็มประสิทธิภาพ

AMD: เครื่องยนต์ประมวลผลที่อยู่เบื้องหลังคลื่น AI

เบื้องหลังความสำเร็จของ AI แทบทุกกรณี มี “โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล” เป็นหัวใจสำคัญ และตรงนี้เองที่ AMD ก้าวขึ้นมามีบทบาทโดดเด่น ด้วยการออกแบบซีพียูที่ไม่ใช่แค่แรง แต่คิดมาสำหรับโลกของ คลาวด์ ศูนย์ข้อมูล และ AI โดยเฉพาะ

AMD EPYC™ 9005 Series: แพลตฟอร์มที่เกิดมาเพื่อ Cloud และ AI

โปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ เจนเนอเรชันที่ 5 รุ่น 9005 ถูกออกแบบมาให้รองรับปริมาณงานยุคใหม่ ตั้งแต่ AI ไปจนถึงงานระดับดาต้าเซ็นเตอร์ จุดขายไม่ใช่แค่แรง แต่คือการผสาน:

  • พลังการประมวลผลระดับสูง

  • ความยืดหยุ่นในการปรับสเกล

  • ประสิทธิภาพด้านพลังงานที่โดดเด่น

ทั้งหมดนี้ทำให้หลายองค์กรระดับโลกไว้ใจเลือกใช้ EPYC เพื่อปูพื้นฐานสู่การเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลและ AI อย่างจริงจัง

7 จุดแข็งของ AMD EPYC™ 9005 ที่สาย AI ต้องรู้

1. ประสิทธิภาพ AI ระดับผู้นำ

AMD EPYC™ 9005 ถูกออกแบบมาให้รองรับงาน AI โดยตรง ไม่ว่าจะเป็น:

  • โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM)

  • การวิเคราะห์ภาพขั้นสูง

  • การตรวจจับการฉ้อโกงแบบเรียลไทม์

  • ระบบแนะนำข้อมูลอัจฉริยะ

จากการทดสอบ เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ 5th Gen AMD EPYC 9965 จำนวน 2 ตัว สามารถเร่งความเร็วงานอนุมาน AI ได้ มากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 2 เท่า ช่วยให้องค์กรนำ AI เข้าโปรดักชันได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่า

2. ทำงานคู่กับ GPU ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

งาน AI ขนาดใหญ่ยังไงก็ต้องใช้ GPU แต่ประสิทธิภาพภาพรวมของระบบขึ้นกับว่าซีพียูจะผลักดันและซัพพอร์ต GPU ได้ดีแค่ไหน ตัวอย่างเช่น AMD EPYC 9575F สามารถทำงานร่วมกับ GPU ได้ถึง 8 ตัว และยังให้ประสิทธิภาพระบบ สูงกว่าการใช้ Intel Xeon รุ่นล่าสุดประมาณ 20%

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าคุณลงทุนกับ GPU ไปเยอะ การเลือกซีพียูให้ถูกตัวจะช่วยดันศักยภาพ GPU ให้ถึงขีดสุด ไม่ใช่กลายเป็นคอขวด

3. ลดพื้นที่ ลดแร็ค ลดบิลไลเซนส์

AMD EPYC™ 9005 ใช้พื้นที่ทางกายภาพน้อยกว่าฮาร์ดแวร์รุ่นเก่าถึง 86% ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ:

  • ใช้แร็คน้อยลง

  • ลดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ

  • ลดค่าไลเซนส์ซอฟต์แวร์ต่อจำนวนซีพียู/ซ็อกเก็ต

ทรัพยากรที่ประหยัดได้สามารถถูกนำไปลงทุนในงาน AI ใหม่ ๆ หรือขยายระบบให้รองรับเวิร์กโหลดขั้นสูงมากขึ้นได้ทันที

4. สถาปัตยกรรม “Zen 5” ที่ออกแบบมาสำหรับงานหนักจริง

ในรุ่น 9005 AMD ยกพลสถาปัตยกรรม Zen 5 และ Zen 5c เข้ามา รองรับได้สูงสุดถึง 192 คอร์ พร้อมแบนด์วิดท์และความจุหน่วยความจำที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน ส่งผลให้ ประสิทธิภาพการคำนวณจำนวนเต็มเร็วขึ้นถึง 2.7 เท่า เมื่อเทียบกับบางแพลตฟอร์มที่แข่งขันกันโดยตรง

5. เกิดมาเพื่อยุค Cloud-first

เมื่อแอปพลิเคชันส่วนใหญ่ย้ายขึ้นคลาวด์ ความหนาแน่นของทรัพยากรเสมือนกลายเป็นตัวแปรสำคัญ AMD EPYC™ 9965 ที่มาพร้อม 192 คอร์ สามารถรองรับ vCPU ได้มากกว่า Intel Xeon 6E ถึงประมาณ 33% ช่วยให้ผู้ให้บริการคลาวด์และองค์กรสามารถบีบความคุ้มค่าจากฮาร์ดแวร์ได้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

6. ยืดหยุ่นต่อทุกสเกลงาน

ไม่ว่าจะเป็น:

  • งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ที่ต้องการการจำลองขนาดใหญ่

  • โปรเจกต์วิศวกรรมที่ใช้การคำนวณหนักต่อเนื่อง

  • เวิร์กโหลดเชิงพาณิชย์ที่ต้องออนไลน์ตลอด 24/7

AMD EPYC™ สามารถปรับสเกลให้เหมาะกับทั้งงานเล็กที่ต้องการความคุ้มค่า และงานใหญ่ที่ต้องการพลังประมวลผลระดับสุดทาง

7. ระบบนิเวศที่พร้อมซัพพอร์ตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

AMD ทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ด้านเทคโนโลยีและผู้ให้บริการโซลูชันทั่วโลก ตั้งแต่ผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ ผู้ให้บริการคลาวด์ ไปจนถึงผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ ทำให้ลูกค้าได้รับ:

  • แพลตฟอร์มที่ผ่านการรับรองและทดสอบแล้ว

  • โซลูชันร่วมที่ติดตั้งและดูแลได้ง่าย

  • การสนับสนุนในทุกช่วงของการใช้งาน ตั้งแต่ออกแบบไปจนถึงสเกลระบบ

AMD Instinct™ MI350X: ดัน AI และ HPC ไปอีกขั้น

AMD ไม่ได้หยุดอยู่ที่ซีพียู ในฝั่งจีพียูสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ก็เดินเกมรุกเต็มที่ ด้วยการเปิดตัว AMD Instinct™ MI350X GPU รุ่นล่าสุด ซึ่งอยู่ในตระกูลผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับ:

  • งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับใหญ่

  • งานประมวลผลสมรรถนะสูง (High Performance Computing – HPC)

จีพียูสายนี้รองรับทั้งการฝึกโมเดลขนาดใหญ่ การอนุมานแบบความเร็วสูง ไปจนถึงงานจำลองทางวิทยาศาสตร์ที่ต้องการความแม่นยำสูง

หัวใจของ AMD Instinct™ คือสถาปัตยกรรม AMD CDNA™ ที่ปัจจุบันพัฒนามาถึงเจเนอเรชันที่ 4 ผสานการทำงานกับระบบนิเวศซอฟต์แวร์แบบเปิดอย่าง AMD ROCm™ ที่รองรับเฟรมเวิร์กยอดนิยมอย่าง PyTorch, TensorFlow และ JAX ทำให้:

  • ย้ายโมเดลจากแพลตฟอร์มอื่นมารันบน AMD ได้ง่ายขึ้น

  • ปรับใช้โซลูชัน AI และ HPC ได้โดยไม่ต้องเริ่มใหม่จากศูนย์

ผู้นำระดับโลกอย่าง Meta จึงเลือกใช้ GPU จาก AMD เพื่อขับเคลื่อนโมเดลขนาดยักษ์ เช่น Llama 405B และ GPT ต่าง ๆ บนอินฟราสตรักเจอร์ที่มีทั้งพลังและความคุ้มค่า

สเปกเด่นของ AMD Instinct™ MI350X

AMD Instinct™ MI350X สร้างบนสถาปัตยกรรม 4th Gen AMD CDNA™ และใช้เทคโนโลยีกระบวนการผลิตขั้นสูงจาก TSMC ขนาด 3nm/6nm FinFET มาพร้อม:

  • หน่วยความจำ HBM3E ขนาด 288 GB ต่อการ์ด

  • แบนด์วิดท์หน่วยความจำสูงสุด 8 TB/s

  • AMD Infinity Cache™ ขนาด 256 MB

  • 256 Compute Units รวมกว่า 16,384 คอร์

  • ความเร็วสูงสุด 2.2 GHz

  • ดีไซน์ Multi-chip โดยใช้ Accelerated Compute Dies (XCDs) จำนวน 8 ตัวต่อโมดูล

อีกจุดที่น่าสนใจคือการรองรับ Datatype หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะ FP6 และ FP4 ที่ช่วยดันทั้ง:

  • ประสิทธิภาพการคำนวณ

  • การใช้หน่วยความจำให้คุ้มค่าที่สุด

  • การลดการใช้พลังงาน

พร้อมกันนั้นยังเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับ FP16, FP8 และ BFLOAT16 ให้เหมาะกับงาน AI สมัยใหม่ที่ต้องบาลานซ์ทั้งความเร็วและความแม่นยำ

เคสจริงจากองค์กรระดับโลก: เมื่อ AMD ไม่ได้อยู่แค่บนสเปกชีต

ความสำเร็จของ AMD ไม่ได้จบอยู่ในเอกสารเทคนิค แต่สะท้อนผ่านโครงการจริงที่กำลังเปลี่ยนเกมในหลายอุตสาหกรรม

Meteomatics: รีดีไซน์การพยากรณ์อากาศให้ฉลาดและเร็วขึ้น

บริษัทสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ Meteomatics ใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AMD EPYC™ รุ่นที่ 4 เพื่อยกระดับความแม่นยำและความเร็วในการพยากรณ์อากาศ ผลลัพธ์คือ:

  • ประสิทธิภาพด้านการพยากรณ์เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

  • ต้นทุนยังอยู่ในระดับเดิม

ข้อมูลที่แม่นยำนี้ส่งผลโดยตรงต่ออุตสาหกรรมสำคัญ เช่น พลังงานหมุนเวียน การบิน และการประกันภัย ที่ต้องอาศัยข้อมูลสภาพอากาศคุณภาพสูงในการตัดสินใจ

ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ LANTA (สวทช. ประเทศไทย): ยกระดับงานวิจัยสู่มาตรฐานโลก

ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ LANTA ของ สวทช. เลือกใช้ AMD EPYC™ ซีรีส์ 7003 เป็นหัวใจหลักของระบบ ทำให้สามารถ:

  • เพิ่มความเร็วในการจำลองได้ถึง 3 เท่า

  • ลดเวลาคาดการณ์มลพิษจาก 11 ชั่วโมงเหลือเพียงประมาณ 45 นาที

  • ประหยัดพลังงานไฟฟ้าลงราว 30%

ระบบนี้รองรับงานวิจัยหลากหลาย ตั้งแต่การแพทย์แม่นยำ (precision medicine) ไปจนถึงการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อม ช่วยให้ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านวิจัยที่แข่งขันได้ในระดับสากล

Cyllene: ผสานประสิทธิภาพกับความยั่งยืน

ผู้ให้บริการด้านการจัดการในฝรั่งเศสอย่าง Cyllene เลือกใช้เซิร์ฟเวอร์ Lenovo ที่ขับเคลื่อนด้วย AMD EPYC™ เพื่อสร้างแพลตฟอร์มคลาวด์ของตนเอง ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดคือ:

  • ประสิทธิภาพระบบเพิ่มขึ้นราว 40%

  • การใช้พลังงานลดลงประมาณ 30%

  • สามารถพัฒนาระบบคลาวด์ ALTER ที่ทั้งปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นี่คือตัวอย่างชัดเจนว่าการเลือกสถาปัตยกรรมฮาร์ดแวร์ที่ถูกต้อง สามารถขับเคลื่อนทั้งประสิทธิภาพธุรกิจและเป้าหมายด้านความยั่งยืนไปพร้อมกันได้

สรุป: AMD EPYC™ กับบทบาท “โครงสร้างพื้นฐานใหม่” ของเศรษฐกิจ AI

เมื่อมองภาพรวมจะเห็นว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีหนึ่งในหลายตัวเลือก แต่กำลังกลายเป็น โครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจโลก องค์กรที่ต้องการก้าวให้ทันและแซงหน้า จำเป็นต้องลงทุนในแพลตฟอร์มที่มีคุณสมบัติพร้อมทั้งสามด้าน:

  • ทรงพลังพอสำหรับงานปัจจุบันและอนาคต

  • ยืดหยุ่นสำหรับการขยายและปรับสเกลอย่างรวดเร็ว

  • ประหยัดพลังงานและต้นทุนในระยะยาว

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ AMD EPYC™ เข้ามาตอบโจทย์ได้อย่างเฉพาะทาง ตัวอย่างจาก Meteomatics, LANTA ของ สวทช. และ Cyllene แสดงให้เห็นว่า EPYC™ ไม่ได้เป็นแค่ “ชิปประมวลผล” แต่ทำหน้าที่เป็น หัวใจของอินฟราสตรักเจอร์นวัตกรรม ในยุค AI อย่างแท้จริง

ในโลกที่การแข่งขันทางเทคโนโลยีไม่มีวันหยุด AMD EPYC™ จึงไม่ใช่แค่ตัวเลือกหนึ่งในตลาด แต่คือพาร์ตเนอร์เชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้องค์กรก้าวเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างมั่นใจ แข็งแรง และยั่งยืน