ยุคที่ AI ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือสนามรบใหม่ของธุรกิจ
ในศตวรรษที่ 21 โลกธุรกิจกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่จากคลื่นเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือช่วยประมวลผลอีกต่อไป แต่กลายเป็น โครงสร้างหลักในการขับเคลื่อนนวัตกรรมองค์กร มีผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจ ภูมิทัศน์การแข่งขัน และรูปแบบการทำงานทั่วโลก
ตัวเลขการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกยิ่งตอกย้ำภาพนี้ชัดเจนขึ้น การใช้จ่ายด้าน AI มีแนวโน้มพุ่งแตะ 175.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2028 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีราว 33.6% ระหว่างปี 2024–2028 นี่ไม่ใช่ “กระแสชั่วคราว” แต่คือ อนาคตของธุรกิจ ที่หลบยังไงก็ไม่พ้น
ทำไมองค์กรยุคใหม่ต้องเอาจริงกับ AI
การนำ AI เข้ามาในองค์กรไม่ใช่แค่เรื่อง “ตามเทรนด์” แต่คือการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่เชื่อมโยงกับการเติบโตในระยะยาว องค์กรจำนวนมากเริ่มใช้ AI เพื่อยกระดับการทำงานภายใน เช่น:
ปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ลีนและแม่นยำขึ้น
เพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพของพนักงาน
ลดต้นทุนเชิงโครงสร้างและเชิงปฏิบัติการ
ใช้ข้อมูลเชิงลึกช่วยตัดสินใจทางธุรกิจได้เฉียบคมกว่าเดิม
อีกด้านหนึ่ง AI ยังเปิดประตูสู่ คุณค่าใหม่ทางธุรกิจภายนอก ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแหล่งรายได้ใหม่ การพัฒนาสินค้าและบริการรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ไปจนถึงการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้เหนือความคาดหมาย AI จึงกลายเป็นตัวเร่งให้เกิดโมเดลธุรกิจใหม่ และนิยามวิธีการทำงานรูปแบบใหม่ที่มนุษย์กับเทคโนโลยีทำงานร่วมกันอย่างแนบแน่น
องค์กรที่เดินหน้าไปไกลแล้วในด้าน AI หรืออยู่ในระดับ Stage 4–5 มักมีสิ่งที่เหมือนกันคือ:
วางวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ด้าน AI อย่างชัดเจน
พัฒนาแผนธุรกิจแบบ AI-driven ไม่ใช่แค่เอา AI มาแปะเพิ่ม
ลงทุนในนวัตกรรมต่อเนื่องควบคู่กับมาตรฐานการกำกับดูแลที่ชัดเจน
เตรียมบุคลากรให้มีทักษะทันเกม AI
สร้างแพลตฟอร์มข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ AI ได้เต็มประสิทธิภาพ

AMD: เครื่องยนต์ประมวลผลที่อยู่เบื้องหลังคลื่น AI
เบื้องหลังความสำเร็จของ AI แทบทุกกรณี มี “โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล” เป็นหัวใจสำคัญ และตรงนี้เองที่ AMD ก้าวขึ้นมามีบทบาทโดดเด่น ด้วยการออกแบบซีพียูที่ไม่ใช่แค่แรง แต่คิดมาสำหรับโลกของ คลาวด์ ศูนย์ข้อมูล และ AI โดยเฉพาะ
AMD EPYC™ 9005 Series: แพลตฟอร์มที่เกิดมาเพื่อ Cloud และ AI
โปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ เจนเนอเรชันที่ 5 รุ่น 9005 ถูกออกแบบมาให้รองรับปริมาณงานยุคใหม่ ตั้งแต่ AI ไปจนถึงงานระดับดาต้าเซ็นเตอร์ จุดขายไม่ใช่แค่แรง แต่คือการผสาน:
พลังการประมวลผลระดับสูง
ความยืดหยุ่นในการปรับสเกล
ประสิทธิภาพด้านพลังงานที่โดดเด่น
ทั้งหมดนี้ทำให้หลายองค์กรระดับโลกไว้ใจเลือกใช้ EPYC เพื่อปูพื้นฐานสู่การเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลและ AI อย่างจริงจัง
7 จุดแข็งของ AMD EPYC™ 9005 ที่สาย AI ต้องรู้
1. ประสิทธิภาพ AI ระดับผู้นำ
AMD EPYC™ 9005 ถูกออกแบบมาให้รองรับงาน AI โดยตรง ไม่ว่าจะเป็น:
โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM)
การวิเคราะห์ภาพขั้นสูง
การตรวจจับการฉ้อโกงแบบเรียลไทม์
ระบบแนะนำข้อมูลอัจฉริยะ
จากการทดสอบ เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ 5th Gen AMD EPYC 9965 จำนวน 2 ตัว สามารถเร่งความเร็วงานอนุมาน AI ได้ มากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 2 เท่า ช่วยให้องค์กรนำ AI เข้าโปรดักชันได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่า
2. ทำงานคู่กับ GPU ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
งาน AI ขนาดใหญ่ยังไงก็ต้องใช้ GPU แต่ประสิทธิภาพภาพรวมของระบบขึ้นกับว่าซีพียูจะผลักดันและซัพพอร์ต GPU ได้ดีแค่ไหน ตัวอย่างเช่น AMD EPYC 9575F สามารถทำงานร่วมกับ GPU ได้ถึง 8 ตัว และยังให้ประสิทธิภาพระบบ สูงกว่าการใช้ Intel Xeon รุ่นล่าสุดประมาณ 20%
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าคุณลงทุนกับ GPU ไปเยอะ การเลือกซีพียูให้ถูกตัวจะช่วยดันศักยภาพ GPU ให้ถึงขีดสุด ไม่ใช่กลายเป็นคอขวด
3. ลดพื้นที่ ลดแร็ค ลดบิลไลเซนส์
AMD EPYC™ 9005 ใช้พื้นที่ทางกายภาพน้อยกว่าฮาร์ดแวร์รุ่นเก่าถึง 86% ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ:
ใช้แร็คน้อยลง
ลดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ
ลดค่าไลเซนส์ซอฟต์แวร์ต่อจำนวนซีพียู/ซ็อกเก็ต
ทรัพยากรที่ประหยัดได้สามารถถูกนำไปลงทุนในงาน AI ใหม่ ๆ หรือขยายระบบให้รองรับเวิร์กโหลดขั้นสูงมากขึ้นได้ทันที
4. สถาปัตยกรรม “Zen 5” ที่ออกแบบมาสำหรับงานหนักจริง
ในรุ่น 9005 AMD ยกพลสถาปัตยกรรม Zen 5 และ Zen 5c เข้ามา รองรับได้สูงสุดถึง 192 คอร์ พร้อมแบนด์วิดท์และความจุหน่วยความจำที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน ส่งผลให้ ประสิทธิภาพการคำนวณจำนวนเต็มเร็วขึ้นถึง 2.7 เท่า เมื่อเทียบกับบางแพลตฟอร์มที่แข่งขันกันโดยตรง

5. เกิดมาเพื่อยุค Cloud-first
เมื่อแอปพลิเคชันส่วนใหญ่ย้ายขึ้นคลาวด์ ความหนาแน่นของทรัพยากรเสมือนกลายเป็นตัวแปรสำคัญ AMD EPYC™ 9965 ที่มาพร้อม 192 คอร์ สามารถรองรับ vCPU ได้มากกว่า Intel Xeon 6E ถึงประมาณ 33% ช่วยให้ผู้ให้บริการคลาวด์และองค์กรสามารถบีบความคุ้มค่าจากฮาร์ดแวร์ได้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
6. ยืดหยุ่นต่อทุกสเกลงาน
ไม่ว่าจะเป็น:
งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ที่ต้องการการจำลองขนาดใหญ่
โปรเจกต์วิศวกรรมที่ใช้การคำนวณหนักต่อเนื่อง
เวิร์กโหลดเชิงพาณิชย์ที่ต้องออนไลน์ตลอด 24/7
AMD EPYC™ สามารถปรับสเกลให้เหมาะกับทั้งงานเล็กที่ต้องการความคุ้มค่า และงานใหญ่ที่ต้องการพลังประมวลผลระดับสุดทาง
7. ระบบนิเวศที่พร้อมซัพพอร์ตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
AMD ทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ด้านเทคโนโลยีและผู้ให้บริการโซลูชันทั่วโลก ตั้งแต่ผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ ผู้ให้บริการคลาวด์ ไปจนถึงผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ ทำให้ลูกค้าได้รับ:
แพลตฟอร์มที่ผ่านการรับรองและทดสอบแล้ว
โซลูชันร่วมที่ติดตั้งและดูแลได้ง่าย
การสนับสนุนในทุกช่วงของการใช้งาน ตั้งแต่ออกแบบไปจนถึงสเกลระบบ
AMD Instinct™ MI350X: ดัน AI และ HPC ไปอีกขั้น
AMD ไม่ได้หยุดอยู่ที่ซีพียู ในฝั่งจีพียูสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ก็เดินเกมรุกเต็มที่ ด้วยการเปิดตัว AMD Instinct™ MI350X GPU รุ่นล่าสุด ซึ่งอยู่ในตระกูลผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับ:
งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับใหญ่
งานประมวลผลสมรรถนะสูง (High Performance Computing – HPC)
จีพียูสายนี้รองรับทั้งการฝึกโมเดลขนาดใหญ่ การอนุมานแบบความเร็วสูง ไปจนถึงงานจำลองทางวิทยาศาสตร์ที่ต้องการความแม่นยำสูง

หัวใจของ AMD Instinct™ คือสถาปัตยกรรม AMD CDNA™ ที่ปัจจุบันพัฒนามาถึงเจเนอเรชันที่ 4 ผสานการทำงานกับระบบนิเวศซอฟต์แวร์แบบเปิดอย่าง AMD ROCm™ ที่รองรับเฟรมเวิร์กยอดนิยมอย่าง PyTorch, TensorFlow และ JAX ทำให้:
ย้ายโมเดลจากแพลตฟอร์มอื่นมารันบน AMD ได้ง่ายขึ้น
ปรับใช้โซลูชัน AI และ HPC ได้โดยไม่ต้องเริ่มใหม่จากศูนย์
ผู้นำระดับโลกอย่าง Meta จึงเลือกใช้ GPU จาก AMD เพื่อขับเคลื่อนโมเดลขนาดยักษ์ เช่น Llama 405B และ GPT ต่าง ๆ บนอินฟราสตรักเจอร์ที่มีทั้งพลังและความคุ้มค่า
สเปกเด่นของ AMD Instinct™ MI350X
AMD Instinct™ MI350X สร้างบนสถาปัตยกรรม 4th Gen AMD CDNA™ และใช้เทคโนโลยีกระบวนการผลิตขั้นสูงจาก TSMC ขนาด 3nm/6nm FinFET มาพร้อม:
หน่วยความจำ HBM3E ขนาด 288 GB ต่อการ์ด
แบนด์วิดท์หน่วยความจำสูงสุด 8 TB/s
AMD Infinity Cache™ ขนาด 256 MB
256 Compute Units รวมกว่า 16,384 คอร์
ความเร็วสูงสุด 2.2 GHz
ดีไซน์ Multi-chip โดยใช้ Accelerated Compute Dies (XCDs) จำนวน 8 ตัวต่อโมดูล
อีกจุดที่น่าสนใจคือการรองรับ Datatype หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะ FP6 และ FP4 ที่ช่วยดันทั้ง:
ประสิทธิภาพการคำนวณ
การใช้หน่วยความจำให้คุ้มค่าที่สุด
การลดการใช้พลังงาน
พร้อมกันนั้นยังเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับ FP16, FP8 และ BFLOAT16 ให้เหมาะกับงาน AI สมัยใหม่ที่ต้องบาลานซ์ทั้งความเร็วและความแม่นยำ
เคสจริงจากองค์กรระดับโลก: เมื่อ AMD ไม่ได้อยู่แค่บนสเปกชีต
ความสำเร็จของ AMD ไม่ได้จบอยู่ในเอกสารเทคนิค แต่สะท้อนผ่านโครงการจริงที่กำลังเปลี่ยนเกมในหลายอุตสาหกรรม
Meteomatics: รีดีไซน์การพยากรณ์อากาศให้ฉลาดและเร็วขึ้น
บริษัทสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ Meteomatics ใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AMD EPYC™ รุ่นที่ 4 เพื่อยกระดับความแม่นยำและความเร็วในการพยากรณ์อากาศ ผลลัพธ์คือ:
ประสิทธิภาพด้านการพยากรณ์เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
ต้นทุนยังอยู่ในระดับเดิม
ข้อมูลที่แม่นยำนี้ส่งผลโดยตรงต่ออุตสาหกรรมสำคัญ เช่น พลังงานหมุนเวียน การบิน และการประกันภัย ที่ต้องอาศัยข้อมูลสภาพอากาศคุณภาพสูงในการตัดสินใจ

ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ LANTA (สวทช. ประเทศไทย): ยกระดับงานวิจัยสู่มาตรฐานโลก
ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ LANTA ของ สวทช. เลือกใช้ AMD EPYC™ ซีรีส์ 7003 เป็นหัวใจหลักของระบบ ทำให้สามารถ:
เพิ่มความเร็วในการจำลองได้ถึง 3 เท่า
ลดเวลาคาดการณ์มลพิษจาก 11 ชั่วโมงเหลือเพียงประมาณ 45 นาที
ประหยัดพลังงานไฟฟ้าลงราว 30%
ระบบนี้รองรับงานวิจัยหลากหลาย ตั้งแต่การแพทย์แม่นยำ (precision medicine) ไปจนถึงการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อม ช่วยให้ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านวิจัยที่แข่งขันได้ในระดับสากล
Cyllene: ผสานประสิทธิภาพกับความยั่งยืน
ผู้ให้บริการด้านการจัดการในฝรั่งเศสอย่าง Cyllene เลือกใช้เซิร์ฟเวอร์ Lenovo ที่ขับเคลื่อนด้วย AMD EPYC™ เพื่อสร้างแพลตฟอร์มคลาวด์ของตนเอง ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดคือ:
ประสิทธิภาพระบบเพิ่มขึ้นราว 40%
การใช้พลังงานลดลงประมาณ 30%
สามารถพัฒนาระบบคลาวด์ ALTER ที่ทั้งปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นี่คือตัวอย่างชัดเจนว่าการเลือกสถาปัตยกรรมฮาร์ดแวร์ที่ถูกต้อง สามารถขับเคลื่อนทั้งประสิทธิภาพธุรกิจและเป้าหมายด้านความยั่งยืนไปพร้อมกันได้
สรุป: AMD EPYC™ กับบทบาท “โครงสร้างพื้นฐานใหม่” ของเศรษฐกิจ AI
เมื่อมองภาพรวมจะเห็นว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีหนึ่งในหลายตัวเลือก แต่กำลังกลายเป็น โครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจโลก องค์กรที่ต้องการก้าวให้ทันและแซงหน้า จำเป็นต้องลงทุนในแพลตฟอร์มที่มีคุณสมบัติพร้อมทั้งสามด้าน:
ทรงพลังพอสำหรับงานปัจจุบันและอนาคต
ยืดหยุ่นสำหรับการขยายและปรับสเกลอย่างรวดเร็ว
ประหยัดพลังงานและต้นทุนในระยะยาว
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ AMD EPYC™ เข้ามาตอบโจทย์ได้อย่างเฉพาะทาง ตัวอย่างจาก Meteomatics, LANTA ของ สวทช. และ Cyllene แสดงให้เห็นว่า EPYC™ ไม่ได้เป็นแค่ “ชิปประมวลผล” แต่ทำหน้าที่เป็น หัวใจของอินฟราสตรักเจอร์นวัตกรรม ในยุค AI อย่างแท้จริง
ในโลกที่การแข่งขันทางเทคโนโลยีไม่มีวันหยุด AMD EPYC™ จึงไม่ใช่แค่ตัวเลือกหนึ่งในตลาด แต่คือพาร์ตเนอร์เชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้องค์กรก้าวเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างมั่นใจ แข็งแรง และยั่งยืน

