Anomaly Detector คืออะไร และทำไมสายการผลิตยุคใหม่ต้องมี
ระบบ GoPxL Anomaly Detector คือเครื่องมือตรวจจับความผิดปกติที่ผสมผสานทั้งเครื่องมือวัดแบบดั้งเดิมและเทคโนโลยี AI บนแพลตฟอร์ม GoPxL เพื่อมอบการตรวจจับข้อบกพร่องแบบ 3 มิติ ที่รองรับการใช้งานในอุตสาหกรรมที่ต้องการความแม่นยำสูง ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ อาหาร วัสดุก่อสร้าง ยาง และอีกหลากหลายอุตสาหกรรม
ด้วยแพลตฟอร์ม GoMax ผู้ใช้งานสามารถฝึกสอนและปรับใช้โมเดล AI ได้ครบจบในเครื่องเดียว โดยไม่ต้องพึ่งระบบคลาวด์หรือ GPU เพิ่มเติม ทั้งในขั้นตอนการเทรนโมเดลครั้งแรกและการปรับปรุงในระยะถัดไป
Anomaly Detector สามารถผสานเข้ากับ Gocator Line Profiler, Snapshot และ Line Confocal Sensors ทุกรุ่น เมื่อใช้งานร่วมกับ GoMax ที่ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งความเร็วด้านการประมวลผลภาพสามมิติ
เฟิร์มแวร์ที่ใช้สำหรับเร่งความเร็วสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ LMI โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ในการใช้งานกับเซนเซอร์ LIVE จะต้องมี LMI Dongle ที่ได้รับอนุญาต อย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม หากต้องการทดลองใช้ฟังก์ชันพื้นฐาน คุณสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องมีไลเซนส์ ผ่านโหมด REPLAY บน GoMax
ระบบนี้รองรับ GoMax ORIN และ ORIN+ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเร่งความเร็วการมองเห็นสามมิติอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อการประมวลผล AI โดยเฉพาะ
การใช้งานหลักในโรงงาน: ตรวจชิ้นส่วนให้แม่น ตรวจพื้นผิวให้ชัด
1. Part Inspection (การตรวจสอบชิ้นส่วน)


ระบบสามารถค้นหา ข้อบกพร่องและความผิดปกติบนชิ้นส่วนที่ผ่านการกลึงหรือหล่อ ซึ่งมักมีรูปทรงซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แทนที่จะต้องสร้างเกณฑ์ตรวจสอบที่ยุ่งยาก หรือผูกกับไฟล์ CAD เหมือนเครื่องมือแบบดั้งเดิม คุณสามารถใช้ AI ฝึกโมเดลเพื่อแยกแยะระหว่างชิ้นส่วน คุณภาพดี (OK) และ ไม่ผ่าน (NG) ได้โดยตรงบนสายการผลิต โดยไม่ต้องเชื่อมต่อคลาวด์
2. Surface Inspection (การตรวจสอบพื้นผิว)



สำหรับวัสดุก่อสร้างหรือพื้นผิวต่าง ๆ ระบบช่วยให้คุณค้นหา ข้อบกพร่องของพื้นผิวและความผิดปกติของวัสดุ ได้ง่ายขึ้น โดยใช้การผสมผสานระหว่างเครื่องมือแบบดั้งเดิมและเครื่องมือที่ใช้ AI ใน GoPxL
ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ขอบและฟีเจอร์ของพื้นผิว เพื่อกำหนดขอบเขตการตรวจสอบ
ใช้ Anomaly Detection เพื่อหาจุดผิดปกติจากข้อมูล ความเข้ม (intensity) และพื้นผิวรวมกัน
ฟีเจอร์เด่นที่ทำให้ Anomaly Detector ต่างจากระบบเดิม

ฝึกสอนบนข้อมูลความเข้มแบบ 2D/3D ความละเอียดสูง

คุณสามารถสแกนชิ้นส่วนโดยใช้ทั้งข้อมูลความเข้มและข้อมูลพื้นผิว จากนั้นเลือกตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในระหว่างการเทรนโมเดล
การใช้เครื่องมือแสดงภาพแบบสามมิติช่วยให้เห็น รูปทรงที่ซับซ้อนชัดเจนขึ้น ทำให้การติดฉลากข้อมูลเพื่อฝึกโมเดลแม่นยำมากยิ่งขึ้น
ดูตัวอย่างการทำงานได้แม้ยังไม่มีไลเซนส์

คุณสามารถทดสอบการสแกนชิ้นส่วนด้วยข้อมูลความเข้มและพื้นผิว พร้อมทดลองเลือกค่าต่าง ๆ ระหว่างการฝึก เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมของระบบก่อนตัดสินใจลงทุนเต็มรูปแบบ
สร้างข้อมูลสังเคราะห์เพื่อเสริมชุดข้อมูลจริง

ระบบช่วยลดจำนวนภาพที่ต้องใช้ในการฝึกโมเดล โดยสามารถสร้าง ข้อบกพร่องสังเคราะห์ และเฟรมเสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโมเดลได้โดยตรง ทำให้การเทรนทำได้เร็วขึ้น แต่ยังคงคุณภาพของผลลัพธ์
จัดเก็บข้อมูลการผลิตใหม่บน GoMax โดยตรง

ทุกข้อมูลที่เกิดขึ้นบนสายการผลิตสามารถ เก็บเป็นไฟล์โปรเจ็กต์ บน GoMax ได้ทันที ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำกลับมาใช้ฝึกโมเดลเวอร์ชันใหม่ หรือปรับแต่งแอปพลิเคชันให้เหมาะกับสภาพการผลิตที่เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว
ผสานการทำงานกับ GoPxL เต็มระบบ

Anomaly Detector ถูกออกแบบให้ ผนึกกำลังกับ GoPxL อย่างแนบแน่น ตั้งแต่การจัดการเซนเซอร์ การตั้งค่างานวัด ไปจนถึงเวิร์กโฟลว์การฝึก AI ทั้งหมดอยู่ในเครื่องมือเดียว ไม่ต้องสลับไปมาระหว่างหลายโปรแกรม
ประโยชน์หลัก: จากการตรวจรูปทรง ถึงการขยายเวิร์กโฟลว์แบบ AI-first

ตรวจจับรูปทรงและขนาดได้หลากหลาย โดยไม่ต้องปรับเกณฑ์เอง
เดิมทีเครื่องมือแบบดั้งเดิมมีประสิทธิภาพในการแยกส่วนและแบ่งกลุ่ม แต่ต้องอาศัยการตั้ง เกณฑ์การตรวจสอบที่เฉพาะเจาะจงกับแต่ละชิ้นงาน ซึ่งกินทั้งเวลาและทรัพยากร
ด้วย Anomaly Detector คุณไม่จำเป็นต้องจัดการเกณฑ์เหล่านี้เองอีกต่อไป เพียงแค่เตรียมชุดข้อมูลของชิ้นงาน ปกติ (OK) และ ไม่ปกติ (NG) ระบบจะช่วยสร้างโมเดลการตรวจจับที่เหมาะสมกับแต่ละประเภทชิ้นงานให้โดยอัตโนมัติ
เวิร์กโฟลว์สร้างโมเดล AI แบบบูรณาการใน GoPxL

การฝึกโมเดลและการจัดการชุดข้อมูลทั้งหมดเกิดขึ้น ภายใน GoPxL โดยตรง ทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลาย้ายไฟล์หรือจัดการโฟลเดอร์ระหว่างหลายแอปพลิเคชัน
ผลลัพธ์คือเวิร์กโฟลว์ที่ กระชับ รวดเร็ว และลดโอกาสผิดพลาด ในการจัดการข้อมูล
ใช้ผลการทำนายเพื่อช่วยติดฉลากข้อมูลใหม่

หลังจากที่โมเดลผ่านการฝึกขั้นต้นแล้ว คุณสามารถใช้ผลการทำนายจากโมเดลมาช่วยในการ ติดป้ายกำกับข้อมูลการผลิตใหม่ ได้ เพื่อเร่งรอบการปรับปรุงโมเดลให้เร็วและสะดวกขึ้น
แนวทางนี้ช่วยให้การวนซ้ำระหว่างการฝึกและการปรับแต่งโมเดลเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่กินเวลาทีมวิศวกรมากเกินไป
วัดระดับความผิดปกติ และกำหนดเกณฑ์ที่ยอมรับได้

ความผิดปกติที่ตรวจพบบนพื้นผิวสามารถถูกส่งต่อไปยังเครื่องมืออื่นเพื่อใช้วัดและประเมินค่าเพิ่มเติม ผู้ใช้สามารถกำหนดให้ระบบดูเฉพาะความผิดปกติที่มี ขนาดหรือรูปร่างเฉพาะ ตามเงื่อนไขที่ผู้ใช้งานปลายทางมองว่ายอมรับได้หรือไม่ได้
นี่ทำให้คุณสามารถเชื่อมโยงการตรวจด้วย AI เข้ากับ มาตรฐานคุณภาพจริงในโรงงาน ได้อย่างใกล้ชิด
เพิ่มฟังก์ชันเฉพาะด้วยสคริปต์และ Python GDK

สำหรับผู้ใช้ระดับสูง ระบบรองรับการใช้ สคริปต์ด้วย Python เพื่อเพิ่มตรรกะการทำงานแบบกำหนดเอง เช่น การอ่านเกณฑ์การวัดจากไฟล์ในเครื่อง หรือการสร้างเงื่อนไขการตัดสินพิเศษสำหรับสายการผลิตบางประเภท
ผู้เชี่ยวชาญยังสามารถใช้ Python GDK ในการฝึกโมเดลร่วมกับเครื่องมือโอเพ่นซอร์สหรือเครื่องมือเชิงพาณิชย์อื่น ๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปรับใช้ในอนาคต
สรุป: AI Anomaly Detection ที่พร้อมใช้งานจริงในโรงงาน
ด้วยการผสานเซนเซอร์ 3 มิติ แพลตฟอร์ม GoMax และเครื่องมือ GoPxL เข้าไว้ด้วยกัน Anomaly Detector จึงไม่ใช่แค่ระบบตรวจจับภาพทั่วไป แต่เป็น โซลูชัน AI ที่ออกแบบมาสำหรับสายการผลิตจริง
ลดภาระการตั้งเกณฑ์ตรวจสอบแบบแมนนวล
เพิ่มความแม่นยำในการตรวจสอบชิ้นส่วนและพื้นผิว
ขยายเวิร์กโฟลว์ AI ได้ตั้งแต่สแกน เก็บข้อมูล เทรนโมเดล จนถึงการวัดและตัดสินชิ้นงาน
หากสายการผลิตของคุณกำลังมองหาวิธีใช้ AI แบบจับต้องได้ การนำ Anomaly Detector เข้ามาอยู่ในกระบวนการถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญสู่โรงงานอัจฉริยะยุคใหม่

